ข่าว

ผบ.ตร.คนใหม่'อาวุโส'ไม่ต้องพูดถึง

ผบ.ตร.คนใหม่'อาวุโส'ไม่ต้องพูดถึง

07 ส.ค. 2558

เลื่อนประชุม ก.ต.ช. เอกสารไม่เสร็จล่วงหน้า 3 วัน ท้วงติงเยียวยา 'ศรีวราห์' ผบ.ตร.คนใหม่ 5 แคนดิเดตมีสิทธิ์เท่ากัน ยึด ก.ม.เป็นหลัก 'อาวุโส' ไม่ต้องพูดถึง

 
                       7 ส.ค. 58  เมื่อเวลา 10.30 น.  สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)  พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เปิดเผยถึงกรณีที่มีการเลื่อนการประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ หรือ ก.ต.ช. ครั้งที่ 1/2558 ที่ห้องประชุมกองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1 พัน 4 รอ.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุม ว่า สาเหตุของการยกเลิกการประชุมในวันนี้ (7 ส.ค.) เนื่องจากเอกสารการประชุมไม่แล้วเสร็จล่วงหน้าก่อน 3 วันตามข้อบังคับและระเบียบการประชุม โดยคาดว่าจะสามารถนัดประชุมอีกครั้งวันที่ 14 ส.ค.นี้ ในวาระเรื่องตกค้างต่างๆ อาทิ การปรับตำแหน่งนายเวร ผบ.ตร. โดยลดจาก พล.ต.ต. เป็น พ.ต.อ. รวมถึงวาระการปรับเลื่อนตำแหน่ง พ.ต.อ.หญิง วารุณี เชาวะนะกวี และวาระการเยียวยา พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล 
 
                       "กรณีของ พล.ต.ท.ศรีวราห์ ได้รับข้อท้วงติงของอดีต ผบ.ตร.ท่านหนึ่ง ที่ขอให้พิจารณาคำพิพากษาของศาลปกครองที่ยังไม่สิ้นสุด สำหรับในส่วนของการคัดเลือกแต่งตั้ง ผบ.ตร.คนใหม่นั้น จะยังไม่นำรายชื่อเข้าสู่วาระการประชุม ก.ต.ช.ที่จะถึงนี้ โดยการคัดเลือกนั้น ผมได้อ่านการแสดงวิสัยทัศน์ของทั้ง 5 รอง ผบ.ตร. ที่ส่งมาหมดแล้ว ซึ่งแนวทางการคัดเลือกของผมไม่เหมือนใคร นอกจากนั้นจะนำเอกสารที่ได้มานั้นไปขอคำปรึกษากับผู้ที่มีความสามารถแสดงความคิดเห็นได้ คาดว่าไม่เป็นปัญหา เนื่องจากได้ลบชื่อของผู้ที่แสดงวิสัยทัศน์ออกแล้ว แต่ยืนยันว่า รอง ผบ.ตร.ทั้ง 5 ท่าน มีสิทธิ์ในการรับพิจารณาเท่ากัน โดยยึดตามกฎหมายเป็นหลัก ส่วนเรื่องอาวุโสนั้นไม่ต้องพูดถึง"
 
 
 
เจรจาปรับโครงสร้างหนี้สุดวิสัยระเบียบข้อบังคับ
 
 
                       พล.ต.อ.สมยศ กล่าวถึงกรณีที่ข้าราชการตำรวจในสังกัดกองบัญชาการตำรวจภาค 4 (บช.ภ.4) ที่มีปัญหาหนี้สินและถูกฟ้องล้มละลายจนต้องออกจากราชการ จำนวน 5 ราย และยังมีอีกกว่า 600 ราย ในสังกัด บช.ภ.4 ที่เข้าข่ายจะโดนฟ้อง ขณะเดียวกันยังมีรายงานว่ามีตำรวจทั่วประเทศที่เข้าข่ายล้มละลายกว่า 2,000 ราย และวงเงินเกินล้านบาททุกราย โดยที่ผ่านมาตนได้พยายามติดต่อขอเจรจากับสถาบันการเงิน เพื่อช่วยเหลือในส่วนของการขอปรับโครงสร้างหนี้ และให้ธนาคารถอนฟ้องแล้ว แต่ด้วยระเบียบของแต่ละธนาคารไม่สามารถทำให้ได้ จึงถือเป็นเรื่องสุดวิสัยที่พยายามหาทางช่วยเหลือมานานกว่า 1 ปี
 
                       "ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นเป็นผลสืบเนื่องสะสมมาจากการที่ผู้บังคับบัญชาในอดีต ที่ไปลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกัน หรือเอ็มโอยู เพื่อช่วยเหลือในเรื่องการกู้เงินของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และรายที่มีปัญหาก็เกิดจากการกู้มาใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเกินตัว ผมจึงต้องการให้ตำรวจปรับทัศนคติในการใช้จ่าย ขณะเดียวกันเชื่อว่ากรณีเช่นนี้เกิดขึ้นกับข้าราชการหลายๆ แห่งก็อาจมีปัญหาเดียวกัน"