
สปช.คว่ำ-ไม่คว่ำร่าง รธน.
สปช. คว่ำ-ไม่คว่ำ ร่าง รธน. : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ โดยสำนักข่าวเนชั่น
“ขณะนี้มีการวิจารณ์เรื่อง สปช.จะผ่านหรือไม่ผ่านร่างรัฐธรรมนูญ จึงขอเตือนสติสมาชิกทุกคนว่า สปช.ทุกคนมีความเป็นอิสระ มีสิทธิเสรีภาพในการออกความเห็นด้วยตัวเอง ไม่ใช่ใครจะมาจูงไปได้ รัฐธรรมนูญนี้เป็นฉบับของประเทศไทย ไม่ใช่ของประเทศใด เราไม่เคยตามหลังใคร อยู่แบบไทยๆ ดีที่สุดแล้ว ดังนั้น ขอให้ สปช.ใช้ดุลพินิจของตัวเอง ไม่ต้องไปเชื่อใคร และไม่มีใครมาชี้นำเราได้ ขอให้ สปช.ทุกคนคิดด้วยตัวเอง ไม่จำเป็นที่ให้ไปทำแท้ง แล้วมาคลอดใหม่ จะเสียเวลายาว” ฐิติ วุฑฒิโกวิทย์ สมาชิก สปช. กล่าวต่อที่ประชุม สปช.เมื่อวันก่อน
แต่เสียงวิจารณ์ที่ว่า สปช.จะคว่ำ-ไม่คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ ก็มาจากท่าทีของ สปช.นั่นเอง ที่ี่ก่อนหน้านี้มี สมาชิก สปช.บางคนอย่างเช่น “วันชัย สอนศิริ” ออกมาแสดงความเห็นต้องการให้คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ โดยให้เหตุผลว่าร่างรัฐธรรมนูญเป็นเหตุอย่างสำคัญที่ทำให้สมาชิกต้องคว่ำเพราะกลัดกระดุมผิด ถ้าให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่าน สปช.นำไปสู่ประชามติเตรียมเข้าสู่การเลือกตั้ง บ้านเมืองก็จะเหมือนเดิม วังวนความเลวร้ายยังขจัดไม่ได้ จึงยังไม่ควรเลือกตั้ง ดังนั้น ถ้า สปช.คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ ก็เป็นผลพวงให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ มีเวลาปฏิรูปและสลายสีให้จางลงได้
ตามมาด้วย “สิระ เจนจาคะ” สมาชิก สปช. อีกคน ที่ออกมาแฉว่า มีกระบวนการรวบรวมรายชื่อเพื่อให้สมาชิก สปช.ลงมติคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งตอนนี้มีสมาชิก สปช.ลงชื่อแล้วจำนวน 100 คน
ตอนนี้ก็มีการเคาะโดยวิป สปช. เบื้องต้นออกมาว่า จะมีมติว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 7 กันยายนนี้
แต่ถ้าหากให้ประเมินว่า ระหว่าง สปช.คว่ำ กับไม่คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ อย่างไหนมีโอกาสมากกว่ากัน แนวโน้มน่าจะ “ไม่คว่ำ” มากกว่า
เหตุผล ดังนี้ 1.กรรมาธิการยกร่างฯ ส่วนใหญ่ถึง 21 คน จากจำนวนทั้งหมด 36 คน มาจาก สปช. และได้มีการประสานระหว่างกันอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญกว่าร้อยละ 50 มาจาก สปช.
2.ระยะหลังคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้ยอมแก้ไขร่างแรกตามที่ สปช.มีคำขอแก้ไข แม้ว่าจะไม่ได้ดั่งใจทุกคนก็ตาม
3.มีการยกร่าง “พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปฏิรูปประเทศ” ซึ่งจะเป็นแหล่งรวบรวมข้อเสนอของ สปช.ทั้งหมด และเป็นหลักประกันว่าความคิดเห็นของ สปช.ไม่ได้ถูกโยนทิ้ง ด้วยเหตุนี้ทำให้สมาชิก สปช.จำนวนไม่น้อยที่เห็นว่าการล้มร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ เพราะการล้มร่างรัฐธรรมนูญเท่ากับว่าตัวเองได้ฉีกร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปฏิรูปทิ้งไปด้วย
4.หาก สปช.คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ ก็ถูกครหาว่า สร้างความชอบธรรมในการต่ออายุให้แก่ “รัฐบาล คสช.” เพราะต้องร่างรัฐธรรมนูญกันใหม่ ซึ่งใช้เวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน นั่นก็คือการต่ออายุให้รัฐบาลอีก 6 เดือน
5.หากร่างรัฐธรรมนูญผ่านเข้าสู่การทำประชามติ มอบอำนาจเห็นชอบให้ประชาชน ก็เท่ากับ สปช.เป็นผู้ที่ร่วมกลั่นกรองรัฐธรรมนูญเช่นกัน
6.กระแสเรียกร้องให้มี “การปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง” กำลังมาแรง ทั้งจากการเรียกร้องของสมาชิก สปช.บางส่วน และจากมูลนิธิมวลมหาประชาชนฯ ดังนั้น หากสมาชิก สปช.โหวตคว่ำร่างรัฐธรรมนูญก็จะทำให้ "การปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง” สะดุดไปด้วย สภาปฏิรูปแห่งชาติจึงน่าจะปล่อยให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่าน เพื่อนำไปสู่การทำประชามติ ซึ่งสามารถถามคำถามพ่วงว่าจะให้มี "การปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง" หรือไม่



