ข่าว

‘ผบ.ตร.’สั่งสอบอีก10ประเด็นปม‘ชูวงษ์’ตาย

‘ผบ.ตร.’สั่งสอบอีก10ประเด็นปม‘ชูวงษ์’ตาย

06 ส.ค. 2558

‘ผบ.ตร.’ สั่งสอบเพิ่มอีก 10 ประเด็นเหตุการตาย ‘ชูวงษ์’ คาดสรุปสาเหตุเร็วๆนี้ ด้าน ตร.กองปราบเผยเตรียมออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องโอนหุ้นสัปดาห์หน้า

 
         6 ส.ค.58 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช รอง ผบช.น. เปิดเผยความคืบหน้ากรณีการเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างหมื่นล้าน ว่าหลังจากมีการเรียกประชุมติดตามความคืบหน้าคดีไปเมื่อวานนี้ (5 ส.ค.) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้สั่งการให้ทางพนักงานสอบสวน สน.อุดมสุข ไปสอบสวนประเด็นสาเหตุการเสียชีวิตเพิ่มเติมอีก 10 ประเด็น เป็นเรื่องทางเทคนิคและประเด็นอื่นๆที่เคยสอบสวนไปแล้วและประเด็นใหม่เพิ่มเติม รวมถึงจะมีการเรียกพยานมาสอบสวนเพิ่มเติมในประเด็นที่ยังไม่สิ้นสงสัยทั้งนี้ได้พยายามเร่งรัดให้คดีเสร็จสิ้นโดยเร็วที่สุด
 
         พล.ต.ต.ชาญเทพ กล่าวอีกว่า ส่วนการสรุปสาเหตุการเสียชีวิตนั้นยังไม่สามารถทำได้และยังคงตั้งข้อหาเดิมของพ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ ว่า ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยคาดว่าในเร็วๆนี้จะสามารถสรุปสาเหตุการเสียชีวิตได้ เพราะยังเหลือสอบปากคำพยานอีกไม่กี่ปาก ด้านประเด็นการโอนหุ้นทางกองบังคับการปราบปรามเป็นผู้รับผิดชอบในการสืบสวนสอบสวน แต่ทางนครบาลก็ได้มีการประสานงานกับทางกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน
 
         ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่ญาติของนายชูวงษ์พร้อมทนายเดินทางเข้ายื่นหนังสือเกี่ยวกับหลักฐานการชันสูตรศพของนายชูวงษ์จากสถาบันนิติเวชวิทยารพ.ตร.ให้กับแพทยสภากระทรวงสาธารณสุขเพื่อตรวจสอบหาข้อเท็จจริงของการเสียชีวิตว่ามาจากสาเหตุใด พล.ต.ต.ชาญเทพ กล่าวว่า ทราบว่าแพทยสภาเพิ่งได้รับข้อมูลดังกล่าวซึ่งอาจจะมีการประสานข้อมูลกับทาง บช.น.ต่อไป
 
 
‘ผบ.ตร.’ ยันข้อมูลหลักฐานกองปราบเพียงพอเอาผิดผู้เกี่ยวข้องคดี ‘ชูวงษ์’
 
 
         ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันที่ 6 ส.ค.พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าผลการสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ แซ่ตั้ง นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างหมื่นล้าน ว่า ขณะนี้ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ ให้รวบรวมหลักฐานอย่างรอบคอบชัดเจนทุกด้านก่อนดำเนินการออกหมายจับ โดยไม่ได้เอากรอบเวลามากดดันการทำงาน และเชื่อว่าจากข้อมูลและหลักฐานที่กองปราบรายงานมานั้นเพียงพอต่อการเอาผิดผู้เกี่ยวข้องได้แน่นอน
 
         พล.ต.อ.สมยศ กล่าวอีกว่า ได้กำชับให้พนักงานสอบสวนทั้งนครบาล กองปราบ และทางนิติเวช ไปสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อหาพยานหลักฐานและสอบสวนข้อมูลอย่างครบถ้วน เพราะหากเจ้าหน้าที่ไม่สามารถหาหลักฐานเกี่ยวกับคดีได้ แต่ญาติและทนายฝ่ายผู้เสียหายกลับสามารถหาหลักฐานมาให้เจ้าหน้าที่ได้ จะเกิดข้อครหาและความเสียหายกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
 
         อย่างไรก็ตาม กรณีที่ญาติของนายชูวงษ์ ได้มีการนำศพไปให้ทางเพทย์สภาตรวจสอบอีกครั้ง อาจเป็นเพราะยังมีข้อสงสัยบางประการเกี่ยวกับบาดแผลต่าง ๆ ที่เกิดจากการเสียชีวิต และอยากได้คำยืนยันจากแพทย์ ซึ่งอาจจะเป็นประเด็นเดียวกับที่เจ้าหน้าที่เคยตรวจสอบไปแล้ว แต่เพื่อความสบายใจและมั่นใจก็สามารถกระทำได้
 
         “ขอให้ไว้ใจการทำงานอย่างมืออาชีพของที่ตำรวจ ยืนยันว่าการทำงานของตำรวจไม่มีการช่วยเหลือใครทั้งสิ้น แม้คุณบรรยิน จะเป็นอดีตนายตำรวจ เพราะไม่สามารถเอาเกียรติยศชื่อเสียงของตำรวจทั้งประเทศ ไปปกป้องคน ๆ หนึ่งได้ แต่ถ้าหากผลออกมาแล้วทำให้ทางญาติไม่ตรงใจและไม่สบายใจ ก็สามารถดำเนินการฟ้องต่อศาลได้ เพราะเชื่อว่าตำรวจทุกคนทำงานเต็มที่แล้วตามพยานและหลักฐานที่ปรากฎ เนื่องจากการรวบรวมหลักฐานต่าง ๆ ค่อนข้างทำได้ลำบาก เพราะศพได้ทำพิธีฌาปนกิจไปแล้ว” พล.ต.อ.สมยศ กล่าว
 
 
กองปราบเผยเตรียมออกหมายจับคนปลอมเอกสารโอนหุ้น ‘ชูวงษ์’ สัปดาห์หน้า-รอหลักฐานยืนยันจาก พฐ.
 
 
         กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) จากกรณีที่มีรายงานข่าวแจ้งว่า ชุดสืบสวนกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ซึ่งทำคดีการโอนหุ้นของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างหมื่นล้าน ได้ส่งเอกสารหลักฐานการโอนหุ้น รวมถึงธุรกรรมทางการเงินทั้งหมดของนายชูวงษ์ ไปให้กองพิสูจน์หลักฐานกลางทำการเปรียบเทียบลายมือพร้อมด้วยลายเซ็นของนายชูวงษ์ กับใบโอนหุ้นให้กับพริตตี้และโบรกเกอร์สาว ที่มีพิรุธหลายจุด ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบ ทั้งนี้ผลการตรวจสอบเอกสารบางส่วนได้ออกมาแล้ว แต่ยังขาดผลตรวจเอกสารสำคัญบางชิ้นที่จะสามารถยืนยันได้ว่า มีกลุ่มคนประมาณ 2-3 รายได้ร่วมกันปลอมแปลงเอกสารการโอนหุ้นของนายชูวงษ์ หากได้ผลออกมายืนยันชัดเจนจะสามารถนำไปเป็นหลักฐานการขออนุมัติหมายจับกลุ่มคนดังกล่าวได้
 
         ล่าสุดเมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 6 สิงหาคม 2558 พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก.1 บก.ป. กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้เกี่ยวข้องคดีโอนหุ้นนายชูวงษ์ ไปแล้วกว่า 30 ปาก พบมีความผิดปกติในการโอนหุ้นดังกล่าว โดยเฉพาะหลักฐานที่เป็นเอกสารเกี่ยวกับการโอนหุ้น โดยขณะนี้รอผลตรวจยืนยันเอกสารหลักฐานจากกองพิสูจน์หลักฐานกลาง เพื่อนำมารวบรวมในการยื่นต่อศาลเพื่ออนุมัติหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการปลอมแปลงเอกสาร ซึ่งคาดว่าจะสามารถรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดเพื่อขออนุมัติออกหมายจับได้ภายในสัปดาห์หน้า
 
 
ทนาย-ญาติ ‘ชูวงษ์’ หอบหลักฐานโอนหุ้นให้ ตร.กองปราบเพิ่มเติม
 
 
         กองบังคับการปราบปราม (ปก.บ.) เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 6 สิงหาคม 2558 นางวันเพ็ญ ธนธรรมศิริ พร้อมด้วย นายกันต์ แซ่ตั๊ง และ นายเอนก คำชุ่ม ซึ่งเป็นพี่สาว กับลูกชาย และทนายความของ นายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างหมื่นล้าน ได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.ณัฐพงษ์ เกิดเอี่ยม พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ กก.1 บก.ป. เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติม พร้อมกับมอบหลักฐานเกี่ยวกับการโอนหุ้นเพิ่มเติม
 
         นายเอนก กล่าวก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวนว่า วันนี้(6 ส.ค.) ได้นำหลักฐานเกี่ยวกับการโอนหุ้นของนายชูวงษ์ ก่อนเสียชีวิตที่เชื่อว่าถูกปลอมเอกสาร มามอบให้พนักงานสอบสวน บก.ป. เพิ่มเติม ส่วนจะมีผู้เกี่ยวข้องกี่คนนั้นและจะเข้าข่ายมีความผิดข้อหาใดบ้างนั้นคงไม่สามารถระบุได้ เพราะขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานของตำรวจ ขณะเดียวกันทางครอบครัวของนายชูวงษ์ ได้ยื่นหนังสือถึงแพทยสภา เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ เนื่องจากผลการตรวจของแพทย์นิติเวชไม่ได้ชี้ชัดถึงสาเหตุการเสียชีวิต ระบุเพียงว่าถูกของแข็งกระแทกศีรษะ จึงต้องการผลตรวจสอบจากหลายหน่วยงานเพื่อให้ญาติของนายชูวงษ์ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน
 
         นายเอนก ยังกล่าวด้วยว่า สำหรับกรณีที่ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ ซึ่งเป็นผู้ขับรถยนต์ให้นายชูวงษ์ในวันเกิดอุบัติเหตุจนเสียชีวิต จะไปยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.)เพื่อให้ตรวจสอบ โดยอ้างว่ามีผู้พิพากษาเข้ามาเกี่ยวข้องนั้น โดยส่วนตัวเห็นว่าไม่มีความจำเป็นขนาดนั้น
 
         “ผมเห็นว่า พ.ต.ท.บรรยินไม่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนั้น และยืนยันได้เลยว่าไม่มีผู้พิพากษาอาวุโสคนไหนเข้ามาเกี่ยวข้องกับคนในครอบครัวของคุณชูวงษ์ตามที่ พ.ต.ท.บรรยิน กล่าวอ้าง ซึ่งขณะนี้คดียังอยู่ในชั้นพนักงานสอบสวน คงไม่มีอำนาจใดไปก้าวล่วงได้” นายเอนก กล่าว
 
         ต่อมาเวลา 11.30 น. วันเดียวกัน ภายหลังนางวันเพ็ญ และ นายเอนก ทนายความ เข้าพบพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. นานร่วม 1 ชั่วโมง จากนั้น นายเอนก ได้ออกมาชี้แจงกับสื่อมวลชนถึงรายงานการตรวจศพนายชูวงษ์ ของสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ ที่ระบุเดือนที่ส่งศพของนายชูวงษ์ ผิด จากวันที่ 26 มิถุนายน 2558 แต่ทางนิติเวช ลงวันที่ 26 กรกฎาคม 2558 ว่า อาจจะพิมพ์ผิดเท่านั้น แต่ก็ทราบว่ามีการแก้ไขในตัวเอกสารนี้แล้ว
 
         ขณะที่นางวันเพ็ญ ไม่ขอแสดงความคิดเห็นกรณี พ.ต.ท.บรรยิน จะเดินทางไปยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม เพื่อให้ตรวจสอบโดยอ้างว่ามีผู้พิพากษาอาวุโสเข้ามาเกี่ยวข้องกับครอบครัว หรือเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้เพื่อให้ตำรวจอายัดหุ้น ซึ่งส่วนตัวไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ โดยยืนยันว่าไม่มีผู้พิพากษาคนไหนเข้ามาเกี่ยวข้อง
 
         “ในส่วนที่ตำรวจเตรียมออกหมายจับบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องในประเด็นการโอนหุ้นนั้น ส่วนตัวฉันยังไม่มีความคิดเห็นอะไร เพียงแต่มีหน้าที่นำหลักฐานต่างๆที่ตำรวจขอมาให้ตรวจสอบในประเด็นต่าง โดยเชื่อว่าตำรวจได้ทำงานอย่างเต็มที่แล้ว” นางวันเพ็ญ กล่าว