ข่าว

เรื่องร้อนลิขสิทธิ์

เรื่องร้อนลิขสิทธิ์

06 ส.ค. 2558

เรื่องร้อนลิขสิทธิ์ : 'จอกอ'จักร์กฤษ เพิ่มพูล

             กฎหมายลิขสิทธิ์ใหม่ที่ประกาศใช้ ตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคมนี้ สร้างความสับสน วุ่นวายให้แก่คนที่เกี่ยวข้องพอสมควร โดยเฉพาะกลุ่มคนที่พึ่งพาภาพ ข้อมูล ข่าวสารจากสื่อออนไลน์ หรือส่งผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ จนกลายเป็นส่วนควบของชีวิตที่ขาดไปคงขาดใจตาย

             หลายครั้งที่เราดึงภาพจากระบบคอมพิวเตอร์ มาใช้โดยไม่ได้ใส่ใจเลยว่า ภาพนั้นเป็นงานสร้างสรรค์ที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย หรือเป็นภาพที่ใช้ต่อๆ กันมา โดยไม่สามารถสืบค้นได้ว่า ใครเป็นเจ้าของงานตัวจริง หรือหากมีความสงสัยว่าอาจไปละเมิดลิขสิทธิ์เจ้าของ ก็อาจจะอ้างอิงที่มา จากเว็บไซต์ หรือ กูเกิล ซึ่งไม่ได้เป็นข้อยกเว้นความรับผิด

             หลายคนตั้งคำถาม หลายคนวิตกวิจารณ์กันว่า จากนี้ไป คนที่ส่งภาพ แชร์ภาพ ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ จะทำไม่ได้เลย เพราะจะเป็นความผิดตามกฎหมายใหม่ที่เพิ่งมีผลบังคับใช้ ซึ่งก็มีคำตอบในหลายแง่มุม

             แต่มุมหนึ่งคือการแชร์ข้อมูลนั้น หากเป็นเรื่องภายในกลุ่มเล็กๆ ที่ไม่ได้ทำไปในเชิงพาณิชย์ และมีการอ้างอิงที่มา ก็ไม่น่าจะเข้าข่ายละเมิดลิขสิทธิ์

             ซึ่งหากเจ้าของงานอ้างว่าละเมิดลิขสิทธิ์ ก็คงพิสูจน์ความเสียหายได้ยาก ยกเว้นกรณีที่เป็นนิติบุคคล และทำไปเพื่อการค้า ไม่อ้างอิง ไม่ขออนุญาตเจ้าของ ย่อมมีความผิดอย่างไม่ต้องสงสัย

             ความจริง การแชร์การใช้ภาพ เนื้อหา ข้อมูลที่คนอื่นเขาคิดค้น เป็นงานสร้างสรรค์ บนอินเทอร์เน็ต ถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์อยู่แล้ว ตามกฎหมายเดิม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ 2537

             งานที่มีลิขสิทธิ์บนเว็บไซต์ ตามกฎหมายเดิม ได้แก่ งานวรรณกรรม เช่น ข้อเขียน บทความ คอลัมน์ งานศิลปกรรม เช่น งานจิตรกรรม ศิลปะประยุกต์ ภาพถ่าย ภาพวาด งานออกแบบ ดนตรีกรรม เพลง คำร้อง ทำนอง โสตทัศนวัสดุ มิวสิกวิดีโอ ภาพยนตร์ งานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ สิทธินักแสดง

             งานเหล่านี้ หากนำมาทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่ต่อสาธารณชน โดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย ถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ทั้งสิ้น นี่เองที่กล่าวว่า มีความเข้าใจผิดว่า การแชร์ภาพ วิดีโอ เรื่องราวต่างๆ อันเป็นลิขสิทธิ์ของบุคคลอื่น ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ รูปแบบต่างๆ ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ฉบับที่ 2 พ.ศ.2558 ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคมนี้ จะมีความผิดตามกฎหมาย

             ซึ่งการกระทำเช่นนั้น มีความผิดฐานละเมิด ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์เดิมอยู่แล้ว แต่กฎหมายฉบับแก้ไขเพิ่มเติมใหม่นี้ จะมีโทษทางอาญาหนักขึ้น โดยเฉพาะการไปละเมิดสิ่งที่เรียกว่า “ข้อมูลการบริหารสิทธิ” ซึ่งมีที่มาจากนโยบาย เศรษฐกิจดิจิทัล ของรัฐบาล

             ข้อมูล บริหารสิทธิ พูดให้เข้าใจง่ายก็คือ การที่เจ้าของลิขสิทธิ์ แสดงความเป็นเจ้าของในงานของเขา ด้วยรูปแบบต่างๆ เช่น การใส่ลายน้ำในภาพถ่าย การเขียนชื่อ หรือสัญลักษณ์แสดงตัวตน หรือการบอกว่าเป็นเจ้าของไอจี ถ้าไปลบ หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไข ความเป็นเจ้าของ โทษคือจำคุก 6 เดือน ปรับ 2 แสน

             เพราะในขณะที่ร่างกฎหมายลิขสิทธิ์ ฉบับปี 2537 ยังมีการแสดงความเป็นเจ้าของสิทธิในงานสร้างสรรค์ไม่มากนัก และกฎหมายก็ไม่ได้เขียนครอบคลุมไว้

             ว่าตามหลักของกฎหมายที่แก้ไขเพิ่มเติมนี้ คือการคุ้มครองเจ้าของงานลิขสิทธิ์ให้มีความชัดเจน และก้าวทันเทคโนโลยีมากขึ้น มิได้เป็นเรื่องใหม่หรือทำให้มีภาระเพิ่ม หากสุจริต ตรงไปตรงมา และไม่ฉกฉวยความคิดสร้างสรรค์ของคนอื่นมาแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตน กฎหมายลิขสิทธิ์ใหม่ จึงไม่ใช่เป็นผู้ร้าย เช่นที่หลายคนคิด