
วันชี้ชะตา : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ
วันชี้ชะตา : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ : สำนักข่าวเนชั่น
มีความชัดเจนขึ้นอีกขั้น โดยกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้ประสานกับคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือวิป สปช. ว่าจะส่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับสุดท้ายที่จะใช้ลงมติให้แก่สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในวันที่ 22 สิงหาคม ซึ่งถือว่าเร็วกว่ากำหนด 1 วัน
จากนั้น “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 1) พุทธศักราช 2558” กำหนดว่า สปช. จะมีเวลา 15 วัน เพื่อนำร่างไปศึกษาก่อนที่จะลงมติ โดยกำหนดคร่าวๆ ว่าจะลงมติในวันที่ 7 กันยายน ที่จะถึงนี้
เมื่อพิจารณาเสียงที่จะใช้ในการลงมติเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญจะต้องมีเสียงสมาชิกกึ่งหนึ่งของทั้งสภา กล่าวคือขณะนี้มี สปช.จำนวน 249 คน จึงต้องใช้เสียง 125 เสียง จึงจะถือว่ารัฐธรรมนูญผ่านความเห็นชอบส่วน สปช. 21 คนที่ไปเป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญและสวมหมวก สปช.ด้วยนั้น กฎหมายก็ไม่ห้ามในการลงมติแต่อย่างใด แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นกับมารยาทว่าทั้ง 21 คน จะลงมติด้วยหรือไม่
หากแสดงสปิริตไม่ลงมติ ก็เท่ากับเสียงหายไปถึง 21 เสียง แต่หากตัดสินใจลงมติก็เท่ากับได้มาอีก 21 เสียง เช่นกัน สำหรับขั้นตอนการลงคะแนนจะเป็นการลงคะแนนโดยเปิดเผย ด้วยการใช้วิธีขานชื่อเป็นรายบุคคล
ส่วนวันลงมติดังกล่าวจะไม่เปิดโอกาสให้สมาชิก สปช.ได้อภิปรายอีกแต่อย่างใด ดังนั้นในช่วงระหว่างวันที่ 17-19 สิงหาคม กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจะเปิดโอกาสให้คณะกรรมาธิการปฏิรูปทั้ง 18 คณะ เข้ารับฟัง เนื่องจากเป็นผู้เสนอให้ปรับแก้รัฐธรรมนูญและจะมีการซักถามถึงเหตุผลต่างๆ กันในช่วงเวลานั้น
ที่สำคัญคือในวันลงมติ จะมีการกำหนดด้วยว่าในการประชามติร่างรัฐธรรมนูญจะถามคำถามอื่นด้วยหรือไม่ และหากถามจะถามว่าอะไร และเมื่อเสร็จสิ้นการประชุมในวันนั้นอายุของ สปช.ก็จะสิ้นสุดลง ภาระหน้าที่ก็จะหมดลง ส่วนใครจะกลับมาใหม่ในฐานะสภาขับเคลื่อนการปฏฺิรูปประเทศก็เป็นเรื่องของอนาคตและเป็นเรื่องของผู้มีอำนาจจะจัดให้
การลงมติของ สปช. หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านความเห็นชอบ ก็ต้องเริ่มกระบวนการใหม่ โดยการให้ คสช.ตั้งกรรมการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาจำนวน 21 คน ทำหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จใน 180 วัน จากนั้นจึงนำไปให้ประชาชนออกเสียงประชามติ
อย่างไรก็ตาม หากวันที่ 7 กันยายน สปช.ผ่านร่างรัฐธรรมนูญ กระบวนการต่อไปคือการแจ้งเรื่องไปยังคณะรัฐมนตรีและกกต.เพื่อให้ดำเนินการทำประชามติต่อไป หากประชามติผ่านรัฐธรรมนูญก็นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย และมีพระบรมราชโองการประกาศใช้ต่อไปและเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งตามปกติ
แต่หากไม่ผ่านก็ต้องเข้าสู่กระบวนการตั้งกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เช่นเดียวกับกรณีที่ไม่ผ่านความเห็นชอบของ สปช.
จากนี้ไปอีกหนึ่งเดือนจะถือเป็นอีกวันที่ชี้ชะตาของสังคมไทยว่าเราจะเดินหน้าไปทางไหน และก่อนจะเข้าสู่วันนั้นเราจะเห็นความเคลื่อนไหวอีกมากมายจากฝ่ายต่างๆ ไม่ว่าฝ่ายที่อยากจะให้ไม่ผ่านด้วยเหตุผลต่างๆ นานา อาทิ อยากให้รัฐบาลอยู่ต่อ หรือไม่พอใจกับบทบัญญัติ กับฝ่ายที่อยากให้ผ่าน ด้วยเหตุผลที่ต่างกัน เช่น เพราะพอใจในบทบัญญัติ หรือเพราะพวกที่ต้องการนำเข้าสู่ประชามติเพื่อแสดงจุดยืนทางการเมือง



