
บิ๊กตู่ไม่อยากเปลืองงบฯ-เกณฑ์คนแอบขึ้นฮ.ดูน้ำ
บิ๊กตู่สั่งเติมน้ำมันฮ.ดอดดูน้ำในเขื่อน ขุดด่าน-ป่าสัก แย้มจะลงพื้นที่แบบกะทันหันนี้อีก เพราะไม่อยากให้เปลืองงบฯ-เกณฑ์ปชช.ต้อนรับ
5ส.ค.2558 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังร่วมงานวันพระราชทานกำเนิดนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ครบรอบ 128 ปี ที่ จ.นครนายก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) พร้อมคณะได้ลงพื้นที่ตรวจปริมาณน้ำ ที่เขื่อนขุนด่านปราการชล อ.เมือง จ.นครนายก จากนั้นได้เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ เพื่อไปตรวจสภาพน้ำที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี ที่ตั้งอยู่ระหว่าง อ.พัฒนานิคม และ อ.วังม่วง จ.สระบุรี
จากนั้น เวลา 14.00น. ที่พล.ม.2 รอ. พล.อ.ประยุทธ์ ได้แถลงถึงการไปตรวจสภาพน้ำในเขื่อนดังกล่าวว่า รู้สึกมีความสุขที่ได้ลงไปดูพื้นที่จริงๆ ซึ่งจริงแล้วภารกิจช่วงเช้าไปร่วมงานวันพระราชทานกำเนิดนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ครบรอบ 128 ปี ที่ จ.นครนายก เพียงกำหนดการเดียว แต่ก็เปลี่ยนใจ เนื่องจากคิดมานานแล้วอยากไปเยี่ยมประชาชนต่างจังหวัดบ้าง จึงได้ตัดสินใจก่อนขึ้นเครื่องกลับและได้ชวนพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และพล.อ.ดาวพงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมร่วมลงพื้นที่ด้วย โดยถือว่าเป็นการนำรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับปัญหาตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำมาเจอกัน วันนี้ป่าทางเหนือที่เป็นแหล่งกำเนิดน้ำใหญ่มีปัญหาถูกทำลายไปหลายล้านไร่ เมื่อมีฝนตกลงมาก็ไม่มีอะไรซึมซับทำให้น้ำลงสู่ดินหมด การจัดเก็บน้ำที่ผ่านมาไม่เพียงพอ เขื่อนก็สร้างไม่ได้อีกแล้ว วันนี้เราแก้ไขกันตั้งแต่ต้นทางทั้งระบบ ทั้งการทำแก้มลิง ขุดลอกคูคลอง ส่วนปัญหากลางทางคือการจัดสรรน้ำจากเขื่อนต่างๆจากเดิมที่ค่อนข้างพอเพียง เมื่อต้นทุนน้ำไม่พอการจ่ายน้ำ ซึ่งเป็นปัญหาจากธรรมชาติ ดังนั้นต้องมาดูเรื่องการบริหารจัดการ ต่อมาคือปัญหาปลายทางคือประชาชน
“จากการลงพื้นที่ จ.สระบุรี จ.ลพบุรี ซึ่งประชาชนไม่รู้มาก่อนว่าผมจะไป รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดและ ผอ.เขื่อน ผมแจ้งเดี๋ยวนั้นและเติมน้ำมันเครื่องบินไป ก็มีประชาชนมาต้อนรับจำนวนหนึ่ง เขามีความเข้าใจที่ผมพูดกับเขาว่าเขาเดือดร้อนหรือไม่ ผมอยากถามด้วยปากของผมเอง ไม่ใช่ฟังจาการรายงานเพียงอย่างเดียว ซึ่งเขาก็เข้าใจว่าปัญหาอยู่ที่ตรงไหน ผมบอกเขาว่าเราใช้เวลาขณะนี้ในการวางอนาคตให้ลูกหลาน ต้องคิดใหม่ทำใหม่ นี่เรียกว่าการปฏิรูปเหมือนกันในเรื่องการเกษตร ที่จะต้องใช้พื้นที่และน้ำให้น้อยลงและได้ผลผลิตเท่าเดิมหรือมากขึ้น” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า วันนี้โชคดีที่ได้ดูพื้นที่ตั้งแต่ จ.นครนายก ได้เห็นความแตกต่างของพื้นที่ ซึ่งมีน้ำประมาณ 10 กว่าล้านลูกบาศก์เมตร ถือว่าน้อยมาก แต่เขาอยู่ได้ เพราะฝนตกมีระบบการระบายในเขื่อนไหลเข้ามากกว่าไหลออก และจากการมองลงมาจากเครื่องบินพบว่า มีแหล่งน้ำธรรมชาติกระจัดกระจายไปทั่ว ซึ่งการเพาะปลูกต้องทำแบบนี้ ต้องช่วยตัวเองบ้างและรัฐก็เข้าไปดูแล ตรงนี้อยู่ในแผนบริหารจัดการน้ำ จากนั้นได้บินเลยไปเขื่อนป่าสักฯ ซึ่งมีน้ำ 34 ล้านลูกบาศก์เมตร วันนี้ได้รับรายงานมีฝนตกมากขึ้น น้ำเข้าเขื่อนวันละ 2 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่วนที่ต้องใช้ระบายวันละ 1 ล้าน ฟังแล้วสบายใจ แต่ปัญหาคือเราต้องเผื่อไว้วันข้างหน้า หากฝนตกปกติแล้วเขื่อนนี้รับน้ำได้ประมาณ 960 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ปริมาณฝนตกในช่วงที่สูงที่สุดนั้นจะมีน้ำประมาณ 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อปี ตรงนี้จะต้องทำอย่างไรถึงจะเพิ่มการกัดเก็บน้ำในเขื่อนนี้ให้ได้ โดยหลังจากคณะบริหารจัดการน้ำไปดูได้วางแผนว่าต้องมีการขยายลักษณะการขุดแก้มลิงในพื้นที่เขื่อนที่ตื้นอยู่เป็นแห่งๆไป ถ้าทำเพิ่มจะกักเก็บน้ำได้อีกประมาณ 46 ล้านลูกบาศก์เมตร จะทำให้เพียงพอต่อการจัดสรรน้ำในพื้นที่การเกษตรมากกว่าเดิม โดยตนได้สั่งการให้ทุกเขื่อนทำแบบนี้จะทำได้หรือไม่
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามปัญหาของเราคือการจัดทำอะไรต้องผ่านกระบวนการอีไอเอ อีเอชไอเอ หากจะทำในพื้นที่ชลประทานเดิมก็น่าจะทำได้ วันนี้อะไรที่น่าจะต้องทำให้ได้ก็ต้องหาทางทำให้ได้ ไม่ใช่จะเอาทุกกฎหมายมาทำให้ได้ ถ้าอย่างนี้ถือเป็นการบริหารงานที่ล้มเหลวของข้าราชการด้วย ดังนั้นต้องเอากฎหมายมาทำแต่ไม่ให้เสียกฎหมายให้ได้ ตนสั่งไปแล้ว วันนี้ภาคอื่น ยกเว้นลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ฝนตก ทำให้ข้าวปลาอาหาร ฟื้นเหมือนเดิม เว้นแต่ที่ปลูกไปก่อนหน้านั้นมันตาย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังสำรวจความเสียหายอยู่ คงต้องรอหน่อย
“ผมเจ็บปวดที่ต้องสั่งให้หยุดการจ่ายน้ำ เพื่อไปเลี้ยงข้าว แต่มันไม่ไหวแล้วก็ต้องไปหาทางชดเชยอย่างอื่น โดยได้เตรียมการไว้แล้วในส่วนเสียหายในครอปที่หนึ่ง และจากที่สำรวจมามี 1 ปลูกก่อนที่ประกาศให้มีการชะลอ 2 ปลุกหลังการประกาศดื้อปลูก และ 3 ยังไม่ได้ปลูก ดังนั้นจะดูแลทั้งสามประเภทนี้ให้แตกต่างกัน แต่จะไม่เหมาจ่ายแบบเดิม และต้องมีคนรับรอง เวลานี้อยู่ระหว่างการสำรวจ โดยคณะกรรมการจะพิจารณาหลักการเยียวยา หลักเกณฑ์เดิมมีอยู่แล้วไร่ละ 1 พันกว่าบาท แต่จะจ่ายแค่ไหนอย่างไรก็ไปว่ากันมา รัฐบาลต้องใช้จ่ายอย่าประหยัดและมีประสิทธิภาพ แต่ต้องให้ประชาชนอยู่ได้ ถ้าจะเอาทุกอย่าง จะเอาที่ไหนจ่าย”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า ฝากคนไทยต้นไม้ทุกต้นมีคุณลามีอะไรมันเดือดร้อนกันทั้งประเทศ ที่บุกรุกกัน 7-8 ล้านไร่ เราได้คืนมาเฉพาะที่ดิน และป่าที่ทรุดโทรม เราไม่ได้ป่าจากที่สมบูรณ์กลับมา เราจะทำอย่างไร นี่เป็นภาระนโยบายของเราในการให้กระทรวงทรัพย์ฯฟื้นฟูเขาหัวโล้นโดยเร็ว วันนี้ที่นึกออกคือปลูกพืชโตเร็ว เพื่อให้เป็นร่มเงาไว้ก่อนและทันในฤดูฝนก่อนจะให้พืชอื่นขึ้นได้ ตนคิดและสั่งมาตลอดทาง รัฐมนตรีที่ไปด้วยก็ได้งานกลับไปเยอะ เราต้องใช้วิธีนี้ เพราะงานที่ส่งนกลางที่ทำเนียบรัฐบาลก็มีเยอะ ทั้งปฎิรูป เรื่องรัฐธรรมนูญ ตนก็ดูทุกเรื่องว่าคืบหน้าถึงไหน ซึ่งได้มอบหมายไปหมดแล้ว
“ผมได้บอกกับคนลพบุรีและสระบุรีไปแล้ว ไม่ได้ทำเพื่อใคร แต่ทำเพื่อคน 70 ล้านคนและคนในอนาคตและนี่คือความคาดหวังของ คสช.และรัฐบาล ถ้าไม่ทำวันนี้ก็ไม่มั่นใจว่าวันหน้าจะดีหรือไม่ดีและจะเป็นอย่างเดิมหรือเปล่า อย่างน้อยเราได้เริ่มไว้ให้ ผมได้ไปบอกกับประชาชนว่า ให้ไปบอกให้รัฐบาลวันหน้ามาทำแล้วกันถ้าเห็นว่ามันดี ซึ่งหลายคนก็ให้กำลังใจเรา ผมได้คุยกับข้าราชการท้องถิ่นของเวลาให้ผมได้ทำในช่วงโรดแมปของผมก่อน ซึ่งเขาก็เข้าใจ และเขาก็ดีใจที่ผมไปโดยไม่ได้นัดหมาย ผมไม่อยากให้มีการเกณฑ์คนมารับกันเยอะแยะ เปลืองเปล่าๆซึ่งจะใช้วิธีไปตรวจล่วงหน้าอย่างนี้บ่อยๆในทุกพื้นที่แล้วกันถ้ามีเวลา”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า แผนงบประมาณที่จะลงในพื้นที่มีอยู่แล้ว แต่ขอมากๆก็เป็นห่วงในงบประมาณที่มีอยู่ แต่รู้ทุกคนอยากได้ อย่างการขุดลอกคูคลองที่เห็นจากการลงพื้นที่วันนี้ได้รับคำตอบว่าเพิ่มทำและที่ผ่านมาไม่มีการทำ เพราะไม่มีงบประมาณจากกรมชลประทาน ตนจึงไม่เข้าใจทำไมไม่มีงบประมาณทำฝนสิ่งดีๆเหล่านี้ เอางบไปทำอะไรกันหมด ตนไม่รู้ รัฐบาลนี้กำลังทำ แต่อาจจะช้า เพราะมันเยอะ โดยการลงพื้นที่สิ่งที่เห็นเป็นเม็ดงานและได้ภาพความร่วมมือคือการเอาชาวบ้านมาช่วยกันขุดลอกเก็บจอกแหน ผักตบ เฮฮากันและมีค่าแรงให้กับพวกเขา ส่วนหนึ่งเอาเงินไปจ่างรถแบ็คโฮ มาขุดลอกคลอง ประชาชนก็มีความสุข วัตถุประสงค์คือ 1 ให้ประชาชนมายได้ในช่วงที่ลำบากอยู่ 2 ให้ประชาชนมาปฏิสัมพันธ์กัน จะได้ไม่แบ่งพรรคแบ่งพวกกันมากนัก 3 เป็นการเตรียมรับน้ำในอนาคต



