ข่าว

'มาร์ค'ย้ำ'ปชป.-กปปส.'เป็นอิสระต่อกัน

'มาร์ค'ย้ำ'ปชป.-กปปส.'เป็นอิสระต่อกัน

05 ส.ค. 2558

'อภิสิทธิ์' ย้ำ 'ปชป.-กปปส.' เป็นอิสระต่อกัน ชี้ช่องแก้กติกาจัดสรรงบ 'สสส.-ไทยพีบีเอส' แทนยกเลิก สปช.คว่ำร่างรธน.เป็นสิทธิ์ จี้ รบ.ชัดเจน 'ปฏิรูป' หวั่นขัดแย้ง

 
                      5 ส.ค. 58  นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ออกไปตั้งมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย ว่า ต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่ของตัวเอง เราก็ทำหน้าที่พรรคการเมืองเท่าที่จะทำได้ ในภาวะที่ยังไม่สามารถทำกิจกรรมทางการเมืองได้ ส่วนมูลนิธิฯ นั้นเขาตั้งขึ้นมามีวัตถุประสงค์ตามที่เคยประกาศกับมวลชน คือ การผลักดันการปฏิรูป ส่วนนายสุเทพกับพรรคนั้น นายสุเทพ แสดงเจตนาชัดเจนแล้วว่าจะไม่หวนกลับมาเป็นนักการเมืองในระบบพรรคการเมือง จะทำงานในภาคประชาชน
 
                      ผู้สื่อข่าวถามว่า พูดได้เลยหรือไม่ว่า กปปส.กับพรรคประชาธิปัตย์แยกกันเดิน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เป็นอิสระต่อกันอยู่แล้ว แต่เรามีความเห็นที่เป็นจุดร่วมอยู่ คือ เรื่องการปฏิรูป อยากเห็นบ้านเมืองดีขึ้น เราต่อต้านการใช้อำนาจที่ไม่ชอบ
 
                      เมื่อถามย้ำว่า แต่มีบางฝ่ายออกมามองว่า รัฐบาลไม่ควรมีมูลนิธิฯ มาเสนอความเห็น หรือแนะนำ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเสนอความเห็นได้ การวิพากษ์วิจารณ์ให้ความเห็นมูลนิธิฯ เอง เขาไม่ได้เรียกร้องว่าจะต้องมีสถานะพิเศษอะไร เขาเคลื่อนไหวในฐานะที่เป็นประชาชนกลุ่มหนึ่งที่ต้องอยู่ภายใต้กติกาเดียวกับทุกกลุ่ม
 
                      ผู้สื่อข่าวถามว่า อนาคตเป็นไปได้หรือไม่ ในเรื่องปฏิรูปบางเรื่อง ที่พรรคประชาธิปัตย์กับมูลนิธิฯ จะร่วมกันขับเคลื่อนในบางเรื่อง หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนเห็นว่ามันไม่ใช่เรื่องอะไรที่จะต้องมาขับเคลื่อนร่วมกัน แต่ถ้ามีประเด็นที่ตรงกันร่วมกัน การทำงานของทุกองค์กรสามารถทำงานร่วมกันได้อยู่แล้ว
 
 
 
ชี้ช่องปรับแก้กติกา การจัดสรรงบให้ สสส.-ไทยพีบีเอส แทนการยกเลิก
 
 
                      นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีที่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี เสนอให้ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ให้แก้ไขร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 190 และมาตรา 204 วรรคสอง เกี่ยวกับการใช้งบประมาณให้เป็นตามวินัยการเงินการคลัง เพื่อไม่ให้นำเงินจากการเก็บภาษีสุราและภาษียาสูบ หรือที่เรียกว่า ภาษีบาป มาอุดหนุนแก่กองทุนสนับสนุนสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส (TPBS) ว่า ปกติจะมีการใช้ภาษีบาปที่กันเอาไว้เป็นข้อยกเว้นสำหรับบางองค์กรเท่านั้น เพื่อที่จะเป็นหลักประกันในความเป็นอิสระ มิฉะนั้นจะมีปัญหา เช่น ทำงานไปไม่ถูกใจรัฐบาล รัฐบาลไม่จัดงบประมาณให้เขาก็ทำงานไม่ได้ แต่ขณะเดียวกันเมื่อเราใช้ระบบนี้ไปแล้ว ก็จะมีประเด็นที่ต้องมาพิจารณา เช่น บางองค์กรได้เงินเยอะเกินไป หรือเกินความจำเป็น หรือมีเงินสะสมเยอะเกินไป ก็มาพิจารณาในกรอบนั้นมากกว่าการจะไปยกเลิกแนวคิดที่บอกว่า กันภาษีไว้ให้สำหรับบางองค์กร เพื่อความเป็นอิสระนั้น ตนมองว่าไม่ควรไปยกเลิก แต่อาจจะไปปรับแก้กติกาบางอย่าง สามารถทำได้
 
                      ผู้สื่อข่าวถามว่า มองอย่างไร มีความพยายามที่จะให้ 2 หน่วยงานดังกล่าวไปเบิกงบจากรัฐสภาแทน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ที่ใช้กับ 2 หน่วยงานนี้ ยังมีอีกบางหน่วยงานที่ตามมา แนวคิดหลัก คือ ไม่ต้องการให้การเมืองเข้าไปแทรกแซง แต่หากการมีรายได้ของเขา ต้องมาขอนักการเมือง หรือขอจากรัฐบาล หรือขอจากสภา เราเกรงว่ามันจะกระทบ เราจึงให้หลักประกันเขาว่า ควรเอาเงินจากภาษีบาปมาใช้ แต่หากเห็นว่าเงินเยอะเกิน ก็อาจจะมีการปรับแก้กติกาได้ เช่น กำหนดเพดาน หรือกำหนดว่าถ้ามีเงินสะสมเท่าไรแล้ว ปีนั้นก็ไม่ให้ แต่อย่าให้เป็นการตัดสินใจของฝ่ายการเมือง สมมติว่า ไทยพีบีเอส ทำงาน เสนอรายงาน เสนอรายการไม่ถูกใจรัฐบาล แล้วรัฐบาลตัดงบที่จะให้เขา เขาก็ทำงานไม่ได้ ก็เท่ากับเอาอำนาจของรัฐเขาไปกดดัน ทำให้เขาทำงานไม่เป็นอิสระ
 
 
 
สปช.คว่ำร่างรธน.เป็นสิทธิ์ จี้ รบ.กำหนดกรอบฏิรูปชัดเจน
 
 
                      นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกระแสข่าวการคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อาจจะอยู่ต่ออีก 2 ปี ว่า ควรให้เป็นไปตามกติกาที่กำหนดไว้ และดุลพินิจของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) แต่ต้องมีเหตุผลว่าการจะรับ หรือไม่รับร่างเพราะเหตุใด ความจริงแล้วควรพิจารณาไปตามเนื้อผ้า หากเห็นว่าเป็นร่างที่ดี ก็ควรเห็นชอบ แต่ถ้าเห็นว่า มีปัญหา สมควรต้องทำใหม่ ก็ต้องทำใหม่ ไม่ควรไปเอาปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง
 
                      หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เช่นถ้าคิดว่าถ้ารับแล้วจะเป็นอย่างนั้น ไม่รับแล้วจะเป็นอย่างนั้น เป็นเรื่องการเมือง หรือเป็นเรื่องสถานะของ คสช. หรือสถานะของตัวเอง ก็จะไม่เหมาะสม ควรพิจารณาไปตามเนื้อร่างของรัฐธรรมนูญว่ามันเหมาะสมอย่างไรมากกว่า
 
                      ผู้สื่อข่าวถามว่า มีหลายฝ่ายออกมาเสนอให้นายกฯ อยู่ต่ออีก 2 ปี ปฏิรูปให้เสร็จก่อน แล้วถึงมีเลือกตั้ง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เวลานี้การนำประเด็นนี้ขึ้นมา อาจจะนำไปสู่ความขัดแย้งได้ ตนคิดว่า สิ่งที่สังคมไทยต้องการคือขณะนี้นายกฯ หรือ คสช. ประกาศในเรื่องการจะปฏิรูปในกรอบเวลาอยู่ ตนคิดว่าสังคมอยากเห็นความชัดเจนว่า จากนี้ไปงานปฏิรูปที่จะเดิน จะเดินในรูปไหนอย่างไร สมมติทำไปแล้ว และมีความจำเป็นต้องปรับแก้กรอบเวลา ก็ไม่น่ามีปัญหา แต่หากมีการพูดลอยๆ เพียงแค่ว่า จะมีการเปลี่ยนแปลงกรอบเวลา โดยที่ไม่ทราบว่าการปฏิรูปที่จะทำคืออะไร จะทำให้กลายเป็นปมของความขัดแย้ง
 
                      ผู้สื่อข่าวถามว่า การไม่ยอมเปิดเผยร่างรัฐธรรมนูญให้ประชาชนทราบ เป็นการปกปิดอะไรหรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ถึงอย่างไรก็ต้องผ่านประชามติ คงปกปิดไม่ได้ ตนมองว่าการไม่เปิดเผยร่างให้ทุกคนทราบ เป็นความเสี่ยง เพราะหากส่งถึงมือ สปช.แล้ว ไม่มีใครสามารถแก้ไขอะไรได้แล้ว ถึงวันนั้นหากมีการท้วงติงก็ทำอะไรไม่ได้ ตนเห็นว่าคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ควรเร่งเปิดเผยรายละเอียดของร่างรัฐธรรมนูญฉบับสมบูรณ์ให้ประชาชนได้รับทราบ
 
                      "ผมขอเรียกร้องว่า ควรมีการเปิดเผยร่างรัฐธรรมนูญให้เร็วที่สุด เพื่อที่จะให้ทุกฝ่ายได้ศึกษา ก่อนที่จะส่งไปยังสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในวันที่ 22 ส.ค.นี้ เพื่อให้ประชาชนได้ศึกษารายละเอียดของร่างรัฐธรรมนูญ และจะต้องมีการเปิดเผยก่อนที่จะส่งไปถึง สปช.เพราะอาจจะมีบางประเด็นที่คนอื่นมองเห็น และอาจมีการหยิบยกขึ้นมา จะได้นำมาเพื่อปรับแก้ได้ และไม่ควรปล่อยให้เกิดกระแสข่าววิพากษ์วิจารณ์โดยไม่ทราบข้อเท็จจริง"
 
                      นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึง กรณีที่มี สปช.บางคนมาประกาศจะคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ ว่า เป็นสิทธิ์ของ สปช. อย่างไรก็ตามรัฐบาลจะต้องขยายเวลาในการทำงานหรือไม่ ขึ้นอยู่กับภารกิจในการปฏิรูปประเทศ ซึ่งจะใช้ระยะเวลาเท่าไหร่ไม่สำคัญ แต่จะต้องกำหนดรายละเอียดภารกิจการปฏิรูปของรัฐบาลให้ชัดเจน มิฉะนั้นจะกลายเป็นการปฏิรูปเพียงวาทกรรม
 
                      เมื่อถามว่า ที่ผ่านมาคนในรัฐบาลออกมาระบุว่า หากมีการคว่ำร่างรธน.แล้วอาจจะทำให้การเลือกตั้งต้องเลื่อนออกไปเป็นปี 2560 หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า สิ่งที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ออกมาพูด ตนเข้าใจว่าเป็นกรณีการคว่ำร่างรธน. ไม่แน่ใจว่าคว่ำตอนไหน แต่หากคว่ำตอน สปช. คงไม่นานขนาดนั้น แต่หากคว่ำตอนประชามติ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
 
                      "วันนี้สังคมไม่ควรจะมาถกเถียงเรื่องกรอบเวลา สังคมควรให้ความสนใจว่า เรากำลังปฏิรูปอย่างไร สิ่งที่ทำอยู่มันจะแก้ปัญหาเดิมๆ ได้หรือไม่ แล้วมาช่วยกันแก้ปัญหาให้ได้ โดยทุกคนต้องพยายามทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดก่อนที่จะไปพูดถึงเรื่องกรอบเวลาต้องเปลี่ยนแปลงหรือไม่ เราไม่ต้องมองเรื่องเวลา เรามองประเด็นที่จะทำ อย่างวันนี้ เราตกลงที่จะปฏิรูปตำรวจ และจากนั้นการปฏิรูปตำรวจจะทำอะไรบ้าง และเมื่อตอบได้ว่าจะทำอะไร เราก็มาพิจารณาได้ว่ามันต้องใช้เวลาเท่าไร ใครจะเป็นคนทำ แต่เวลานี้เมื่อพูดถึงการปฏิรูปเป็นการพูดลอยๆ รวมๆ ไม่มีการบอกว่าจะทำเรื่องอะไรอย่างไร อะไรที่ควรจะเสร็จในรัฐบาลนี้ ควรเอางานเป็นตัวตั้ง อย่าเอากลุ่มคน หรือเอาคนเป็นตัวตั้ง"
 
                      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้ (5 ส.ค.) บรรยากาศที่พรรคประชาธิปัตย์ เป็นไปอย่างคึกคัก มีบรรดาอดีต ส.ส. สก.สข. สมาชิกพรรค และแฟนคลับนายอภิสิทธิ์ ได้พากันมาอวยพรวันเกิดย้อนหลังให้นายอภิสิทธิ์ เป็นจำนวนมากด้วย