ข่าว

ลดราคาแอลพีจี ลดภาระครัวเรือน-ขนส่ง

ลดราคาแอลพีจี ลดภาระครัวเรือน-ขนส่ง

07 ส.ค. 2558

ช่วยกันคิดช่วยกันคุย : ลดราคาแอลพีจี ลดภาระครัวเรือน-ขนส่ง : โดย...ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์

 
                      คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติปรับลดราคาขายปลีกแอลพีจี ทุกภาคส่วนลง 1 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) มาอยู่ที่ 22.96 บาทต่อกก.จากเดิม 23.96 บาทต่อกก. มีผลทันทีตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม 2015
 
                      การปรับลดราคาครั้งนี้ เป็นการปรับลดครั้งที่ 2 ตั้งแต่มีการปรับโครงสร้างราคาก๊าซแอลพีจีในปี 2013 เพื่อให้สะท้อนต้นทุนจริง ซึ่งมีสาเหตุจากการปรับลดราคาแอลพีจีในตลาดโลกมาตลอดตั้งแต่ปลายปีที่แล้วเช่นเดียวกับราคาน้ำมัน โดยสิ้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ราคาแอลพีจี อยู่ที่ 379 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ลดลงจาก 407 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ในสิ้นเดือนมิถุนายน หรือลดลงประมาณ 79 สตางค์ต่อกก.
 
                      นอกจากนี้ ส่วนต่างของราคาก๊าซแอลพีจีที่ปรับลดลงต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว (ราคาปลายปีที่แล้วอยู่ที่ระดับ 600-700 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน) ได้นำไปสนับสนุนในกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงของก๊าซแอลพีจี โดยปัจจุบันกองทุนดังกล่าวมีผลประกอบการเป็นบวกอยู่ที่ 7.8 พันล้านบาท ซึ่งถือว่ามีเงินสะสมมากพอ จึงมีการปรับอัตราเงินส่งเข้ากองทุนลดลง 15 สตางค์ต่อกก. ดังนั้น เมื่อนับรวมกับต้นทุนราคาตลาดโลกที่ลดลง ทำให้ กบง.ตัดสินใจปรับลดราคาแอลพีจีในครั้งนี้ที่ 1 บาทต่อกก. โดยการปรับลดครั้งนี้สูงกว่าการปรับลดในเดือนเมษายน 2015 ซึ่งปรับลดเพียง 20 สตางค์ต่อกก.
 
                      การปรับลดราคาแอลพีจีครั้งนี้ ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคครัวเรือนและภาคขนส่ง ขณะเดียวกันอาจกระทบต่อปริมาณการนำเข้าของประเทศ
 
                      ทั้งนี้ ภาคครัวเรือนและภาคขนส่งมีสัดส่วนการใช้แอลพีจีมากที่สุด อยู่ที่ประมาณ 29% และ 26% ตามลำดับ ซึ่งการปรับลดราคาแอลพีจีส่งผลให้ราคาขายปลีกก๊าซหุงต้มภาคครัวเรือน ขนาดถัง 15 กก. ลดลงทันที 15 บาทต่อถัง โดยภาคครัวเรือนส่วนใหญ่จะใช้ก๊าซหุงต้มแบบถังขนาด 15 กก. เฉลี่ยเดือนละ 1 ถัง ซึ่งเมื่อมีการปรับเพิ่มราคาแอลพีจีตั้งแต่ปี 2013 ทำให้ค่าใช้จ่ายแอลพีจีเพิ่มขึ้นจากประมาณ 280 บาทต่อเดือนมาอยู่ที่ 370 บาท
 
                      ดังนั้น การปรับลดราคาในครั้งนี้จะทำให้ครัวเรือนมีภาระค่าใช้จ่ายลดลงราว 15 บาทต่อถัง มาอยู่ที่ 355 บาทต่อเดือน หรือลดลงประมาณ 4% ส่วนราคาขายปลีกแอลพีจีในภาคขนส่งลดลงประมาณ 50 สตางค์ต่อลิตร มาอยู่ที่ 12.40 บาทต่อลิตร (-4% YOY) ทำให้ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อเดือนของภาคขนส่งโดยรวมลดลงราว 150 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม การปรับลดราคาแอลพีจีในครั้งนี้ถือเป็นการปรับลดในอัตราที่น้อยมากเมื่อเทียบกับราคาที่ปรับขึ้นมาราว 25% ตั้งแต่ปี 2013 จึงคาดว่าน่าจะยังไม่มีการปรับลดราคาค่าโดยสารสาธารณะหรือราคาอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภค
 
                      หลังจากรัฐบาลได้ปรับโครงสร้างราคาแอลพีจีในปี 2013 ให้สะท้อนกับต้นทุนที่แท้จริงในตลาดโลก ส่งผลให้การนำเข้าแอลพีจีลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยล่าสุด ณ เดือนมิถุนายน 2015 ปริมาณนำเข้าอยู่ที่ 9 หมื่นตัน ลดลงถึง 50% จากปริมาณนำเข้าเฉลี่ยของปี 2014 ที่ 1.8 แสนตัน อย่างไรก็ตาม หากราคาก๊าซแอลพีจีมีแนวโน้มปรับลดลงต่อเนื่องอาจทำให้ประเทศต้องเพิ่มปริมาณการนำเข้าแอลพีจีอีกครั้งหนึ่ง
 
 
 
 
 
----------------------
 
(ช่วยกันคิดช่วยกันคุย : ลดราคาแอลพีจี ลดภาระครัวเรือน-ขนส่ง : โดย...ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์)