
ที่นา 'บ้านหนองลิ่ม' รอดวิกฤติภัยแล้ง
06 ส.ค. 2558
ทำมาหากิน : ที่นา 'บ้านหนองลิ่ม' รอดวิกฤติภัยแล้ง ผนึกไทยออยล์ 'สร้างคลองสร้างคน' : โดย...สุรัตน์ อัตตะ
ท่ามกลางวิกฤติภัยแล้งจากฝนทิ้งช่วง สร้างความเดือดร้อนให้แก่ชาวนาในหลายๆ พื้นที่ ต่างกับชาวนาบ้านหนองทองลิ่ม ต.หนองโบสถ์ อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งมีผู้นำชุมชนที่มีวิสัยทัศน์พร้อมเรียนรู้ และส่งเสริมการพัฒนาชุมชน จึงก่อให้เกิดการรวมกลุ่มของชาวบ้าน หาวิธีแก้ปัญหาความแห้งแล้ง ด้วยการฝึกฝนการทำนาแบบมีนวัตกรรมชุมชน ทั้งการพัฒนาคลองส่งน้ำและผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ เพิ่มมูลค่าสร้างรายได้ ทำให้ชุมชนมีความเป็นอยู่ดีขึ้น ตามพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง ปัจจุบันสามารถปลูกข้าวได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ต้องกังวลเรื่องฝนทิ้งช่วง ถือได้ว่าเป็นชุมชนตัวอย่างที่พยายามแก้ปัญหาด้วยตนเอง
เจริญ ปลักกระโทก ผู้ใหญ่บ้านหนองทองลิ่ม หัวหน้ากลุ่มเกษตรอินทรีย์ กล่าวว่า ชาวนาในหมู่บ้านมีพื้นที่ทำนารวมกว่า 1,000 ไร่ ปลูกเฉพาะข้าวนาปีทุกครัวเรือน ทุกปีชาวนาจะประสบปัญหากับความแห้งแล้งจากฝนทิ้งช่วง ต้นข้าวแห้งตาย จึงหาแนวทางแก้ไขกันว่าทำอย่างไรให้มีน้ำสำรองเพื่อช่วยพยุงข้าวที่หว่านแล้วไม่ให้ยืนต้นตาย หากฝนทิ้งช่วงเป็นเวลานาน รัฐบาลเคยมีโครงการพัฒนาขุดคลองอีสานเขียว เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ แต่เนื่องจากปัจจุบันคลองตื้นเขินช่วงน้ำหลากจะล้นไหลออกไปหมดไม่สามารถเก็บกักน้ำได้ จึงร่วมกับชุมชนในหมู่บ้านเขียนโครงการ "สร้างคลอง สร้างคน” เพื่อขอการสนับสนุนไปที่มูลนิธิเพื่อการศึกษาและประชาสงเคราะห์ และเครือไทยออยล์ ให้ช่วยเหลือด้านงบประมาณและวิศวกรที่มีความเชี่ยวชาญด้านการขุดลอกคลองมาให้ความรู้กับชาวบ้าน เพื่อบริหารจัดการคลองและกักเก็บน้ำอย่างเป็นระบบ มีน้ำใช้เพียงพอในช่วงฝนทิ้งช่วง ทำให้ปัจจุบันชาวนาในหมู่บ้านสามารถปลูกข้าวได้ตรงตามฤดูกาลและมีผลผลิตเพิ่มมากขึ้นทุกปี
สายัน รักสัตย์ สมาชิกกลุ่มเกษตรอินทรีย์ บ้านหนองทองลิ่ม กล่าวเสริมว่า การปลูกข้าวของชาวบ้านจะเป็นแบบอินทรีย์ มีการรณรงค์ให้สมาชิกลดการใช้สารเคมี ดูแลแปลงข้าวให้ได้คุณภาพสูง โดยกลุ่มเกษตรอินทรีย์จะรับซื้อในราคาที่สูงกว่าราคาตลาด นำไปบรรจุถุงสุญญากาศขนาด 1 กิโลกรัมจำหน่ายตรงให้ผู้บริโภค ส่งผลให้ราคาข้าวของกลุ่มมีราคาสูง นอกจากนี้ ได้พัฒนาเพิ่มมูลค่าข้าวขาวหอมมะลิที่มีผลผลิตสูง มาผลิตเป็น “ข้าวฮาง” ซึ่งสามารถจำหน่ายได้ราคาสูงกว่าข้าวขาวหอมมะลิธรรมดา กิโลกรัมละ 20-30 บาท เพิ่มรายได้ให้ชาวนาในชุมชนมากขึ้น
“ปัจจุบันทางกลุ่มได้ผลิตข้าวออกจำหน่าย 6 ประเภทคือ ข้าวหอมมะลิ ข้าวหอมมะลิแดง ข้าวกล้องหอมมะลิ ข้าวกล้องหอมมะลิแดง ข้าวฮาง และข้าวกล้องฮาง และต้องขอบคุณมูลนิธิเพื่อการศึกษาและประชาสงเคราะห์ และเครือไทยออยล์ ที่ช่วยสนับสนุนองค์ความรู้การทำกิน อุปกรณ์บรรจุข้าว และยังหาช่องทางการขายข้าวให้หมู่บ้านหนองลิ่ม”
ด้าน วิโรจน์ มีนะพันธ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ด้านกำกับกิจการองค์กร บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงการสนับสนุนโครงการ “สร้างคลอง สร้างคน” เพื่อเศรษฐกิจพอเพียง โดยได้รับการประสานมาจากมูลนิธิเพื่อการศึกษาและประชาสงเคราะห์ ที่ชาวบ้านส่งโครงการเข้ามา ไทยออยล์ไม่ได้ให้การสนับสนุนด้านงบประมาณอย่างเดียว ได้ส่งทีมวิศวกรที่มีทักษะความเชี่ยวชาญการบริหารจัดการเทคนิควิศวกรรมก่อสร้าง และพนักงานจิตอาสาเข้าไปให้ความรู้เบื้องต้นร่วมกับชาวบ้าน เช่น การใช้กล้องวัดระดับน้ำ วางระบบการระบายและกักเก็บน้ำ ให้สามารถไหลผ่านได้อย่างสะดวก ทำให้ปัจจุบันสามารถกักเก็บน้ำสำรองไว้ใช้ช่วงที่เกิดภาวะความแห้งแล้งจากฝนทิ้งช่วงได้
----------------------
(ทำมาหากิน : ที่นา 'บ้านหนองลิ่ม' รอดวิกฤติภัยแล้ง ผนึกไทยออยล์ 'สร้างคลองสร้างคน' : โดย...สุรัตน์ อัตตะ)



