ข่าว

'ประมาณ'ต่อยอดงานวิจัยพืชสมุนไพรสู่การค้าธุรกิจใหม่

'ประมาณ'ต่อยอดงานวิจัยพืชสมุนไพรสู่การค้าธุรกิจใหม่

05 ส.ค. 2558

ต่อยอดงานวิจัยพืชสมุนไพรสู่การค้าธุรกิจใหม่'ประมาณ เลืองวัฒนะวณิช' : คมคิดธุรกิจนิวเจน โดยดลมนัส กาเจ

               ถ้าย้อนถึงชีวิตของนักกฎหมาย และพิธีกรในรายการที่เกี่ยวกับกฎหมายชื่อดัง “ประมาณ เลืองวัฒนะวณิช” หรือที่รู้จักในนาม “อาจารย์ประมาณ” ประธานบริษัท อาณาจักรกฎหมาย จำกัด เขาเริ่มต้นชีวิตการทำงานสารพัดอย่างเพื่อความอยู่รอด แต่ที่สร้างเนื้อสร้างตัวมาได้ เกิดจากความรู้ที่เรียนมาด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง และเนติบัณฑิตยสภา ในพระบรมราชูปภัมภ์ จนกลายเป็นนักกฎหมายระดับแนวหน้าของเมืองไทยอีกคนหนึ่งที่ได้รับเกียรติจากองค์กรต่างๆ ให้ดำรงตำแหน่งที่เกี่ยวกับกฎหมายมากมาย

               แต่...วันนี้เหตุไฉน? นักกฎหมายชื่อดังที่มีตำแหน่งหน้าที่มากมายอย่าง “ประมาณ เลืองวัฒนะวณิช” ต้องผันชีวิตเข้าสู่วงการธุรกิจ และเป็นเจ้าของผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารเสริม บำรุงสมองภายใต้เครื่องหมายการค้า หรือแบรนด์ “MDmate” ในนาม บริษัท อาณาจักรสุขภาพ จำกัด ผู้ที่ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต เภสัชโภชนภัณฑ์ MDmate จากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) เพียงผู้เดียว เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2557 และได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม 2558 ที่ผ่านมา

               สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารเสริมบำรุงสมอง “MDmate” เป็นผลงานวิจัยของ วว. ที่มี ดร.กฤติยา ทิสยากร นักวิจัย ฝ่ายเภสัชและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ วว. เป็นหัวหน้าโครงการวิจัยพืชปวยเล้งและพืชใบสีเขียว อาทิ บัวบก บร็อคโคลี่ี่ มาศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาในสัตว์ทดลองที่เหนี่ยวนำให้เกิดภาวะความจำเสื่อมชั่วคราว แล้วนำมาพัฒนาเป็นยาเม็ดชนิดเคลือบฟิล์มแบบธรรมดา ที่ผ่านการทดสอบกลไกการออกฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาซึ่งสามารถลดระดับของเอนไซม์ที่ทำลายสารสื่อประสาท acetylcholine ในสมองได้เช่นเดียวกับยา donapezil (Aricept®) ที่เป็นยารักษาอาการของโรคอัลไซเมอร์ในปัจจุบันนั่นเอง

               “ปัจจุบัน คนตื่นตัวในด้านการดูแลรักษาสุขภาพมากขึ้น เพราะบางคนงานหนัก ไม่มีเวลาออกกำลังกาย ทางเลือกคือต้องพึ่งพาอาหารเสริม เพื่อบำรุงร่างกายให้สดชื่นอยู่เสมอ ผมเองก็เป็นเช่นนั้นครับ ผมพักผ่อนน้อย ต้องทำงานหนัก ทำหลายอย่าง ทั้งจัดรายการ ต้องว่าความ ให้คำปรึกษาทางกฎหมายให้หลายองค์กร และช่วยงานของทางราชการในตำแหน่งอาจารย์พิเศษ ไม่มีเวลาที่จะไปออกกำลัง ทำให้เกิดอาการอ่อนล้า เพลียในบางวัน สมองไม่กระเตื้อง เพื่อนแนะนำให้กินอาหารเสริม ปรากฏว่าได้ผลครับ” ประมาณ กล่าวถึงต้นสายปลายเหตก่อนที่จะผันตัวสู่วงการธุรกิจอาหารเสริมบำรุงสุขภาพ และบำรุงสมองในเวลาต่อมา

               การเริ่มต้นธุรกิจตัวใหม่ของ ประมาณ เมื่อปี 2551 ได้ลงทุนกับบริษัทที่ผลิตและจำหน่ายยาแผนโบราณที่ทำจากสมุนไพรชื่อดังของประเทศไทย ทำได้เพียง 1 ปีไม่ประสบผลสำเร็จ ต่อมาในปี 2553 มาจำหน่ายอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ จากประเทศจีน “เจนิฟู้ดเอนไซม์” และตามด้วย สมุนไพรบำรุงร่างกาย “จิ่วเจิ้งปู่เซิน” ทำมาได้ระดับหนึ่งได้พบกับงานวิจัยพืชสมุนไพรของ วว. ที่ประสบผลสำเร็จในการสกัดจากพืชสมุนไพร 11% และสามารถนำมาต่อยอดผลิตอาหารเสริมบำรุงสมอง ที่จะช่วยอาการเสื่อมทางสมองได้ จึงสนใจขึ้นมา เพราะเป็นผลงานของนักวิจัยคนไทยกันเอง หากนำมาต่อยอดทำเชิงพาณิชย์ได้จะเป็นประโยชน์ทั้งคนไทยที่มีปัญหาโรคสมองเสื่อม และยังเป็นประโยชน์กับงานวิจัยของคนไทยได้อีกด้วย

               “ที่จริงงานวิจัยในบ้านเรา มีเรื่องดีๆ จำนวนมาก แต่รัฐบาลไม่สนับสนุน ที่จะให้นำไปต่อยอด ทำให้งานวิจัยในบ้านเราต้องไปเก็บไว้บนหิ้ง โดยเปล่าประโยชน์ ผมอยู่กับวงการอาหารเสริมมาระดับหนึ่ง และมั่นใจว่าอาหารเสริมช่วยให้สุขภาพดีขึ้นได้ เห็นว่างานวิจัยของ วว.น่าสนใจ จึงนำมาศึกษารายละเอียด พบว่าเป็นงานวิจัยที่มีคุณค่า ที่สามารถต่อยอดทำเป็นการค้าได้ เพราะบ้านเราคนมีปัญหาในด้านสมองเสื่อมมีอาการหลงๆ ลืมๆ ต้องทนทุกข์ทรมาน และยากที่จะกลับมาเป็นปกติได้เป็นจำนวนมาก ตรงนี่แหละที่ทำให้ผมเกิดแรงบันดาลใจที่เข้าไปรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี การผลิตเภสัชโภชนภัณฑ์ MDmate จาก วว. เพื่อให้คนที่เป็นโรคสมองเสื่อมได้เข้าถึงการรักษาได้ทุกคน” ประมาณ กล่าว

               หลังจากที่ ประมาณ ตัดสินใจ และตามด้วยการเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2557 โดยได้ใช้เงินไปหลักสิบล้านบาท เพื่อดำเนินกิจการตามเป้าหมายที่วางไว้ จากนั้นจึงเริ่มทดลองผลิตอาหารเสริมบำรุงสมอง MDmate ชุดแรก 100 ชุด ในเดือนกุมภาพันธ์ 2558 นำมาแจกให้เพื่อนๆ และดูความสม่ำเสมอของผลิตภัณฑ์ จากที่เคยทยอยออกมาที่ละระลอก จนเมื่อมั่นใจในรูปทรง บรรจุภัณฑ์ จึงได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2558 ที่ผ่านมา พร้อมกับเริ่มวางจำหน่าย และโปรโมทผลิตภัณฑ์ผ่านรายการ “คุยข่าวสิบโมง” ทางสถานีโทรทัศน์ ททบ.ช่อง 5 และสถานีโทรทัศน์ดาวเทียม ที่เป็นเจ้าของอยู่

               ด้วยความมุ่งมั่นที่จะนำผลิตภัณฑ์บำรุงสมองตามผลงานวิจัยของสถาบัน วว.ตัวนี้สู่ประชาชนคนไทยให้ได้ทั่วถึง ประมาณ จึงตั้งความหวังเอาไว้ว่าจะทำการตลาด และวางจำหน่ายในโมเดิร์นเทรด ในร้านขายยา ร้านขายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพให้ได้มากที่สุด พร้อมๆ กับการขายตรงอีกด้วย เพื่อมุ่งหวังที่จะทำให้เกิดสุขภาพสมองที่ดีแก่คนไทย ภายใต้แนวคิดให้คนไทยห่างไกลจากภาวะสมองเสื่อม

               ปัจจุบันเภสัชโภชนภัณฑ์ MDmate ผลิตออกมาในรูปแบบที่เป็นเม็ด บรรจุขวดละ 60 เม็ด ลอตแรกที่ผลิตออกสู่ตลาดหลังเปิดตัวจำนวน 1.5 หมื่นขวด ราคาขายส่งขวดละประมาณ 1,000 บาท และเพิ่มอีก 5,000 ขวด คาดว่าปลายปีนี้จะขายได้ 2 แสนขวด มีมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท เป้าปีหน้ามั่นใจว่า ยอดขายจะอยู่ราวเดือนละ 4 ล้านบาท ตั้งเป้าปีที่ 3 จะสามารถคืนทุนได้แน่นอน

               ก็นับเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญอีกครั้งหนึ่งในทางธุรกิจของนักกฎหมายอารมณ์ดีคนนี้ แม้จะเป็นเพียงการเริ่ม แต่เขามั่นใจว่าการตลาดที่สดใส ย่อมคุ้มต่อการลงทุนได้ในอนาคต
 
สู้ชีวิตมาตั้งแต่เยาว์วัย

               "ประมาณ เลืองวัฒนะวณิช” เป็นชาว จ.ขอนแก่น เกิดมาจากครอบครัวที่คุณแม่มาจากเมืองจีนในลักษณะเสื่อผืน หมอนใบ เช่าห้องเลี้ยงตัวเองด้วยการตั้งแผงขายของชำอยู่ในตลาดสดเทศบาลเมืองขอนแก่น (สมัยนั้น) กลางวันขายของเลี้ยงลูก ตกกลางคืนเป่าพริกให้แห้งแบ่งใส่กระสอบ แบ่งน้ำตาลใส่ถุงชั่งกิโล แล้วก็ทยอยเก็บออมจนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

               หลังจบการศึกษาระดับมัธยมปลาย หันเหชีวิตมาเป็นลูกจ้างร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าที่บ้านเกิด ไม่นานหอบกระเป๋าเข้ากรุง เพื่อเรียนซ่อมวิทยุโทรทัศน์ที่โรงเรียนช่างฝึกหัดตรงข้ามโรงหนังเฉลิมกรุง และช่วงนี้เขาได้สัมผัสรับรู้พลังคนหนุ่มสาวที่ร่วมชุมนุมขับไล่เผด็จการทหารในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ทำให้เขาอยากเรียนต่อ จึงหาเงินด้วยการขายของจิปาถะในวันเสาร์-อาทิตย์ เริ่มจากการซื้อไฟแช็กยกโหลมาขายปลีกตามตลาดนัด แต่ตอนเช้าจะขี่มอเตอร์ไซค์ส่งหนังสือพิมพ์ แล้วในปี 2518 เขาตัดสินใจเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง โดยพี่สาวเป็นคนส่งให้ และทำงานด้วยการส่งหนังสือพิมพ์ด้วย

               หลังเรียนจบคณะนิติศาสตร์ ไปต่อที่เนติบัณฑิตยสภาอีก 1 ปีจบและเริ่มทำงานเป็นทนายความฝึกหัด ได้ค่าขนมเดือนละ 500 บาท สอนหนังสืออีกชั่วโมงละ 80 บาท แต่ไม่นาน คนเริ่มรู้จักชื่อประมาณมากขึ้นทำงานเป็นทั้งทนายความ อาจารย์สอนกฎหมาย และวิทยากรบรรยายตามสถาบันการศึกษาและหน่วยงานต่างๆ ในปี 2525 ตัดสินใจเปิดสำนักงานทนายความในนาม “บริษัท อาณาจักรกฎหมาย จำกัด”

               ในปี 2544 ประมาณ ผันตัวเองเข้าสู่วงการโทรทัศน์ในรายทอล์กโชว์ โดยจับคู่กับเพื่อนทนายคู่ซี้ วันชัย สอนศิริ” ทางสถานีโทรทัศน์ไอทีวี ต่อมาจัดรายการ “คุยข่าวสิบโมง” ทางช่อง ททบ.5 ผลิตรายการผ่านสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมถึงทุกวันนี้ พร้อมกับขยับขยายสำนักงานบริษัท จากย่านถนนเพชรบุรี มาเปิดสำนักงานใหม่มาอยู่ในซอยสหการประมูล (สถานทูตลาว) ย่านห้วยขวาง เมื่อช่วงปลายปี 2555 โดยทุ่มทุนกว่า 40 ล้านบาท เนรมิตทาวน์โฮมออฟฟิศแฝดให้กลายเป็นสถานีกฎหมายครบวงจร และล่าสุดลงทุนต่อยอดงานวิจัยของ วว.มาผลิตและจำหน่าย MDmate ในวันนี้
 
ที่มาของงานวิจัย
 
               นายยงวุฒิ เสาวพฤกษ์ ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กล่าวระหว่างเป็นประธานเปิดตัวเภสัชโภชนภัณฑ์ MDmate ว่า การดำเนินโครงการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เภสัชโภชนภัณฑ์เพื่อบำรุงสมองและเสริมสร้างความจำจากผักใบเขียว ใช้เวลา 4 ปี (ต.ค.52-ก.ย.55) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เภสัชโภชนภัณฑ์เพื่อบำรุงสมองและเสริมสร้างความจำจากผักใบเขียว ให้ได้เป็นผลิตภัณฑ์ในรูปแบบยาเม็ด และมีประสิทธิภาพในการบำรุงสมองและเสริมสร้างความจำ ที่สามารถนำมาใช้ได้ทั้งในเด็กที่ต้องการช่วยเสริมประสิทธิภาพในการจดจำและการเรียนรู้ และในผู้สูงอายุที่มีอาการเริ่มต้นของภาวะสมองเสื่อม แต่เพื่อให้ผลิตภัณฑ์เข้าสู่ระบบการผลิตในเชิงพาณิชย์ วว. ได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต ผลิตภัณฑ์นี้ให้แก่ผู้ประกอบการไทยคือ บริษัท อาณาจักรสุขภาพ จำกัดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

               ด้าน ดร.กฤติยา ทิสยากร นักวิจัย ฝ่ายเภสัชและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ วว. ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวว่า จากการประเมินความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ได้ศึกษาทั้งต่อสัตว์ทดลองและต่อเซลล์ชนิดต่างๆ ซึ่งพบว่า มีความปลอดภัยทั้งต่อสัตว์ทดลองและเซลล์ และการศึกษาประสิทธิผลของผลิตภัณฑ์ต่อความจำในอาสาสมัคร พบว่ามีแนวโน้มในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมองทั้งในกลุ่มคนปกติและผู้ป่วยที่มีภาวะความจำเสื่อมในระยะเริ่มต้น โดยไม่มีผลข้างเคียงใดๆ เพราะได้มาจากพืชธรรมชาติ 100%