ข่าว

สมัชชาศิลปวัฒนธรรมแห่งชาติ

สมัชชาศิลปวัฒนธรรมแห่งชาติ

05 ส.ค. 2558

สมัชชาศิลปวัฒนธรรมแห่งชาติ : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ โดยสำนักข่าวเนชั่น

              เป็นครั้งแรกที่ร่างรัฐธรรมนูญของไทยได้กำหนดถึงการปฏิรูปศิลปวัฒนธรรม โดยสาระสำคัญ คือ การจัดตั้ง “สมัชชาศิลปวัฒนธรรมแห่งชาติ” ให้ทำหน้าที่สร้างการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชน เพื่อการปฏิรูปที่ยั่งยืน

              ทั้งนี้ในร่างแรกของรัฐธรรมนูญ มาตรา 290 บัญญัติว่า ให้มีการปฏิรูปด้านวัฒนธรรม ภายใต้หลักการการมีส่วนร่วมในการวางแผนแม่บทและบริหารจัดการของประชาชน และหลักการรักษาดุลยภาพระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ตามแนวทางดังนี้

              (1) สนับสนุนให้มี “สมัชชาศิลปวัฒนธรรมระดับชาติและระดับท้องถิ่น” ซึ่งมาจากภาคประชาสังคมตามความพร้อมในแต่ละพื้นที่ เพื่อปกป้อง ฟื้นฟู สืบสาน ส่งเสริม และพัฒนา งานด้านศิลปวัฒนธรรมตามความหลากหลายในแต่ละพื้นที่ โดยให้มีความเป็นอิสระและประสานงานกับสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศและคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปแห่งชาติ

              (2) จัดตั้งกองทุนทุนทางวัฒนธรรมแห่งชาติ เป็นกองทุนภาคประชาสังคมเพื่อสร้างเสริมศิลปวัฒนธรรม

              (3) องค์กรบริหารท้องถิ่นต้องสนับสนุนงบประมาณและการจัดการที่จำเป็นเพื่อส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม

              สรุปว่า มาตรา 290 กำหนดถึงแนวทางการปฏิรูปศิลปวัฒนธรรมไว้ 3 ประเด็นใหญ่ๆ คือ 1.สนับสนุนให้มี “สมัชชาศิลปวัฒนธรรมระดับชาติและท้องถิ่น” ภายใต้หลักการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน 2.จัดตั้งกองทุนทางวัฒนธรรมแห่งชาติ เป็นกองทุนภาคประชาสังคมเพื่อเสริมสร้างศิลปวัฒนธรรม และ 3.องค์กรท้องถิ่นต้องสนับสนุนงบประมาณ และการจัดการที่จำเป็น เพื่อส่งเสริมงานด้านวัฒนธรรม และคาดว่า เนื้อหาต่างๆในมาตรานี้จะถูกย้ายไปใส่ไว้ในกฎหมายลูกประกอบรัฐธรรมนูญแทน

              ส่วน “สมัชชาศิลปวัฒนธรรมแห่งชาติ” จะถูกกำหนดไว้ในร่าง พ.ร.บ.ศิลปวัฒนธรรมแห่งชาติ ที่กำลังอยู่ในวาระพิจารณาของ สปช.

              ทั้งนี้ “สมัชชาศิลปวัฒนธรรมแห่งชาติ” จะมาจากตัวแทน 3 ส่วนหลัก คือ ภาครัฐ เอกชน และประชาชน  โดยทั้งสามส่วนต้องมีดุลยภาพระหว่างกัน เพื่อไม่ให้ฝ่ายใดเข้ามาแทรกแซงการทำงานของฝ่ายอื่นๆ ได้

              นอกจากนี้ สมัชชาฯ จะทำหน้าที่กำหนดแผนแม่บทว่าด้วยศิลปวัฒนธรรม ซึ่งที่ผ่านมาประเทศไทยไม่เคยจัดทำกันมาก่อน โดยแผนแม่บทนี้จะช่วยให้ทิศทางการปฏิรูปศิลปวัฒนธรรมเป็นไปโดยเอกภาพ และมีประสิทธิภาพมากกว่าที่แล้วมา

              “เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์” ประธานกรรมาธิการปฏิรูปศิลปวัฒนธรรมฯ สภาปฏิรูปแห่งชาติ บอกถึงความสำคัญของสมัชชาศิลปวัฒนธรรมว่า จะช่วยให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมกับการกำหนดทิศทางของศิลปวัฒนธรรมมากขึ้น นอกจากนี้ยังจะช่วยให้ศิลปินกลุ่มต่างๆ ได้มีพื้นที่แสดงออกเป็นของตัวเองด้วยเช่นกัน

              ส่วนเหตุผลที่เสนอให้บรรจุเรื่องดุลยภาพการจัดการงานศิลปวัฒนธรรมของชาติเข้าสู่ร่างรัฐธรรมนูญก็เพราะจะเป็นผลดีต่อการพัฒนางานด้านศิลปวัฒนธรรมในภาพรวม โดยคำนึงถึง 3 ภาคส่วน ได้แก่ ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ที่จะต้องบูรณาการการทำงานร่วมกัน จากปัจจุบันที่มีเพียงหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนเป็นผู้กำหนดแนวทางการดำเนินงาน ยังขาดภาคประชาชน

              “ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ได้บรรจุเรื่องดุลยภาพการจัดการงานศิลปวัฒนธรรมไว้ ซึ่งในหมวดของการปฏิรูปงานศิลปวัฒนธรรม ได้กำหนดให้มีการจัดตั้งสมัชชาศิลปวัฒนธรรมแห่งชาติขึ้น ในรูปแบบองค์กรที่เป็นหน่วยงานของรัฐ แต่ทำงานเป็นอิสระจากรัฐ โดยมีกองทุนรองรับการทำงานเพื่อเป็นร่มใหญ่ในการช่วยเหลือวงการศิลปวัฒนธรรมทั้งระบบให้ครอบคลุมทุกด้าน และแก้ปัญหาด้านต่างๆ ได้อย่างยั่งยืน”