ข่าว

แบงก์รัฐต้องเป็นหลัก ช่วยคนตัวเล็กตัวน้อย

แบงก์รัฐต้องเป็นหลัก ช่วยคนตัวเล็กตัวน้อย

06 ส.ค. 2558

สวัสดีเศรษฐกิจ : แบงก์รัฐต้องเป็นหลัก ช่วยคนตัวเล็กตัวน้อย : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร

 
                      เมื่อผมได้รับทราบข่าวสารว่า ขณะนี้ภาครัฐกำลังมีโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินในกลุ่มเกษตรกรรายย่อย กลุ่มคุณครูและบุคลากรทางการศึกษา และกลุ่มผู้มีรายได้น้อย โดยมีหลักการที่สำคัญคือ
 
                      1.ท่านเหล่านั้นคือคนไทย เป็นคนร่วมชาติที่ประสบปัญหา
 
                      2.ปัญหาหนี้สินที่เกิด ไม่ว่าจะมาด้วยเหตุใด มันก็เกิดขึ้น และกดดันชีวิตของท่านเหล่านั้นให้ปกติสุขไม่ได้ อย่างน้อยก็ในเวลานี้
 
                      3.ไม่มีใครรับประกันได้ว่า ปัญหาหนี้สินที่กดทับนี้จะไม่ไปเป็นตัวเร่ง หรือกลายเป็นบ่อเกิดของปัญหาสังคม
 
                      4.ไม่มีใครรับประกันได้ว่า หากการแก้ไขตามรูปแบบที่กำลังจะทำนี้จบไปแล้วท่านที่ปัญหาผ่อนคลายแล้วจะไม่กลับไปสร้างไปเสพติดกับความเป็นหนี้จนเป็นปัญหานั้นอีกซ้ำแล้วซ้ำเล่า
 
                      บทบาทของธนาคารเฉพาะกิจของรัฐทุกแห่ง โดยเฉพาะธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และธนาคารออมสิน จึงน่าจะเป็นกลไกการแก้ปัญหาหนี้สินของประชาชนที่มีรายได้น้อยและยากจน เป็นการด่วนตามนโยบายของรัฐบาลที่มีการสั่งการออกมาในเวลานี้
 
                      กระทรวงมหาดไทยได้ส่งข้อมูลเกี่ยวกับคนที่เป็นหนี้ในกลุ่มเป้าหมายให้กระทรวงการคลัง เพื่อส่งต่อให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจทุกแห่งไปตรวจสอบคัดกรองอีกครั้งว่า เป็นลูกหนี้เงินกู้ในระบบหรือนอกระบบ และให้เร่งแก้ในส่วนของลูกหนี้นอกระบบก่อนเป็นอันดับแรก เพราะลูกหนี้เงินกู้นอกระบบที่นำที่ดินไปเป็นหลักประกันเงินกู้แบบขายฝาก อาจไม่มีเงินไปไถ่คืนที่ดินในเวลาที่ครบกำหนดตามสัญญา ผลคือจะทำให้ที่ดินถูกยึดไปเป็นของนายทุน ซึ่งที่ดินเป็นทุนสำคัญในการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ภายใต้สังคมการเกษตร หรือที่ดินของผู้มีรายได้น้อยต่างตกไปเป็นของนายทุน
 
                      “คลังให้ ธ.ก.ส.ดูแลลูกหนี้ที่เป็นเกษตรกร ส่วนออมสินก็ดูลูกหนี้ที่เป็นพ่อค้าแม่ขายที่เป็นหนี้นอกระบบอย่างใกล้ชิด เพราะการนำที่ดินไปเป็นหลักประกันเงินกู้แบบขายฝากจะทำให้ที่ดินหลุดเป็นของเจ้าหนี้ทันที หากลูกหนี้ไม่ผ่อนชำระ ซึ่งน่าเป็นห่วงกว่าการจำนอง” คำกล่าวของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง สะท้อนความตั้งใจของภาครัฐที่ต้องมุ่งช่วยคนที่ต้องช่วยในยามนี้ รัฐไม่ได้มีเงินมาก หรือทำตัวแบบมีเงินมากมายแบบที่จะใช้จ่ายยังไงก็ได้เพื่อเลี้ยงคะแนนเสียง จนทำให้เกิดคำถามว่า “เราทำอะไรลงไป...จนเราต้องมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร”
 
                      ท้ายสุดจากการแถลงของโฆษกรัฐบาลระบุไว้ชัดเจนว่า “นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้บูรณาการการทำงานเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและจำแนกสถานภาพและความจำเป็นของลูกหนี้แต่ละรายอย่างละเอียดเพื่อให้การช่วยเหลือดูแลได้อย่างถูกจุด ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาแบบเหมารวม ทั้งยังให้นโยบายว่าควรให้ความรู้ในเรื่องการบริหารจัดการเงิน การใช้จ่าย และเก็บออมให้เหมาะสมแก่สถานภาพของแต่ละครอบครัว เพื่อให้หลุดพ้นจากวงจรการเป็นหนี้ หรืออย่างน้อยให้บริหารหนี้ได้อย่างเหมาะสมไม่กลายเป็นภาระล้นพ้นตัว”
 
                      สรุปคือ ถ้าไม่แก้เวลานี้..จะไปแก้เวลาไหน..ถ้าไม่เรียนรู้ ปรับตัวเรื่องการใช้ การจ่าย การออม การสร้างรายได้เพิ่ม คิดก่อนใช้ คิดอีกครั้งก่อนหยิบเงิน และคิดหลายๆ ครั้งก่อนที่จะก่อหนี้..นี่คือทางรอดในเวลานี้ไปจนถึงอนาคต
 
 
 
 
 
---------------------
 
(สวัสดีเศรษฐกิจ : แบงก์รัฐต้องเป็นหลัก ช่วยคนตัวเล็กตัวน้อย : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร)