
ไม่ผิด!วิจารณ์แม้วบริหารเหมือนปอบ
ไม่ผิด!วิจารณ์แม้วบริหารเหมือนปอบ ศาลยกฟ้องเทพไทหลังสู้มา10ปี
ที่ห้องพิจารณา 812 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 4 ส.ค.58 เวลา09.50น. ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.1923/2549ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มอบอำนาจให้นายนพดล มีวรรณะ ทนายความ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พรรคประชาธิปัตย์ และ นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ อดีตโฆษกส่วนตัวนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 , 328,332
โดยโจทก์ฟ้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่17-19พ.ค.49นายเทพไท จำเลยที่2ได้แถลงข่าว ณ ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้องให้คณะรัฐมนตรี ( ครม.) ยุครัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ลาออก โดยกล่าวอ้างทำนองว่า บริหารประเทศแบบซีอีโอ ที่มีรัฐมนตรีเป็นเพียงผู้ช่วยทำงานไม่ได้ และยังได้กล่าวเปรียบเทียบ พ.ต.ท.ทักษิณ เหมือนผีปอบ ที่ออกจากร่างแล้วกลับเข้าร่างไม่ได้ ซึ่งพยายามทุกวิถีทางเพื่อกลับเข้าสู่ร่างเดิม
วันนี้นายเทพไทเดินทางมาพร้อมตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ โดยมีทนายความ และนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ มาร่วมให้กำลังใจด้วย
ขณะที่ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว โจทก์ มีนายนพดลเป็นพยานเบิกความว่า โจทก์ เป็นนายกรัฐมนตรี ช่วงปี2544ปี2548และรักษาการนายกรัฐมนตรีในปี2549ส่วนนายเทพไท จำเลยที่2เป็น ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งจำเลยที่2ได้แถลงข่าวโดยพูดข้อความตามฟ้อง
ส่วนนายเทพไท จำเลยที่2ก็เบิกความยอมรับว่า ได้แถลงข่าวกล่าวถึงข้อความดังกล่าวจริง แต่ศาลเห็นว่าตามทางนำสืบยังได้ข้อเท็จจริงอีกว่า โจทก์ได้ประกาศยุบสภาต้นปี2549และมีการกำหนดวันเลือกตั้ง2เม.ย.49แต่ต่อมาตุลาการรัฐธรรมนูญ ก็ได้วินิจฉัยว่า การเลือกตั้งดังกล่าวไม่สุจริต ดังนั้นการกระทำเป็นการนำข้อมูลข่าวสารมาเผยแพร่อันเป็นวิสัยที่กระทำได้ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดหมิ่นประมาท
ภายหลังศาลมีคำพิพากษายกฟ้องแล้ว นายเทพไทกล่าวว่าขอขอบคุณศาลอาญาที่ตัดสินให้ความยุติธรรม ซึ่งคดีนี้ได้ต่อสู้กันมายาวนานถึง10ปี ตั้งแต่ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังไม่ได้เดินทางออกนอกประเทศ ซึ่งเดิมทีคดีนี้ศาลชั้นต้น มีคำสั่งไม่รับฟ้อง แต่เมื่อมีการอุทธรณ์ ศาลก็สั่งให้รับฟ้องไว้แล้วมีการสืบพยานจนกระทั่งคดีมีคำตัดสินในวันนี้ ซึ่งศาลให้เหตุผลว่า ตนเป็น ส.ส. ส่วน พ.ต.ท.ทักษิณ ขณะนั้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ถือเป็นบุคคลสาธารณะที่จะวิพากษ์วิจารณ์ได้ ส่วนข้อความที่ว่า ทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นผีปอบนั้น ศาลเห็นว่า หลังจาก พ.ต.ท.ทักษิณ บริหารประเทศแล้ว ต่อมาถูกยึดอำนาจโดย คมช.ซึ่งเหตุผลหนึ่งของการถูกยึดอำนาจคือ การทุจริตคอร์รัปชั่น ดังนั้นประเด็นที่ตนวิพากษ์วิจารณ์ พ.ต.ท.ทักษิณ เกี่ยวกับการทุจริตคอรัปชั่นในหน้าที่ เป็นการวิจารณ์ด้วยเหตุผลจึงได้ยกฟ้อง
นายเทพไทกล่าวอีกว่า หลังจากนี้ต้องขึ้นกับฝ่าย พ.ต.ท.ทักษิณ ว่าจะยื่นอุทธรณ์คดีอีกหรือไม่ โดยส่วนตัวคิดว่าจริงๆ แล้ว คดีนี้ทุกอย่างค่อนข้างชัดแล้วว่าเดิมศาลชั้นต้นก็มีคำสั่งไม่รับฟ้อง ส่วนตนกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ยังมีเรื่องอื่นที่ฟ้องกันอีกหลายคดีด้วย



