ข่าว

'300โบว์ล'เปิดเพื่อสะใจอนาคตทอยแก่นไทยคือ'กำไร'

'300โบว์ล'เปิดเพื่อสะใจอนาคตทอยแก่นไทยคือ'กำไร'

04 ส.ค. 2558

'300โบว์ล'เปิดเพื่อสะใจ อนาคตทอยแก่นไทยคือ'กำไร' : คมคิดธุรกิจนิวเจน โดยฐิติพล ขำประถม : เรื่อง วันชัย ไกรศรขจิต : ภาพ

               จากลานโบว์ลิ่ง ซึ่งอยู่ใน เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รามคำแหง ที่กำลังซบเซาและจะต้องปิดตัวลงในไม่ช้า แต่ 3 นักกีฬาโบว์ลิ่งทีมชาติ ญาณพล ลาภอาภารัตน์, สิทธิพล คุณอักษร และ บดินทร์ เลิศพิริยะสกุลกิจ ได้เข้ามาพลิกโฉมลานโบว์ลิ่งแห่งนี้ ที่มีชื่อใหม่ว่า "300 BOWL" หรือ 300 โบว์ล รามคำแหง ให้กลับมาคึกคักได้อีกครั้ง

               พวกเขาใช้เวลาเพียง 1 ปี เปลี่ยนแปลงสถานที่ที่เคยร้างผู้คน ให้กลายมาเป็นสนามกีฬาที่หนาแน่นไปด้วยนักโยนทอยแก่นทุกเพศทุกวัย ชนิดที่บางวันล้นสนามกันเลยทีเดียว พวกเขาทำได้อย่างไร ญาณพล หรือ "โจ้" เจ้าของเหรียญทองเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 17 ที่ประเทศเกาหลีใต้ ยินดีเป็นตัวแทนเปิดเผยอย่างหมดเปลือก

               ญาณพล ชาวนครปฐม ที่เริ่มเล่นโบว์ลิ่งตั้งแต่อายุ 7 ขวบ โดยมีคุณพ่อสุรัตน์ ลาภอาภารัตน์ อดีตนักกีฬาโบว์ลิ่ง คอยฝึกสอนให้ เล่าถึงจุดเริ่มต้นว่า ในวัยเด็กฝันอยากมีสนามโบว์ลิ่งเป็นของตัวเอง เนื่องจากที่บ้านใน จ.นครปฐม ไม่มีลานโบว์ลิ่ง เวลาจะเล่นต้องไปที่ จ.ราชบุรี และหลังจากก้าวมาเป็นนักกีฬาทีมชาติก็มีความคิดว่าอยากจะถ่ายทอดประสบการณ์ให้นักกีฬารุ่นน้อง เมื่อไปเจอลานโบว์ลิ่งแห่งนี้ ที่กำลังประสบผลขาดทุน จึงได้ร่วมกับเพื่อนคือ สิทธิพล กับ บดินทร์ เข้าเทกโอเวอร์

               "ตอนนี้เป็นนักกีฬาทีมชาติแล้วก็อยากจะถ่ายทอดความรู้ให้เยาวชน อยากช่วยสร้างนักกีฬาขึ้นมาประดับวงการ เพราะต้องยอมรับว่า โบว์ลิ่งยังเป็นกีฬาที่ไม่ค่อยแพร่หลายนัก มีผู้เล่นเฉพาะกลุ่ม ตอนนั้นทราบข่าวว่าลานโบว์ลิ่งที่อยู่ในเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รามคำแหง กำลังจะปิดตัวลง จึงชวน สิทธิพล กับ บดินทร์ มาร่วมทุน ช่วยกันปรับโฉมลานโบว์ลิ่ง จากเดิมที่เน้นแสงสีเสียงคือความบันเทิง เปลี่ยนมาเป็นลานโบว์ลิ่งเพื่อการแข่งขันกีฬาแบบ 100 เปอร์เซ็นต์"

               หลังจากเทกโอเวอร์แล้ว ผู้ถือหุ้นทั้ง 3 คน ได้วางแผนปรับปรุงสถานที่ ทำให้เป็นสนามที่ได้มาตรฐาน สามารถใช้งานได้เต็มรูปแบบ ทั้ง 28 เลนที่มี พร้อมเพิ่มความสว่างของสนาม ใช้งบประมาณ 6 ล้านบาท โดยมีโจทย์สำคัญคือ จะทำอย่างไรให้ลานโบว์ลิ่งแห่งนี้ลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง

               ญาณพล, สิทธิพล และ บดินทร์ ได้วางกลยุทธ์ให้ลานโบว์ลิ่งเปรียบเสมือน "บ้าน" ที่เมื่อลูกค้าเข้ามาแล้ว จะได้รับความสบายใจ มีอาหารอร่อยๆ ที่ราคาไม่แพงให้รับประทาน ในขณะที่ค่าเกมโบว์ลิ่งก็ราคาไม่สูง เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายขึ้น โดยตั้งชื่อว่า "300 โบว์ล" ที่มาจากคะแนนเต็มของกีฬาโบว์ลิ่งนั้นเอง

               "เวลาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ผมก็จะฝากประชาสัมพันธ์เรื่องลานโบว์ลิ่งแห่งนี้ด้วย นอกจากนี้ยังอาศัยการบอกต่อ ปากต่อปาก และประชาสัมพันธ์ผ่านเฟซบุ๊ก www.facebook.com/ilove300bowl ผมและเพื่อนต้องการทำให้ 300 โบว์ล เป็นลานโบว์ลิ่งที่ได้มาตรฐาน เพื่อพัฒนานักกีฬาและส่งเสริมให้เกิดผู้เล่นหน้าใหม่ อันนี้ถือเป็นหัวใจหลักของเรา"

               นักทอยแก่นทีมชาติไทย กล่าวต่อว่า "300 โบว์ล รามคำแหง" เปิดเมื่อเดือนเมษายน 2557 ด้วยทำเลที่ตั้ง ซึ่งทางเดินเข้าไปอยู่ลึกมาก ต้องเข้าทางลานจอดรถของเมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ รามคำแหง จึงไม่ค่อยมีคนเห็น อีกทั้งลูกค้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นวัยทำงาน จะมาหลังจากเลิกงานแล้ว ดังนั้นช่วงบ่ายจึงไม่ค่อยมีลูกค้า แต่ต้องเปิดไฟและเครื่องปรับอากาศไว้ตลอด ทำให้ขาดทุนกว่า 1 ล้านบาท ยอมรับว่าตอนนั้นรู้สึกท้อมาก แต่ได้กำลังใจจากเพื่อนและพนักงานอีก 20 กว่าชีวิต จึงเดินหน้าสู้ต่อไป

               "ผมยังยืนยันว่าจะเปิดต่อไป บอกตรงๆ เลยว่า ที่มาทำโบว์ลิ่ง ไม่ได้หวังกำไร เพราะไม่มีทางเลยที่จะได้กำไร มีคนถามเหมือนกันว่า รู้ว่าขาดทุนแล้วจะทำทำไม ผมก็ตอบไปว่า ไม่เป็นไร ผมทำเพื่อไม่ให้มันปิด ทำเพื่อให้มันมีอยู่ ไม่งั้นถ้าคิดเหมือนกันหมด โบว์ลิ่งก็คงหายไปจากเมืองไทย มันเป็นเรื่องของอุดมการณ์ล้วนๆ"

               จากวันนั้นถึงวันนี้ ผ่านมา 1 ปีกว่าแล้ว ลานโบว์ลิ่ง "300 โบว์ล" ได้รับการตอบรับจากคนในวงการโบว์ลิ่งเป็นอย่างดี เช่นเดียวกับผลประกอบการที่ดีขึ้นเรื่อยๆ คาดว่าภายในเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้ รายได้ที่เกิดขึ้นทั้งหมดจะช่วยลดตัวเลขการขาดทุนที่ผ่านมาได้

               เหตุที่ทำให้สถานการณ์ดีขึ้นนั้น ญาณพล กล่าวว่า ได้ร่วมกันคิดและจัดการแข่งขันในรูปแบบของลีกขึ้นมา เพื่อทำให้ลานโบว์ลิ่งแห่งนี้มีชีวิตชีวาจากการแข่งขัน โดยจัดขึ้นทุกสัปดาห์ เป็นลีกในวันจันทร์ พุธ และศุกร์ ปรากฏว่า ได้รับความสนใจเกินคาด มีคนมาสมัครแข่งขันเยอะมาก ซึ่งรับสมัครทีมละ 3 คน แข่งขันแบบซีซั่น พบกันหมดต่อเนื่อง 36 สัปดาห์

               "การจัดลีกนี้เองที่มาช่วยกระตุ้นรายได้ แต่เราได้เว้นวันอังคารและพฤหัสบดีไว้ เพื่อให้ลูกค้าหน้าใหม่และคนทั่วไปได้มาใช้บริการ ส่วนวันเสาร์และอาทิตย์ก็จัดให้เป็นวันสำหรับครอบครัว โดยมีโปรโมชั่นเปลี่ยนทุกเดือน ส่วนเรื่องทำเลที่มีปัญหาก็แก้ด้วยการร่วมกับทางเมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ โดยเอาบัตรหนังมาใช้เป็นโปรโมชั่นเล่นโบว์ลิ่งได้ด้วย เมื่อคนมาดูหนังก็จะรู้ว่ามีลานโบว์ลิ่งอยู่ใกล้ๆ ด้วย นอกจากนี้ยังได้เปิดสอนโบว์ลิ่ง โดยนักกีฬาอาชีพสอนแบบตัวต่อตัว จะเลือกเรียนแบบบุคคลหรือเป็นกลุ่ม ซึ่งไม่จำกัดอายุ ก็ได้"

               ญาณพล ซึ่งปัจจุบันเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กล่าวอีกว่า ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการก็เปลี่ยนตามช่วงเวลา เช่น หลังจากเวลา 19.00 น. ลูกค้าเยอะมาก แต่ตอนกลางวันก็ยังคงเป็นปัญหา เพราะเป็นช่วงเวลาทำงานและเรียนหนังสือ จึงได้กำหนดราคาค่าเกมให้ถูกลง เพื่อดึงลูกค้าเข้ามาเล่นตอนกลางวันให้มากขึ้น โดย "300 โบว์ล" เปิดให้บริการเวลา 12.00-24.00 น. ราคาปกติวันจันทร์-ศุกร์ ก่อนเวลา 18.00 น. เกมละ 70 บาท แต่หลังจากนั้นจะเป็นราคา 80 บาท ขณะที่วันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุด ก่อนเวลา 18.00 น. ราคา 80 บาท หลังจากนั้นราคา 90 บาท สำหรับนักเรียน-นักศึกษา วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.00-17.00 น. เหมา 3 เกม ราคา 100 บาท วันเสาร์-อาทิตย์ ตลอดวัน เกมละ 50 บาท สามารถตรวจสอบโปรโมชั่นส่วนลดต่างๆ ได้ที่เว็บ www.facebook.com/ilove300bowl

               ตอนนี้ "300 โบว์ล" ได้รับการตอบรับดีขึ้น แต่คนที่มาเล่นก็ยังเป็นคนกลุ่มเดิมๆ ยังไม่สามารถสร้างฐานผู้เล่นกลุ่มใหม่ๆ โดยเฉพาะเยาวชน จึงตั้งใจจะทำให้เกิดผู้เล่นหน้าใหม่ให้ได้ โดยได้ไปตามสถานศึกษาต่างๆ ทั้งโรงเรียนและมหาวิทยาลัยที่อยู่ใกล้ๆ เพื่อ เสนอให้มีการบรรจุกีฬาโบว์ลิ่งเป็นวิชาเรียน เหมือนวิชาพลศึกษา หรือวิชาเลือกที่มีเกรด เพราะช่วงบ่ายไม่ค่อยมีคนอยู่แล้ว ถ้ามีเด็กๆ ที่ติดต่อไว้จากสถานศึกษานั้นๆ เข้ามาก็จะให้ใช้สถานที่ทำการฝึกซ้อมได้ฟรี ทาง "300 โบว์ล" พร้อมให้ความร่วมมือเต็มที่

               "กีฬาทุกกีฬามีเสน่ห์ของมัน อยากให้ทุกคนได้มาลองสัมผัสโบว์ลิ่ง ผมมองว่าเสน่ห์ของกีฬานี้อยู่ที่การเรียนรู้ที่จะเอาชนะตัวเอง เหมือนเราเรียนรู้ที่จะโยนลูกโค้งให้ได้ เมื่อโยนลูกโค้งได้ เราก็มาทำสไตรค์ ในการทำสไตรค์ เราต้องเดิน ปล่อยบอล และสวิงเหมือนกัน แต่จะทำอย่างไรให้ออกมาดีที่สุด นั่นคือการสู้กับตัวเอง ซึ่งต้องใช้สมาธิสูงและท้าทายตัวเองมากๆ" ญาณพล กล่าวทิ้งท้าย

"โค้ชโจ้"

               ปัจจุบัน "โจ้" ญาณพล ลาภอาภารัตน์ ที่นอกจากทำหน้าที่นักกีฬาโบว์ลิ่งทีมชาติไทยแล้ว ยังรับหน้าที่เป็นผู้ฝึกสอนนักกีฬาโบว์ลิ่งคนพิการอีกด้วย โดย "โจ้" เล่าว่า มีพี่ที่รู้จักกันในวงการโบว์ลิ่ง คัดตัวติดทีมชาตินักกีฬาคนพิการ แต่ทีมยังไม่มีผู้ฝึกสอน จึงมาขอให้ช่วยและรีบตอบรับไปทันที เพราะได้เห็นถึงความตั้งใจของนักกีฬาคนพิการ ที่ต้องพยายามฝึกฝนมากกว่าคนทั่วไป

               "พอได้เข้าไปสัมผัสแล้ว รู้สึกว่าเป็นอะไรที่มหัศจรรย์มาก ตัวเราเองยังทำไม่ได้แบบเขา ลองหลับตาโยนแบบนักกีฬาที่พิการทางสายตาก็ทำไม่ได้เลย แต่พวกเขาทำได้ ซึ่งเป็นบทเรียนสำหรับตัวผมเองด้วยในเรื่องของความพยายาม หลังจากนี้นักกีฬาโบว์ลิ่งคนพิการทีมชาติไทยจะไปแข่งขันอาเซียนพาราเกมส์ ที่สิงคโปร์ ในเดือนธันวาคม ที่จะถึง ก็ขอให้คนไทยช่วยส่งแรงใจไปเชียร์นักกีฬาคนพิการของไทยในทุกชนิดกีฬาด้วย"