ข่าว

ทนาย‘พริตตี้’ร้องกองปราบขอถอนอายัดหุ้น

ทนาย‘พริตตี้’ร้องกองปราบขอถอนอายัดหุ้น

03 ส.ค. 2558

ทนายพริตตี้ร้องกองปราบขอถอนอายัดหุ้น เนื่องจากได้รับความเสียหายหลัง จนท.อายัดไปเมื่อ17ก.ค.ที่ผ่านมา

 
 
          วันที่ 3 สิงหาคม 2558 จากกรณีที่นายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง เศรษฐีหมื่นล้านเดินทางไปพร้อม พ.ต.ท. บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต รมช.พาณิชย์ แล้วประสบอุบัติเหตุรถชนต้นไม้เสียชีวิตขณะที่ญาติติดใจขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงพร้อมตั้งประเด็นสงสัยในการโอนหุ้นให้ 2 สาว มูลค่าเกือบ 300 ล้านบาทตามที่ได้เคยนำเสนอไปแล้วนั้น
 
          ความคืบหน้าเกี่ยวกรณีดังกลาาวล่าสุด เมื่อเวลา 10.00 น. ที่กองปราบปราม นายเสกสรรค์ เสนาชู ทนายความของ น.ส.กัญฐณา ศิวาธนพล อายุ 26 ปี แคดดี้สาว ผู้ที่ได้รับการโอนหุ้นพริตตี้โอนหุ้นจำนวน 9.5 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 24 บาทซึ่งเป็นหุ้นอีเอในกลุ่มธุรกิจพลังงาน รวมมูลค่ากว่า 228 ล้านบาท จากนายชูวงษ์ เดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผบก.ป. เพื่อยื่นหนังสือขอถอนการอายัดหุ้นดังกล่าวหลังจากได้รับผลกระทบจากการที่ทางพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการอายัดหุ้นและห้ามดำเนินการทำธุรกรรม ส่งผลให้หุ้นดังกล่าวรวมถึงหุ้นที่ น.ส.กัญฐณลงทุนซื้อใหม่นั้นมีราคาตกลงจนเกิดความเสียหายเป็นมูลค่ากว่า 16 ล้านบาท
 
          นายเสกสรรค์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคมที่ผ่านมา ทางพนักงานสอบสวนได้ทำการอายัดหุ้นและห้ามดำเนินการทำธุรกรรมต่างๆ เกี่ยวกับหุ้นของ น.ส.กัญฐณา ซึ่งเดิมทีมีหุ้น อีเอในกลุ่มธุรกิจพลังงาน จำนวน 9.5 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 24 บาท รวมมูลค่ากว่า 228 ล้านบาท ก่อนจะแบ่งขายทอดตลาดไปกว่า 3.6 ล้านหุ้น แล้วนำเงินที่ขายได้ส่วนหนึ่งไปซื้อหุ้น วิน (win) ซึ่งเป็นหุ้นพลังงานเช่นกัน กว่า 10 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 1.05 บาท ซึ่งภายหลังจากตรวจสอบยอดรวมการปิดตลาดหุ้นเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมาพบว่าหุ้นในกลุ่มอีเอ มีราคาตกลงมาอยู่ที่ 21.40 บาท และหุ้นกลุ่มวิน ตกลงมาอยู่ที่ 0.85 สตางค์ จนเกิดความเสียหายเป็นมูลค่ากว่า 16 ล้านบาท ซึ่งเป็นช่วงเวลาเพียง 2 อาทิตย์หลังจากที่ทางพนักงานสอบสวนทำการอายัด
 
          นายเสกสรร กล่าวต่ออีกว่า กรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตในรายละเอียดในเอกสารที่พบว่ามีร่องรอยการแก้ไขหลายจุด ซึ่งหนึ่งในร่องรอยนั้น คือการแก้ไขจุดประสงค์การโอนหุ้นจากเดิมทีเป็นการจำนำเปลี่ยนมาเป็นการโอนหุ้นรวมถึงจำนวนหุ้น โดยใช้น้ำยาพิเศษนั้นในส่วนนี้เบื้องต้นยังไม่ได้เห็นเอกสารดังกล่าวแต่จากการสอบถามข้อเท็จจริงกับทาง น.ส.กัญฐณา ลูกความของตนนั้นทราบว่า น.ส.กัญฐณา เองก็พอทราบอยู่ก่อนแล้วว่าเอกสารดังกล่าวมีร่องรอยการแก้ไขมาก่อนแต่ยืนยันไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการแก้ไขเอกสารดังกล่าวเพียงแต่เป็นผู้กรอกรายละเอียดข้อมูลลงไปในเอกสารตามที่นายชูวงษ์เป็นผู้สั่งการให้กรอกเท่านั้น
 
          “การแก้ไขรายละเอียดเอกสารดังกล่าวหากได้รับความยินยอมจากนายชูวงษ์หรือผู้โอนหุ้นก็อาจจะไม่ผิดแปลกแต่อย่างใด แต่สำคัญที่ว่าลายเซ็นนั้นเป็นของนายชูวงษ์จริงหรือไม่ เรื่องนี้ผมอยากให้ไปสอบทางกับทางโบรกเกอร์เองจะดีกว่า ” นายเสกสรร กล่าว
 
          ด้าน พล.ต.ต.อัคราเดช กล่าวว่า สำหรับการยื่นเรื่องถอนอายัดหุ้นของ น.ส.กัญฐณา นั้นเบื้องต้นได้รับเรื่องดังกล่าวไว้พิจารณา ส่วนความคืบหน้าในส่วนของการตรวจสอบปมข้อสงสัยเกี่ยวกับการโอนหุ้นนั้น  ขณะนี้เจ้าหน้าที่พนักงานสอบสวนได้ทำการสอบปากคำพยานผู้เกี่ยวข้องไปแล้วจำนวน 20 ปาก รวมไปถึงเอกสารธุรกรรมเกี่ยวกับการโอนหุ้นดังกล่าวก็ได้มีการประสานส่งเอกสารหลักฐานต่างๆ ไปให้กับให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการตรวจพิสูจน์ทราบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของลายมือที่พบในเอกสาร  ซึ่งถูกตั้งข้อสงสัยว่าเป็นลายมือของนายชูวงษ์หรือไม่นั้น  ซึ่งตนได้รับรายงานจากทางพนักงานสอบสวนเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาว่า  หากไม่มีอะไรติดขัดก็จะได้รับรายละเอียดข้อมูลจากการตรวจสอบของกองพิสูจน์หลักฐานภายในวันที่ 3 สิงหาคม  ซึ่งถ้าพบว่ามีการแก้ไขรายละเอียดหรือพบข้อพิรุธต่างๆในเอกสารก็คงต้องมาดูอีกทีว่าเข้าข่ายความผิดทางกฎหมายใดรวมถึงอาจเรียก น.ส.กัญฐณา มาให้ปากคำเกี่ยวกับข้อพิรุธนั้นอีกที หากพบความผิดเข้าตามหลักเกณฑ์กฎหมายก็จะมีการดำเนินการทันที อีกทั้งจะมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เดินทางมาเข้าให้ข้อมูลเกี่ยวกับระเบียบการโอนหุ้นซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการคลี่คลายปมสงสัยการโอนหุ้นของนายชูวงษ์เป็นอย่างมาก