ข่าว

เคลียร์ดินสไลด์‘สบเมย’สัญจรได้แล้ว

เคลียร์ดินสไลด์‘สบเมย’สัญจรได้แล้ว

03 ส.ค. 2558

ยูเอ็นคาดพม่าน้ำท่วมมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม ด้านชาวแม่สายระดมสิ่งของช่วยเหลือ และขณะนี้เคลียร์ดินสไลด์‘สบเมย’สัญจรได้แล้ว

            3ส.ค.2558 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันอาทิตย์ (2 ส.ค.) ว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 47 รายและประชาชนราว 150,000 คนได้รับผลกระทบจากการเกิดน้ำท่วมฉับพลันในพม่า ขณะที่รัฐบาลพม่าประกาศให้เขตพื้นที่ตอนกลางและตะวันตกของประเทศเป็นพื้นที่พิบัติภัยแห่งชาติ เร่งให้ความช่วยเหลือโดยด่วน

            นอกจากพม่าแล้วประเทศเพื่อนบ้านทั้งอินเดีย เนปาล ปากีสถาน และเวียดนามก็เผชิญกับภาวะน้ำท่วมแผ่นดินถล่มอันเป็นผลจากฝนที่ตกหนักในฤดูฝนของประเทศเหล่านี้ มีรายงานว่าหน่วยกู้ภัยอินเดียรุดเข้าไปยังหมู่บ้านแห่งหนึ่งในเมืองจัณเดล รัฐมณีปุระ รัฐชายแดนติดกับพม่า ที่เกิดแผ่นดินถล่มเนื่องจากฝนตกหนักทับบ้านเรือนประชาชนจนทำให้เชื่อว่ามีผู้เสียชีวิตราว 40 ราย

            ด้านสำนักงานประสานงานกิจการเพื่อนมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (โอซีเอชเอ) เปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ (2 ส.ค.) ว่าได้รับแจ้งจากกรมบรรเทาและการตั้งถิ่นฐานใหม่ของพม่าว่ามีผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำท่วมอันเกิดจากฝนที่ตกหนักตามฤดูในพม่ากว่า 156,000 คน แต่โอซีเอชเอเชื่อว่าตัวเลขจริงน่าจะสูงกว่าที่ได้รับแจ้งมากนักเนื่องจากหลายพื้นที่ยังไม่สามารถเข้าถึงหรือมีรายงานจากทีมประเมินความเสียหายที่เข้าไปยังพื้นที่ นอกจากนั้นยังเชื่อว่าตัวเลขผู้เสียชีวิต 47 รายนั้นต่ำกว่าความเป็นจริงมาก และเชื่อว่าจะมียอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมออกมาอีก

            ฤดูฝนที่มีฝนตกหนักจากภาวะลมมรสุมปกคลุมในพื้นที่พม่าและประเทศใกล้เคียงนั้นทำให้ประชาชนในหลายประเทศเอเชียได้รับผลกระทบรุนแรง ในปากีสถานมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 81 ราย และมีผู้ได้รับผลกระทบกว่า 300,000 คนในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่น้ำท่วมฉับพลันในอินเดียคร่าชีวิตประชาชนไปกว่า 26 ราย ส่วนเวียดนามมีรายงานผู้เสียชีวิต 14 รายจากเหตุน้ำท่วม เช่นเดียวกับเนปาลที่ยังไม่ฟื้นตัวจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ก็มีรายงานผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมในฤดูฝนแล้ว 36 คน

            พื้นที่รัฐชินและยะไข่ทางตะวันตกของพม่าซึ่งเป็นพื้นที่ห่างไกลความเจริญได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด มีรายงานจากสมาคมกาชาดพม่าว่าบ้านเรือนราว 300 หลังคาเรือนในรัฐยะไข่ถูกทำลายและได้รับความเสียหายและประชาชนราว 1,500 คนต้องอพยพลี้ภัยไปยังที่พักชั่วคราวของทางการเพื่อความปลอดภัย

            ทั้งนี้รัฐยะไข่เป็นพื้นที่อาศัยของชาวโรฮิงญาที่ถูกขับไล่จากถิ่นฐานมาอาศัยอยู่ตามชายฝั่งทะเลราว 140,000 คนจากเหตุการปะทะระหว่างชาวพุทธกับชาวโรฮิงญาที่นับถือศาสนาอิสลามในพม่าเมื่อปี 2555

 

ชาวแม่สายระดมสิ่งของช่วยเหลือ

              ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่ด่านพรมแดนไทย-เมียนมา อ.แม่สาย จ.เชียงราย พ.อ.ประพัฒน์ พบสุวรรณ ผบ.ฉก.ม.2 ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานชายแดนไทย-พม่า ระดับท้องถิ่นหรือทีบีซี อ.แม่สาย จ.เชียงรายร่วมกับ สมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจ ไทย-เมียนมา สาขาเชียงราย ได้จัดตั้งศูนย์รับบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์น้ำท่วมทางภาคตะวันตกของประเทศพม่าา ซึ่งทำให้ชาวพม่าได้รับความเดือดร้อน โดยได้ให้ทาง พ.ต.พงศ์ธร พันพิกรณ์ หัวหน้า ประสานงานชายแดนไทย-เมียนมา ระดับท้องถิ่นหรือทีบีซี อ.แม่สาย เป็นผู้รับบริจาคสิ่งของช่วยเหลือ ทั้งอาหารและเครื่องยังชีพ จากตัวแทนหน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชน

              ด้านน.ส.ผกายมาศ เวียร์ร่า ประธานหอการค้าแม่สาย เปิดเผยว่า ขณะนี้สถานการณ์อุทกภัยในประเทศพม่ากำลังอยู่ในขั้นวิกฤติ ได้ส่งผลกระทบในหลายเมือง ทำให้ชาวพม่าต้องประสบกับความเดือดร้อนขาดแคลนทั้งอาหารและเครื่องนุ่งห่ม จึงได้เปิดรับบริจาคสิ่งของเพื่อให้การช่วยเหลือ โดยรับบริจาคที่ด่านพรมแดน อ.แม่สาย หรือประสานไปองค์กรต่างๆในจังหวัดเชียงราย เช่น หอการค้า จ.เชียงราย หรือที่ อ.เชียงแสน ประสานไปยังหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตจังหวัดเชียงราย ซึ่งการรับบริจาคคงจะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยจะทยอยนำส่งไปผ่านทีบีซีของพม่าเพื่อขนส่งทางเครื่องบินจากสนามบินท่าขี้เหล็กเพื่อให้ทางการพม่านำไปให้กับผู้ประสบภัย


เคลียร์ดินสไลด์'สบเมย'สัญจรได้แล้ว
 
            ขณะที่ประเทศไทยนายสุรพล พนัสอำพล ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมและดินสไลด์ ที่อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เริ่มดีขึ้น จากกการบูรณาการร่วมกันจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งทางจังหวัด ทหาร ปภ. อาสาฯ เพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ชาวบ้าน ที่ถูกดินสไลด์ปิดทางสัญจรตัดขาดจากโลกภายนอก มีการเคลียร์เส้นทาง เพื่อให้สามารถสัญจรได้ โดยในช่วงเช้าวันนี้สามารถเปิดเส้นทางเข้าหมู่บ้านในพื้นที่ ต.แม่สวดได้หมดแล้ว สามารถสัญจร เข้าออกได้เกือบเป็นปกติ

            ส่วนสถานการณ์ในพื้นที่ตำบลอื่น ยังคงมีการระดมกำลังเข้าเปิดเส้นทาง อย่างเร่งด่วน สามารถสัญจรได้แล้วเป็นส่วนใหญ่ โดยใน ต.แม่สามแลบ ยังมีหลายจุดที่มีน้ำตัดผ่านทางสัญจร แม้สัญจรผ่านได้แต่เป็นไปอย่างค่อนข้างลำบาก และต้องระมัดระวังอย่างมาก โดยได้มีการนำเจ้าหน้าที่เข้าประจำการทุกหมู่บ้าน เพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ชาวบ้านอีกด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกนายล้วนทำงานเต็มที่ อย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 10 วันแล้ว

            ขณะที่ปัจจุบันแม้สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย มีฝนตกเบาบางลง แต่ยังได้มีการกำชับให้ทุกหน่วยงานอย่างเพิ่งวางใจ เนื่องจากในพื้นที่ดินได้รับน้ำฝน และอุ้มน้ำเต็มที่ หากมีฝนตกหนักอีกระลอก ก็อาจเกิดดินสไลด์เพิ่มเติมได้ โดยได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สำรวจจุดเสี่ยงที่อาจเกิดดินสไลด์ โดยเฉพาะจุดที่สร้างความเดือดร้อนหรือปิดทับเส้นทางสัญจรของชาวบ้าน เพื่อที่จะได้เตรียมการป้องกันล่วงหน้าไว้แล้ว และหลังจากนี้จะได้มีการประชุมหารือเพื่อหาแนวทางการแก้ไขสถานการณ์เพิ่มเติมต่อไป

            ทั้งนี้ ยังไม่ได้รับรายงานการสูญหาย หรือผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดินสไลด์ในจังหวัดแม่ฮ่องสอนแต่อย่างใด ส่วนใหญ่มีความปลอดภัย และรู้สถานการณ์ดี มีเพียงความลำบากในการสัญจร การทำธุระนอกหมู่บ้าน หรือจับจ่ายซื้อของใช้ที่จำเป็นเท่านั้น ขณะที่หากฝนหยุดตกทิ้งช่วงดีแล้ว ทุกหน่วยงานจะได้มีการฟื้นฟูถนน ที่ถูกตัดขาด ให้กลับมาเป็นปกติ ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาพอสมควรเนื่องจากหลายพื้นที่โดยเฉพาะใน ต.แม่สวด ที่มีดินสไลด์กินระยะทางกว่า 43 กิโลเมตร


ผอ.สำนักพัฒนายันต้องเข้าพื้นที่สบเมยได้

            พลตรีชัยพฤกษ์ อัยยะภาคย์ผู้อำนวยการ สำนักพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา เดินทางเข้าเยี่ยมและบำรุงขวัญผู้ใต้บังคับบัญชาที่ปฏิบัติหน้าที่ ในหมู่บ้านแม่เงา ตำบลแม่สวด อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยมี พันเอกกิติชาติ นิลขำ ผู้บังคับการหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 36 ให้การต้อนรับ นำตรวจเยี่ยมกำลังพล ที่ปฏิบัติหน้าที่ข้างลำน้ำเงาเพื่อส่งกำลังสนับสนุนตามหมู่บ้านต่างๆ

            จากนั้นได้ยังจุดที่ถนนที่ยังมีน้ำขังอยู่แม้ฝนจะหยุดตกไปแล้วแต่การสัญจรตรงจุดนี้เป็นไปด้วยความลำบาก ซึ่งในวันนี้การสัญจรไป-มาสะดวกขึ้น น้ำในลำน้ำเงาลดระดับลง รถจักรยานยนต์รถยนต์เดินได้

            จากนั้นได้เดินทางมายังจุดรวมพลข้างน้ำเงาเพื่อขึ้นเรือไปยังหมู่บ้านแม่หลุย ตำบลแม่สวดพร้อมถุงยังชีพจำนวน 10 ถุงนางสาวจันทร์เพ็ญ เลิศชูทรัพย์ ผู้ใหญ่บ้านแม่หลุย หมู่ที่4 ออกมาให้การต้อนรับ ซึ่งบ้านแม่หลุยมี 62 ครัวเรือน ประชากร 350 คน ผู้อำนวยการ สำนักพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา จึงได้มอบถุงยังชีพให้กับราษฎรในหมู่บ้านจำนวน 10 คน ให้ผู้ใหญ่บ้านทำบัญชีรับของไปซึ่งหากมีมอบถงในวันพรุ่งนี้ก็จะไม่ได้รับเพราะถือว่าได้รับวันนี้ไปแล้ว

            ด้านพลตรีชัยพฤกษ์  ได้กล่าวถึงแนวทางแก้ไขความเดือดร้อนครั้งนี้ว่า ตอนนี้เราได้ทำการสำรวจแล้วว่าจุดวิกฤต มี 17 จุด ซึ่งทั้ง 17 จุดนี้ เราจะเข้ามสำรวจในรายละเอียดอีกทีว่าแต่ละจุดสาหัสสากรรจ์ขนาดไหน แล้วเราจะใช้เครื่องมือหนักเข้ามา ส่วนใหญ่จะเป็นดินสไลด์มาถมถนนและบางจุดน้ำก็ลอดใต้ถนน

            จุดที่น้ำลอดใต้ถนนอาจจะต้องเป็นงานหนักนิดหนึ่งซึ่งเราจะสร้างฐานสร้างใหม่ ถ้าหากผิวถนนมีร้อยร้าว เบื้องต้นให้ประชาชนปลอดภัยในการเดินทาง การคมนาคมในช่วงนี้เราก็จะทำเลทางโค้งทางเบี่ยงขึ้นไปเพื่อให้การจราจรไปได้ก่อนผู้อำนวยการกล่าว
 
            ทั้งนี้กองทัพไทย โดย พันเอกกิติชาติ นิลขำ ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 36 ร่วมกับ ปภ.แม่ฮ่องสอน ทหารพรานที่ 36 กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 337 เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติสาละวิน ฝ่ายปกครองอำเภอสบเมย ได้สนธิกำลังร่วมกันในการลำเลียงถุงยังชีพพระราชทาน มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ส่งถึงมือราษฏรที่ประสบภัยพิบัติ เนื่องจากเส้นทางถูกน้ำท่วม ดินโคลนถล่มปิดทับเส้นทาง มานานเกือบอาทิตย์ สิ่งของพระราชทาน100 ชุดแรก เป็นราษฏร หย่อมบ้านกองอู แม่เลาะ และ แม่ขะ โดยราษฏรที่อยู่ใกล้สุด คือ บ้านกองอู ที่ต้องเดินทางเท้า ระยะทาง 8 กิโล เพื่อมารับสิ่งของพระราชทานในครั้งนี้

 

น้ำท่วมโคราชรถเล็กขับผ่านไม่ได้

             ใน จ.นครราชสีมา ได้มีฝนตกลงมาอย่างหนักเป็นเวลานานหลายชั่วโมง ทำให้บริเวณถนนทางเข้าหมู่บ้านหนองตาคง หมู่ที่8 ต.หนองบัวศาลา อ.เมืองนครราชสีมา มีน้ำท่วมขังถนนสูงเป็นระยะทางยาวกว่า200เมตร ระดับน้ำสูงกว่า 30-40 เซนติเมตร รถยนต์ขนาดเล็กไม่สามารถขับผ่านได้ และต้องหันไปใช้เส้นทางเข้าออกหมู่บ้านทางอื่นแทนเป็นการชั่วคราว

             เช่นเดียวกับ ที่ถนนภายในชุมชนบ้านหนองโสน เขตเทศบาลนครนครราชสีมา มีน้ำไหลเข้าท่วมขังถนนสูงประมาณ20เซนติเมตร เป็นระยะทางยาวกว่า100เมตร เนื่องจากพื้นที่บริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ต่ำ และเป็นเส้นทางที่น้ำไหลผ่าน อย่างไรก็ตาม หากไม่มีฝนตกหนักลงมาเพิ่มเติมสถานการณ์น้ำท่วมดังกล่าว ก็จะเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ