
191จับหนุ่มอ้างบริหารเครือเซ็นทรัลตุ๋นเหยื่อลงทุนสูญ14ล.
02 ส.ค. 2558
ตำรวจ 191 ตามรวบหนุ่มอ้างเป็นผู้บริหารเครือเซ็นทรัล ตุ๋นเหยื่อร่วมลงทุนธุรกิจ หลงเชื่อ3 ราย สูญรวมกว่า 14 ล้านบาท รับสิ้นหาเงินเล่นพนันบ่อนต่างประเทศ
191รวบหนุ่มอ้างเป็นผู้บริหารเครือเซ็นทรัล ตุ๋นเหยื่อร่วมลงทุน สูญกว่า 14 ล้านบาท
เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 1 สิงหาคม พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผบก.สปพ. พร้อมด้วย พ.ต.อ.สำราญ นวลมา ผกก.สายตรวจ พ.ต.ต.ปียรัช เวสสะโกศล สว.งานสายตรวจ 3 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนกก.สายตรวจ.บก.สปพ. ได้ร่วมกันทำการจับกุมตัว นายณฐภัทรหรือโก้ ไกรสรทองศรี อายุ 33 ปี ตามหมายจับศาลแขวงดุสิต ที่ 252/2558 ลงวันที่ 27 ก.ค. 2558 ในข้อหา “ฉ้อโกง” สามารถจับกุมได้ที่หน้าร้านแม็คแวลู สาขารถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีสะพานควาย แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม.
พ.ต.อ.สำราญ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเจ้าได้รับแจ้งจากกลุ่มผู้เสียหายผ่านทางโครงการ You’ll never walk alone ว่าได้ถูกนายณฐภัทร หลอกลวงเอาเงินของผู้เสียหายไปรวมมูลค่าหลายล้านบาท เจ้าหน้าที่จึงได้ออกทำการสืบสวนหาข้อมูลจนทราบว่า ผู้ต้องหามีพฤติการณ์ในการหลอกลวงโดยจะเข้ามาตีสนิทกับผู้เสียหาย ก่อนอ้างตัวว่าเป็นผู้บริหารและเป็นผู้ดูแลระบบงานคอมพิวเตอร์ทั้งหมดให้กับบริษัทเครือเซ็นทารา กรุ๊ป และยังดูแลระบบคอมพิวเตอร์ให้กับโรงแรมเซนทราแกรนด์ แอท เซนทรัลเวิร์ลด์ โรงแรมปทุมวันปริ๊นเซส ห้างสรรพสินค้าพารากอน เซ็นทรัลเวิร์ลด์ และโรงแรมโนโวเทล โดยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับตนเองด้วยการพาไปรับประทานอาหารที่ โรงแรมเซนทราแกรนด์ แอท เซนทรัลเวิร์ลด์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย อีกทั้งยังอ้างว่าตนสนิทกับนักการเมืองชื่อดังท่านหนึ่ง ซึ่งผู้ต้องหาจะแต่งตัวดูดีมีฐานะทุกครั้งที่มาพบ ก่อนจะชักชวนผู้เสียหายมาร่วมลงทุนเปิดบริษัททำธุรกิจเกี่ยวกับการทำบัตรเครดิต สัมปทานการเช่าและซื้อรถของบริษัทในเครือเซนทารากรุ๊ป รวมทั้งธุรกิจอื่นๆอีกหลายอย่าง จากนั้นเมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อและทำการนำเงินไปร่วมลงทุนด้วยแล้ว นายณฐภัทร จะบ่ายเบี่ยงและไม่สามารถติดต่อได้ ซึ่งมีผู้เสียหายทั้งหมด 3 ราย รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 14 ล้านบาท
นายวงศ์สินทร์ ฉันทกะวาณิชย์ อายุ 33ปี หนึ่งในผู้เสียหาย กล่าวว่า ตนเองนั้นประกอบอาชีพทำธุรกิจส่วนตัว โดยผู้ต้องหาได้เข้ามาตีสนิทกับตน และบอกว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ และยังมีความสนิทสนมกับผู้บริหารชั้นสูงของทางโรงแรม ขณะนี้ต้องการที่จะเปิดบริษัทเช่ารถให้ทางผู้บริหารระดับสูงของทางโรงแรมซึ่งเป็นชาวญี่ปุ่น โดยจะมีการเปิดบริษัทภายในเดือน พ.ค. และต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก จากนั้นตนเองจึงได้โอนเงินไปครั้งแรกจำนวน 5,500,000 บาท ครั้งที่สอง 800,000 บาท และครั้งที่สาม 1,700,000 บาท รวมเป็นเงิน 8,000,000 บาท หลังจากนั้นทางผู้ต้องหาก็มีการบ่ายเบี่ยงเรื่องการเปิดบริษัทมาโดยตลอด เมื่อได้ทำการตรวจสอบกับทางเจ้าหน้าที่ทางโรงแรมก็พบว่าผู้ต้องหาไม่ได้ทำงานอยู่ที่โรงแรมแต่อย่างใด จึงทราบว่าโดนหลอกเลยเดินทางเข้าแจ้งความไว้ที่สน.คันนายาว
สอบสวนนายณฐภัทร ให้การรับสารภาพว่า ตนเองประกอบอาชีพเป็นพนักงานฝ่ายไอที ที่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ตนได้หลอกลวงนายแพทย์ โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่งจำนวน 2 ราย ได้เงินไปประมาณ 6,100,000 บาท ต่อมาก็ได้หลอกผู้เสียหายรายล่าสุดได้เงินไปประมาณ 7,500,000 บาท โดยจะมีการแอบอ้างรู้จักกับผู้บริหารบริษัทในเครือเซนทรัล เพราะจะได้เกิดความน่าเชื่อถือ ซึ่งกระทำเพียงคนเดียว ส่วนเงินที่หลอกมาจากผู้เสียหายก็นำไปเที่ยวและเล่นการพนันในต่างประเทศ หลังจากนี้ก็จะพยายามรับผิดชอบให้ได้มากที่สุด และขอโทษที่หลอกลวง
จากการตรวจสอบประวัติพบว่าผู้ต้องหามีหมายจับอีก 3 แห่งได้แก่ สน.หัวหมาก ข้อหา “ฉ้อโกง” สน.พลับพลาไชย 1 ข้อหา “ฉ้อโกง” และสน.คันนายาว ข้อหา “ฉ้อโกง” เบื้องต้นจะทำการอายัดตัวไว้ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวนแต่ละพื้นที่ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



