
'นกเงือกกรามช้างปากเรียบ' สยายปีกสู่ป่า 'ฮาลาบาลา'
02 ส.ค. 2558
สัมผัสความงามฝูง 'นกเงือกกรามช้างปากเรียบ' สยายปีกสู่ป่า 'ฮาลาบาลา' : โดย...จรูญ ทองนวล
หากใครเป็นแฟนพันธุ์แท้ของนกเงือกทุกชนิดที่มีอยู่ในประเทศไทย คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า "นกเงือกกรามช้างปากเรียบ" ถือเป็นหนึ่งในสัตว์ป่าธรรมชาติที่มีความสวยงามตรึงใจผู้พบเห็นเป็นยิ่งนัก
มาถึงวันนี้ในทุกๆ ปีพี่น้องชาวภาคใต้คงคุ้นชินกับภาพ "นกเงือกกรามช้างปากเรียบ" นับพันตัว บินอพยพจากผืนป่าตะวันตกห้วยขาแข้งมารวมฝูงที่ "ป่าฮาลาบาลา" อ.เบตง จ.ยะลา ซึ่งถือเป็นสิ่งมหัศจรรย์อย่างยิ่ง เพราะในรอบหนึ่งปีจะเกิดขึ้นเพียงครั้งหนึ่ง
"นกเงือกกรามช้างปากเรียบ" ถือเป็นนกเงือก 1 ใน 13 ชนิด ที่พบเห็นในประเทศไทย โดยนกเงือกกลุ่มนี้จะอาศัยอยู่ในผืนป่าตะวันตกหรือป่าห้วยขาแข้งเป็นส่วนใหญ่ แต่หลังจากนกกลุ่มนี้เข้าโพรงออกลูกเสร็จสิ้นในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม พวกมันจะเริ่มบินอพยพลงมาทางใต้ เพื่อรวมฝูงครั้งใหญ่โดยบินผ่านเทือกเขาตะนาวศรีเรื่อยมาจนถึงเทือกเขาบรรทัด ก่อนจะมาสิ้นสุดที่ป่าฮาลาบาลาของไทย และป่าแบลุ่มของประเทศมาเลเซียที่อยู่ติดกันในเทือกเขาสันกาลาคีรี โดยนกเงือกจะจับกลุ่มครั้งละ 10-20 ตัว บินลงมาเรื่อยๆ
ปัจจุบันฝูงนกเงือกกรามช้างปากเรียบบินมาถึงป่าฮาลาบาลาประมาณ 500 ตัว และจากนี้ไปตลอดทั้งปีจะเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆ ไปจนถึง 2,000 ตัว ก่อนจะบินกลับป่าห้วยขาแข้งอีกครั้งหนึ่งตามวงจรชีวิต
ทั้งนี้ จากพฤติกรรมการอพยพของฝูง "นกเงือกกรามช้างปากเรียบ" บินอพยพจากผืนป่าตะวันตกห้วยขาแข้งที่ป่าฮาลาบาลา ทำให้กลุ่มงานวิจัยนกเงือกมหาวิทยาลัยมหิดล และตำรวจตระเวนชายแดนที่ 445 จัดทีมลงพื้นที่ติดตามพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมวางตาข่ายดักจับเพื่อติดตั้งจีพีเอส เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวเพิ่มเติม ตลอดจนสำรวจแปลงพันธุ์ไม้ในป่าที่เป็นอาหารของนก และกันพื้นที่ส่วนในสุดของผืนป่าเพื่อป้องกันบุคคลภายนอกเข้าไปรบกวน
จากข้อมูลของนักวิจัยผู้ติดตามพฤติกรรมนกเงือกกรามช้างปากเรียบพบว่า ในทุกๆ ปี พวกมันจะบินมารวมฝูงกันมากที่สุดในช่วงปลายเดืนกรกฎาคมต่อเนื่องไปถึงสิ้นปี ซึ่งทุกๆ เจ้าหน้าที่ชุดพิทักษ์ป่าพระนามาภิไธย ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 445 กก.ตชด.ที่44 ค่ายพญาลิไท ต้องเดินเท้าเลียบคลองฮาลาประมาณ 3 ชั่วโมง เพื่อเข้าพื้นที่ที่เป็นแหล่งอาศัยของพวกมัน โดยพบว่านกเงือกทุกฝูงจะเลือกแหล่งอาศัยในภูมิประเทศที่เป็นแอ่งน้ำรายรอบด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่จำนวนมาก โดยนกเงือกจะเลือกต้นไม้บริเวณนี้เป็นที่รวมฝูงในเวลากลางคืนหลังบินกลับจากหาอาหาร
"ต้นไม้ที่นกเงือกชอบจับกลุ่มกันนอนจำนวนมากจะเป็นต้นไม้ที่มีขนาดใหญ่ เช่น ต้นสมพงศ์ ต้นสยา สาเหตุหนึ่งที่นกมารวมฝูงกัน เพราะต้องช่วยกันระวังภัยจากศัตรู และที่สำคัญคือใกล้แหล่งอาหาร ซึ่งในป่าฮาลาบาลาจะมีผลไม้ป่าที่เป็นอาหารของนกเงือกจำนวนมาก เช่น ตาเสือ ลูกไทร และสัตว์ขนาดเล็ก เป็นต้น ดังนั้นจึงต้องสำรวจและจัดทำแปลงไม้เพื่อศึกษาแหล่งอาหารของนกเงือกเพิ่มเติมเป็นโครงการต่อเนื่อง"
"ปรีดา เทียนส่งรัศมี" เจ้าหน้าที่โครงการศึกษานิเวศวิทยาของนกเงือกคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลให้ข้อมูลว่า นกเงือกกรามช้างปากเรียบเป็นนกอพยพที่บินมารวมฝูงกันทีละมากๆ โดยเฉพาะในผืนป่าฮาลาบาลาของไทย ล่าสุด เมื่อปี 2557 มีนกเงือกกว่า 2,000 ตัว บินมารวมตัวกันถือเป็นฝูงนำใหญ่ที่สุดในโลกเท่าที่มีการสำรวจข้อมูลและบันทึกข้อมูลอย่างเป็นทางการ เพราะนกเงือก 54 ชนิดทั่วโลก จะอาศัยอยู่ในป่าแอฟริกาและเอเชียเท่านั้น
“เมื่อ 2 ปีที่แลวเจ้าหน้าที่ได้ติดตั้งสัญญาณจีพีเอสในตัวนกเงือกกรามช้างปากเรียบจำนวน 2 ตัวเพื่อติดตามความเคลื่อนไหวในเส้นทางบินอพยพทำให้ทราบว่า นกเงือกเหล่านี้บินมารวมฝูงกันที่ป่าฮาลาบาลามากที่สุด สอดคล้องกับคำบอกเล่าของคนเผ่าพื้นเมืองโอรังอัสลี หรือซาไก ที่อาศัยอยู่ในป่าแห่งนี้และตำรวจตระเวนชายแดนที่ 445 ที่เฝ้าผืนป่ามานาน ปัจจุบันนกกรามช้างปากเรียบทั้ง 2 ตัว ยังเดินทางมาไม่ถึง ตัวหนึ่งอยู่ที่ป่าแก่งกรุง จ.สุราษฎร์ธานี ส่วนอีกตัวยังอยู่ที่ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ซึ่งในปีนี้จะติดตั้งสัญญาณเพิ่มอีก 2 ตัว เพราะจีพีเอสมีอายุการใช้งานแค่ 2 ปี ขณะนี้เรากำลังเดินสำรวจหาต้นไม้ที่นกมารวมฝูงนอนในเวลากลางคืน และศึกษาทิศทางการบิน เพื่อที่จะวางตาข่ายดักจับมาติดตั้งเครื่องมือติดตามจีพีเอสเพิ่ม วิธีดังกล่าวจะทำให้นกบอบช้ำน้อยที่สุด แต่คนที่ปฏิบัติงานเสี่ยงที่สุด เพราะต้องปีนขึ้นไปบนต้นไม้ใหญ่สูงเกือบ 30 เมตร เพื่อวางตาข่ายซึ่งมีความยาวถึง 20 เมตร” ปรีดา กล่าว
"ด.ต.อภิเชษฐ์ เปียฉิม" หนึ่งในทีมเจ้าหน้าที่ผู้ติดตามพฤติกรรมของนกเงือก บอกว่า อยู่ที่ป่าฮาลาบาลามา 5 ปีแล้ว ทำให้รู้จักพื้นที่แห่งนี้พอสวมควร ปัจจุบันได้ร่วมกันเดินลาดตระเวนตามภูเขา แบ่งพื้นที่ เป็นโซนศึกษาพันธุ์ไม้ ขนาด 40 คูณ 50 เมตร ว่า ต้นไม้ชนิดไหนที่นกเงือกชอบมากินผลและเม็ด เพื่อง่ายต่อการติดตามความเคลื่อนไหว และอนุรักษ์ทั้งพันธุ์ไม้และนกเงือก โดยส่วนใหญ่จะลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 445 กก.ตชด.ที่ 44 ค่ายพญาลิไท ซึงมีฐานที่ตั้งอยู่บริเวณต้นน้ำปากคลองฮาลาอันเป็นต้นทางที่จะเข้าสู่พื้นที่ชั้นในหรือเรียกว่า "ฐานนางนวล"
"เจ้าหน้าที่ ตชด. เหล่านี้ได้รับมอบนโยบายหลักจากผู้บังคับบัญชาให้ทำหน้าที่ตามปกติ คือ การเฝ้าระวัง ป้องกันการบุกรุกตัดไม้ทำลายป่า และล่าสัตว์ แต่ผมและน้องๆ ตชด.ที่ทำงานด้วยกันยังเป็นอาสาสมัครผู้ช่วยเจ้าหน้าที่โครงการศึกษานิเวศวิทยาของนกเงือกฯ เนื่องจากมีประสบการณ์เกี่ยวกับผืนป่าแห่งนี้เป็นต้นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่การเป็นอาสาสมัครยังทำให้พวกเราได้รับความรู้พฤติกรรมต่างๆ เกี่ยวกับนกเงือกเพิ่มมากขึ้นถือว่ามีประโยชน์มาก" ด.ต.อภิเชษฐ์ กล่าว
แม้ปรากฏการณ์ฝูง "นกเงือกกรามช้างปากเรียบ" บินอพยพมาอาศัยที่ "ป่าฮาลาบาลา" จะเกิดขึ้นในทุกๆ ปี แต่การอพยพของฝูงนกจำนวนหลายพันตัวสู่ป่าอันอุดมสมบูรณ์นั้น ทำให้เราทราบถึงจำนวนประชาการของนกเงือกกรามปากช้างเรียบที่มีเพิ่มขึ้นในทุกๆ ปี ซึ่งจุดนี้ถือเป็นความสำเร็จของเจ้าหน้าที่ และทีมวิจัยที่ร่วมด้วยช่วยกันอนุรักษ์ และเฝ้าติดตามพฤติกรรมในลักษณะต่างๆ เพื่อทำให้นกเงือกปากเรียบไม่สูญสิ้นไปจากเมืองไทย...!
-------------------
(สัมผัสความงามฝูง 'นกเงือกกรามช้างปากเรียบ' สยายปีกสู่ป่า 'ฮาลาบาลา' : โดย...จรูญ ทองนวล)



