ข่าว

อินไซด์ยุติธรรม : 2 ส.ค. 58

อินไซด์ยุติธรรม : 2 ส.ค. 58

02 ส.ค. 2558

อินไซด์ยุติธรรม : 2 ส.ค. 58

 
                      ในงานสัมมนาสังเคราะห์ลักษณะคดีพิเศษ ซึ่งมีการตั้งคำถามว่า เหตุใดดีเอสไอจึงต้องกวาดล้างสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ซ้ำยังมองว่าคดีประเภทนี้ไม่จำเป็นต้องจัดชั้นให้เป็นคดีพิเศษ สุวณา สุวรรณจูฑะ นำทีมบิ๊กดีเอสไอชี้แจงนโยบายของพล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ที่ย้ำเสมอว่า ดีเอสไอต้องไม่ไล่จับแผงขายซีดี เน้นเฉพาะโกดังเก็บสินค้าปลอม แหล่งผลิตขนาดใหญ่ หรือเป็นคดีที่มีอิทธิพลหนุนหลังเท่านั้น นอกจากนี้รายงานของตำรวจสากลยังระบุว่า เงินสนับสนุนก่อการร้ายในปัจจุบันมาจากสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ที่ขายง่าย รายได้ดี ก่อการร้ายจึงเบนเป้าไปลงทุนผลิตสินค้าปลอมทดแทนยาเสพติดซึ่งถูกปราบปรามหนัก ยกตัวอย่าง คดีโรงงานน้ำปลาปลอมส่งออกไปประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งปลอมกันเป็นล่ำเป็นสัน แต่ไม่มีหน่วยงานใดกล้าจับ เพราะหน้าโรงงานแขวนรูปภาพนายตำรวจ พร้อมเขียนป้ายกำกับใต้ภาพว่าเป็นผู้จัดการโรงงาน ทำให้คนทั่วไปเข้าใจได้ว่าเป็นกิจการของคนมีสีหรือไม่ ที่อธิบายเยิ่นเย้อนี้ไม่ได้หมายความว่าดีเอสไอจะแย่งงานตำรวจ แต่เลือกจับเฉพาะรายใหญ่ที่เข้าลักษณะมีอิทธิพลหนุนหลัง
 
 
                      พล.ท.อภิชัย หงษ์ทอง เลขาฯ รัฐมนตรียุติธรรม ใจเต้นระส่ำเมื่อเห็น “บิ๊กต๊อก” เหวี่ยงใส่กรณีผู้ประกอบการสถานบริการนัดรวมตัวค้านคำสั่ง คสช. จึงออกโรงขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนในการตั้งคำถาม งานนี้ดูเหมือน “บิ๊กต๊อก” เข้าใจบริบทสังคมว่า ไม่มีใครยอมให้ขายเหล้ามอมเมาเยาวชน หรือผ่อนปรนให้เด็กออกมาแว้นซิ่งป่วนเมือง จึงออกหน้าท้าชน ขณะที่ทีมงานรัฐมนตรีเองที่รับมุกไม่ทัน ...ฮา
 
 
                      วิทยา สุริยะวงค์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เดินหน้าสร้างผู้บัญชาการเรือนจำมืออาชีพ โดยเรือนจำยุคใหม่ ผบ.คุกต้องเป็นมนุษย์สารพัดประโยชน์ เพราะต้องกำกับงานในหลายบทบาท ทั้งผู้จัดการร้านค้า ผู้จัดการเอสเอ็มอี ครูใหญ่ หมอ โปรโมเตอร์มวย และนักตรวจสอบภายใน ล่าสุดหลังตรวจการฝึกนักเรียนราชทัณฑ์รุ่นที่ 120 ภาควิชาการบริหารเหตุการณ์ในสภาวะวิกฤติ มีเสียงสะท้อนขอให้เพิ่มหลักสูตรเจรจาต่อรอง เพื่อเสริมมาตรการใช้กำลังเข้าปราบปราม เพราะในหลายเหตุการณ์จลาจลของผู้ต้องขังจบลงด้วยเทคนิคการเจรจา “อธิบดีฟู่” ทราบแล้วเปลี่ยน
 
 
                      4 ส.ค.นี้ วีรยุทธ สุขเจริญ อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กฯ ร่วมกับ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ จัดโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ด้วยการตรวจหาสารเสพติดจากเส้นผม ซึ่งสามารถระบุถึงช่วงเวลาที่ใช้สารเสพติดครั้งสุดท้าย และชนิดของสารเสพติดที่ใช้ได้อย่างแม่นยำ โดยวิธีการนี้นำไปใช้ในการติดตามบำบัดป้องกันการกลับไปเสพซ้ำ