
นายกฯห่วงเกษตรกร1.6ล้านรายมีหนี้สิน
01 ส.ค. 2558
พล.ต.สรรเสริญ เผย นายกฯ ห่วงเกษตรกร 1.6 ล้านรายมีหนี้สิน พร้อมกำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งบูรณาการช่วยเหลือ
1 ส.ค.58 เมื่อเวลา 10.10 น. พลตรีสรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แสดงความเป็นห่วงเกษตรกรไทย หลังรับทราบรายงานตัวเลขหนี้ของเกษตรกร ซึ่งรวบรวมโดยกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยล่าสุด ที่พบว่า เกษตรกรไทยมีหนี้สิน จำนวน 1,637,562 ราย มูลหนี้ทั้งสิ้นประมาณ 388,361 ล้านบาท เฉลี่ยรายละ 237,158 บาท ซึ่งจำเป็นต้องมีมาตรการช่วยเหลือดูแล มิฉะนั้นอาจส่งผลให้พี่น้องเกษตรกรบางส่วนต้องสูญเสียที่ดินทำกิน ดังนั้นนายกฯได้กำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้บูรณาการ การทำงานเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร และจำแนกสถานภาพและความจำเป็นของลูกหนี้แต่ละรายอย่างละเอียด เพื่อให้สามารถดำเนินการช่วยดูแลบรรเทาปัญหาได้อย่างถูกจุด ไม่ใช้วิธีแก้ปัญหาแบบเหมารวม นายกฯยังให้นโยบายทุกหน่วยที่เข้าไปดูแลช่วยเหลือเกษตรกรว่า นอกจากช่วยเหลือในเรื่องการจัดการหนี้สินแล้ว ควรให้ความรู้ในเรื่องการบริหารจัดการเงิน การใช้จ่าย และเก็บออม ให้เหมาะสมแก่สถานภาพของแต่ละครอบครัว เพื่อให้สามารถหลุดพ้นจากวงจรการเป็นหนี้หรืออย่างน้อยให้สามารถบริหารหนี้ได้อย่างเหมาะสมไม่กลายเป็นภาระล้นพ้นตัว
ทั้งนี้หนี้สินของเกษตรกรตามที่มีการรวบรวมแบ่งเป็น 1.หนี้นอกระบบสถาบันการเงิน จำนวน 149,437 ราย มูลหนี้ประมาณ 21,590 ล้านบาท ซึ่งแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่มีความเดือดร้อนเร่งด่วนอยู่ในขั้นตอนการบังคับคดีจำนวน 92,945 ราย มูลหนี้ประมาณ 13,428 ล้านบาท และกลุ่มหนี้ไม่จำเป็นเร่งด่วนจำนวน 56,492 ราย มูลหนี้ประมาณ 8,162 ล้านบาท 2.ลูกหนี้ในระบบ 1,488,125 ราย มูลหนี้ประมาณ 366,771 ล้านบาท
โดยกระทรวงมหาดไทยได้ประสานข้อมูลหนี้สินเกษตรกรให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวกับดำเนินการต่อไป โดยจำแนกการช่วยเหลือเป็นกลุ่ม
พล.ต.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า ในกรณีกลุ่มลูกหนี้นอกระบบที่มีความเดือดร้อนเร่งด่วนอยู่ในขั้นตอนการบังคับคดีได้มอบให้ศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม กระทรวงยุติธรรม โดยกรมบังคับคดี กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เพื่อช่วยเหลือทางด้านกฎหมายและส่งให้แก่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อหาแนวทางปลดเปลื้องหนี้ต่อไป ส่วนข้อมูล กลุ่มลูกหนี้นอกระบบที่ไม่จำเป็นเร่งด่วน ส่งข้อมูลให้กองทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืมเกษตรกรและผู้ยากจนกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร กองทุนสงเคราะห์เกษตรกรกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับไปดำเนินการดูแล สำหรับกลุ่ม 2. คือข้อมูลลูกหนี้ในระบบ ให้กระทรวงการคลังกำหนดมาตรการให้แก่สถาบันการเงินและสหกรณ์ดำเนินการช่วยเหลือลูกหนี้ดังกล่าว
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรียังได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งออกมาตรการช่วยเหลือต่างๆเพิ่มเติม อาทิ โครงการส่งเสริมและฟื้นฟูอาชีพ การสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงธุรกิจ การพัฒนาชุมชนต้นแบบให้สามารถบริหารจัดการการผลิตได้เองในภาคชุมชน เพื่อส่งเสริมการเพิ่มรายได้ของเกษตรกร รวมถึงการขึ้นทะเบียนแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบกับธนาคารเพื่อการเกษตรกรและสหกรณ์(ธ.ก.ส.) ซึ่งขณะนี้มีเกษตรกรมายื่นขอขึ้นทะเบียนแล้ว จำนวน 105,421 ราย มูลหนี้รวม 11,074 ล้านบาท นอกจากนี้ ธนาคารออมสินยังได้ดำเนินโครงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ และรับขึ้นทะเบียนผู้เป็นหนี้สินนอกระบบเช่นเดียวกันมีผู้มาขอขึ้นทะเบียนแล้วจำนวน 4,450 ราย มูลหนี้รวม 542.41 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการดูแลที่กว้างขวางครอบคลุม และหวังให้เกิดการดูแลตัวเองได้อย่างยั่งยืนต่อไป



