
ปฏิรูปในกฎหมายลูก
31 ก.ค. 2558
ปฏิรูปในกฎหมายลูก : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ สำนักข่าวเนชั่น
ช่วงที่ผ่านมาคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้พิจารณาในส่วนของหมวดที่ว่าด้วยการปฏิรูป หมวดว่าด้วยความปรองดอง แต่ที่น่าสนใจคือ หมวดที่ว่าด้วยการปฏิรูปนั้น แต่เดิมถือว่าเป็นหมวดที่มีความยาวค่อนข้างมาก นัยว่าให้สมกับเป็น “รัฐธรรมนูญแห่งการปฏิรูป”
อย่างไรก็ตาม มีการทักท้วงว่า การกำหนดเช่นนี้ทำให้รัฐธรรมนูญมีความเยิ่นเย้อ เพราะกฎหมายแม่บทควรกำหนดเฉพาะเนื้อหาสาระหลักเป็นกรอบกติกาเท่านั้น ส่วนที่เป็นรายละเอียดก็ให้ไปทำเป็นกฎหมายลูกแทน
ทำให้ล่าสุดคณะกรรมาธิการยกร่างฯ มีมติให้ปรับลดมาตราลงจากเดิม 15 มาตรา ให้เหลือเพียง 4 มาตรา โดยมาตรา 1 กำหนดให้มีการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม การบริหารราชการแผ่นดิน การบริหารท้องถิ่นและการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ด้วยการพัฒนากฎหมายและกระบวนการยุติธรรม กำหนดให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลือทางกฎหมายและคดี ขณะที่การบริหารราชการแผ่นดินและการจัดสรรงบประมาณตามยุทธศาสตร์ชาติและแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยกำหนดให้ทบทวนภารกิจและบริการสาธารณะของหน่วยงานรัฐเพื่อลดความซ้ำซ้อน ส่วนการกระจายอำนาจนั้น กำหนดให้มีกลไก มาตรฐานเพื่อการขับเคลื่อนงานและเพื่อให้เหมาะสมกับการพัฒนาพื้นที่ และการกำหนดให้มีกฎหมายและส่งเสริมความโปร่งใสและธรรมาภิบาลในสังคม
มาตรา 2 ให้มีการปฏิรูปการศึกษา สาธารณสุข สังคม ศิลปวัฒนธรรม และการคุ้มครองผู้บริโภค โดยหลักการสำคัญคือการปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบและหลักการของการปฏิบัติงานเพื่อให้เหมาะสมกับการดำเนินงานที่เกี่ยวข้อง
มาตรา 3 ว่าด้วยการปฏิรูปเศรษฐกิจ โดยมีแนวทางสำคัญคือ การขจัดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ ยกระดับความมั่นคงของระบบการเงินระดับรากฐานและระบบสหกรณ์ ส่งเสริมตลาดทุนให้เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจ
มาตรา 4 ว่าด้วยการปฏิรูปการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และการผังเมือง การปฏิรูปพลังงาน และการปฏิรูปด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม โดยมีสาระสำคัญคือ การกำหนดแผนยุทธศาสตร์ นโยบาย การบริหารจัดการอย่างมีธรรมาภิบาล
ขณะเดียวกันคณะอนุกรรมาธิการศึกษาเตรียมการจัดทำร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปฏิรูปประเทศ ก็กำลังเดินหน้าทำงานแบบคู่ขนาน โดยกำหนดชัดเจนว่าเป็นความรับผิดชอบของคณะรัฐมนตรี และหน่วยงานของรัฐที่ต้องจัดให้มีการปฏิรูปและให้มีองค์กรเพื่อการปฏิรูปประเทศ เพื่อนำแผนและขั้นตอนไปปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม
ที่สำคัญคือกำหนดกรอบเวลาทำการปฏิรูปให้เสร็จภายใน 5 ปี นับแต่วันที่กฎหมายฉบับนี้บังคับใช้
ส่วนรายละเอียดแบ่งออกเป็น 17 ด้าน ได้แก่ 1.ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม 2.ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน 3.ด้านการบริหารท้องถิ่น 4.ด้านการศึกษา 5.ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และการผังเมือง 6.ด้านพลังงาน 7.ด้านแรงงาน 8.ด้านวัฒนธรรม 9.ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 10.ด้านเศรษฐกิจ 11.ด้านสาธารณสุข 12.ด้านสังคม 13.ด้านสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศ 14.ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ 15.ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค 16.ด้านการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมทางการเมือของประชาชน และ 17.ด้านกีฬา รวมทั้งกำหนดให้มีการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลด้วย



