
ยึดยาบ้า3แสนเม็ดยาไอซ์44กก.อาวุธสงครามอื้อ
รวบสองหนุ่มสาวรับจ้างลำเลียงยาบ้าจากเครือข่ายว้า กว่า 3 แสนเม็ด ยาไอซ์ 44 กก. มูลค่า 120 ล้าน ค้นบ้านเจออาวุธปืนสงคราม 22 กระบอก กระสุนเพียบ
เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.อ.เรืองศักดิ์ จริตเอก รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผบก.สปพ.บช.น. และ พ.ต.อ.สำราญ นวลมา ผกก.สปพ.บช.น. แถลงข่าวผลงานตำรวจสายตรวจปฏิบัติการพิเศษ 191 จับกุมนายวิรัช นุชเจริญ อายุ 29 ปี และ น.ส.สุกัญญา แซ่ตั้ง อายุ 24 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้า 304,000 เม็ด ยาไอซ์ 44 กิโลกรัม รวมมูลค่า 120 ล้านบาท รถยนต์ฮอนด้าแจ๊ซ สีขาว ทะเบียน 1กธ2490 กรุงเทพมหานคร อาวุธปืนยาวและปืนสั้นรวม 22 กระบอก พร้อมกระสุนปืนรวม 1,800 นัด โดยถูกจับขณะนำยาบ้าไปส่งให้ลูกค้าบริเวณถนนบรมราชชนนีรอยต่อกรุงเทพมหานคร กับพุทธมณฑล จากนั้นขยายผลมาตรวจค้นที่บ้านพักในซอยเพชรเกษม 130 ต.ไร่ขิง อ.สามพราน จ.นครปฐม
พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ กล่าวว่า การจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ซึ่งเป็นแฟนกัน เริ่มจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่า มีรถยนต์ฮอนด้าแจ๊ซ สีขาว ขนยาบ้าจำนวนหนึ่งมาส่งให้ลูกค้าที่ริมถนนบรมราชชนนี รอยต่อกรุงเทพมหานคร กับพื้นที่พุทธมณฑล จ.นครปฐม เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังไปดักซุ่ม กระทั่งพบรถยนต์ตรงตามลักษณะที่รับแจ้ง จึงแสดงตัวพร้อมขอตรวจค้น และพบยาบ้า 4.4 หมื่นเม็ด ยาไอซ์ 3 กิโลกรัม อาวุธปืนสั้นขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก ซุกซ่อนอยู่ จากนั้นคุมตัวมาขยายผลตรวจค้นที่บ้านพักก็พบของกลางที่เหลือ มีมูลค่ารวมกันกว่า 120 ล้านบาท ส่วนอาวุธปืนที่ยึดได้ถึง 22 กระบอก เป็นอาวุธสงครามร้ายแรงถึง 8 กระบอก
จากการสอบสวน นายวิรัช ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า ตนและแฟนไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง เพิ่งหันมารับจ้างขนยาบ้าให้เอเย่นต์เครือข่ายทางภาคเหนือที่ตนเรียกว่า “น้า” ได้ 2 ครั้ง ครั้งแรกไปรับยาบ้า 6 หมื่นเม็ด จากข้างทางแถว จ.ปทุมธานี มาพักไว้ที่บ้านรอลูกค้ามารับสำเร็จ ได้ค่าจ้าง 6 หมื่นบาท ส่วนครั้งนี้ “น้า” โทรศัพท์ให้ไปรับยาไอซ์ 44 กิโลกรัม และยาบ้า 304,000 เม็ด จากข้างทางแถว จ.พระนครศรีอยุธยา นำมาเก็บไว้ที่บ้านเพื่อรอคำสั่งให้ไปส่ง ถ้าทำสำเร็จจะได้ค่าจ้าง 5 แสนบาท ไม่คิดว่าจะถูกตำรวจซ้อนแผนจับกุมขณะนำยาบ้าไปส่งให้ลูกค้า ส่วนอาวุธปืนทั้งหมดเป็นของเพื่อนสนิทที่ติดคุกอยู่เรือนจำเขาบิน ในข้อหายาเสพติด ซึ่งสั่งให้พรรคพวกนำมาฝากไว้ พร้อมบอกว่าหลังจากพ้นโทษแล้วจะมารับคืน ซึ่งตนไม่ได้จัดหามาเก็บไว้เองแต่อย่างใด
พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจ บก.สปพ.บช.น.ทำงานหาข่าวร่วมกับ บช.ภ.7 เพื่อเฝ้าระวังปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ จ.นครปฐม เป็นโซนต้องระวังสูงสุด เนื่องจากเป็นแหล่งพักยาจาก จ.พระนครศรีอยุธยา และ จ.ปทุมธานี ก่อนกระจายสู่ลูกค้าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยยาบ้านั้นเข้าใจว่าจะนำเข้าสู่กรุงเทพมหานครเป็นหลักและแบ่งขายให้พื้นที่ข้างเคียงด้วย อาทิ จ.เพชรบุรี และ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ส่วนยาไอซ์เตรียมนำส่ง จ.สงขลา ออกไปขายประเทศเพื่อนบ้านคือมาเลเซีย จากการตรวจสอบลักษณะของหีบห่อที่หุ้มยาบ้าค่อนข้างชัดเจนว่า ยาเสพติดทั้งหมดเป็นของเครือข่ายว้าเหนือและว้าใต้ ผ่านเข้ามาทางชายแดนพม่า เพราะมีสัญลักษณ์ Y1 และรูปแอปเปิ้ล ไม่ใช่สัญลักษณ์ 999 เหมือนของเครือข่าย พ.ท.ยี่เซ



