
ปลูก'สตรอเบอร์รี่'ระบบไฮโดรโพนิกส์แนวคิดเพื่อธุรกิจ
ปลูก'สตรอเบอร์รี่'ระบบไฮโดรโพนิกส์แนวคิดเพื่อธุรกิจ'จตุรภัทร เอี่ยมเพชราพงศ์' : คมคิดธุรกิจนิวเจน โดยสุรัตน์ อัตตะ เรื่อง ทวีชัย จันทะวงศ์ ภาพ
ใครจะไปนึกว่าผลไม้เมืองหนาวอย่าง "สตรอเบอร์รี่” ที่ปลูกกันมากทางภาคเหนืออย่าง เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง หรืออีสานตอนบนบางจังหวัด เช่น เลย และเพชรบูรณ์ ซึ่งมีสภาพภูมิอากาศค่อนข้างหนาวเย็นกลับเจริญเติบโตได้ดีในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่มีสภาพภูมิอากาศร้อนชื้นตลอดทั้งปี
เมื่อเด็กหนุ่มรุ่นใหม่ วัย 30 เศษที่ชื่อ "จตุรภัทร เอี่ยมเพชราพงศ์" ผู้จัดการ 18 ไฮโดรโพนิกส์ ฟาร์ม ได้นำสตรอเบอร์รี่พันธุ์พระราชทาน 80 มาทดลองปลูกในระบบไฮโดรโพนิกส์ใจกลางเมืองหลวงย่านดินแดงเมื่อ 2 ปีก่อน จนประสบผลสำเร็จ สามารถเจริญเติบโตได้ดีและให้ผลผลิตเป็นที่น่าพอใจ และเตรียมขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มเพื่อก้าวสู่การผลิตเชิงธุรกิจอย่างเต็มตัว
“โจทย์ผมท้าทายมาก ทำไมระบบไฮโดรต้องปลูกแต่พืชผักอย่างเดียวอย่างอื่นปลูกไม่ได้เลยเหรอ ผมก็เลยทดลองนำสตรอเบอร์รี่พันธุ์พระราชทาน 80 มาปลูกในระบบไฮโดรโพนิกส์ดูเมื่อเดือนสิงหาคม 2556 หลังจากได้ฝึกอบรมการปลูกผักระบบไฮโดรโพนิกส์คอร์สสั้นๆ แล้วก็ได้ตระเวนดูของจริงการปลูกสตรอเบอร์รี่ที่โครงการหลวงทางภาคเหนือหลายครั้ง” จตุรภัทรย้อนที่มากว่าจะถึงวันนี้ในการปลูกสตรอเบอร์รี่ระบบไฮโดรโพนิกส์
แต่การก้าวมาสู่จุดนี้ของเขาไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องทำความเข้าใจ เรียนรู้การปลูกพืชในระบบไฮโดรโพนิกส์อย่างหนัก เนื่องจากไม่มีพื้นความรู้ด้านการเกษตรมาก่อน เพราะหลังจากเรียบจบวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ธัญบุรี ก็กระโจนสู่งานด้านโปรแกรมเมอร์ทันที ยิ่งการปลูกพืชระบบไฮโดรโพนิกส์ด้วยแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึง
จตุรภัทรเล่าว่า หลังจากเรียนจบก็มาร่วมกับเพื่อนเปิดบริษัทรับงานสร้างโปรแกรมคอมพิวเตอร์ แต่ไม่ประสบความสำเร็จเนื่องจากมีปัญหากับหุ้นส่วนจึงหันมารับงานเอง เป็นฟรีแลนซ์อยู่ประมาณปีเศษ ก่อนจะกลับไปอยู่บ้านที่ จ.อุบลราชธานี เพื่อช่วยดูแลกิจการโรงแรมของเพื่อนแม่ที่ฝั่งสปป.ลาว จากนั้นมาเป็นกัปตันคุมงานจัดเลี้ยงที่สุนีย์ ทาวเวอร์เมืองอุบลราชธานีอยู่พักใหญ่ ก่อนจะกลับใช้ชีวิตในเมืองหลวงอีกครั้ง หลังญาติฝ่ายพ่อชวนมาช่วยงานด้านการออกแบบดีไซน์ของบริษัทรับออกแบบ
“พอดีช่วงนั้นมีญาติลูกของลุงชวนมาทำงานบริษัทรับออกแบบของเขา เราเรียนคอมพิวเตอร์มาน่าจะช่วยได้ พอมาปุ๊บผมก็ถามพี่เขาว่าจะให้ทำงานอะไร เขาบอกว่าจะให้ช่วยงานออกแบบ ผมบอกไม่ไหวกลัวความสูง อยู่บนตึก 40-50 ชั้น แกบอกว่าถ้างั้นมีทางเลือกให้สองทางถ้าไม่ทำตรงนี้ก็ไปปลูกผัก เขาจะลงทุนให้ผมเป็นคนดูแล คำถามแรกที่เขาถามถ้าจะปลูกผักต้องการอะไร ปลูกไฮโดรโพนิกส์ต้องการอะไร คือเขาจะมองในมุมของธุรกิจนะ”
หลังตัดสินใจเปลี่ยนแนวมาปลูกผัก จตุรภัทรก็มุ่งไปที่การปลูกระบบไฮโดรโพนิกส์ เพราะมองว่าพื้นที่ใช้สอยน้อย แต่ทำรายได้ดี เพราะส่วนใหญ่ผักไฮโดรจะมีราคาแพง จากนั้นเขาจึงหาความรู้ทางด้านนี้อย่างจริงจัง เริ่มด้วยการเข้าคอร์สฝึกอบรมการปลูกผักในระบบไฮโดรโพนิกส์ช่วงสั้นๆ จากวิทยากรเจ้าของฟาร์มโดยตรง พร้อมศึกษาค้นคว้าจากตำรา ก่อนนำมาทดลองปฏิบัติจริงที่บนดาดฟ้าของอาคารที่พักอาศัยย่านดินแดง โดยเริ่มจากปลูกผักสลัดยอดนิยมอาทิ เรดโอค กรีนโอค เรดคอรอล บัตเตอร์เฮดคอสฟิเลย์
หลังประสบความสำเร็จในการปลูกผักสลัด จากนั้นก็หันมาทดลองปลูกไม้ผลเมืองหนาว โดยตั้งสมมุติฐานไว้ว่าการเพาะปลูกระบบไฮโดรโพนิกส์นั้น เป็นการปลูกในระบบโรงเรือน เมื่อมีการควบคุมอุณหภูมิและอาหาร ไม้ผลเมืองหนาวก็น่าจะปลูกได้เช่นกัน
“ครั้งแรกลองนำสตรอเบอร์รี่และกาแฟพันธุ์อาราบิก้ามาปลูกในระบบไฮโดรโพนิกส์ ไปหาซื้อพันธุ์มาจากทางเหนือ ได้กาแฟมา 20 ต้น ส่วนสตรอเบอร์รี่ 100 ต้น เป็นพันธุ์พระราชทาน 80 ซื้อมาจากลำปาง ตอนนั้นซื้อมาไหลละ 6 บาท เมื่อสองปีที่แล้ว ปรากฏว่าต้นเจริญเติบโตดี แต่ผลผลิตไม่โตเหมือนทางเหนือ ส่วนกาแฟก็เติบโตดีเช่นกัน”
จตุรภัทรบอกว่ากาแฟเป็นแค่นำมาทดลองปลูกเท่านั้นไม่ได้คิดจะปลูกอย่างจริงจัง ส่วนสตรอเบอร์รี่มีความเป็นไปได้ในการนำมาปลูกเชิงธุรกิจ หลังจากให้ผลผลิตมา 2 ฤดูกาล แม้ขนาดผลผลิตจะไม่โตมาก แต่มีความเป็นไปได้ที่จะพัฒนาผลผลิตให้ดี มีขนาดผลโตเทียบเท่าแหล่งกำเนิด
“สตรอเบอร์รี่นี่อันดับแรกที่คุณต้องดูแลคือรากมันจะเปราะบางมาก ตอนผมซื้อไหลมาลองปลูก ชุดแรกทำตามปกติคุณซื้อไหลมา เขาจะห่อดินเหนียวที่รากติดมาด้วยก็ลงปลูกเลย อีกชุดจับมาล้างรากจนขาวพอล้างปุ๊บเหี่ยวเลย สตรอเบอร์รี่เป็นพืชที่เซนซิทีฟมาก ถ้าขาดน้ำปุ๊บเขาจะช็อกทันที แต่ยอมรับว่าเป็นพืชที่ปรับตัวได้ดี เพียงแต่ลิมิตการปรับตัวสั้น ถ้าเปรียบเหมือนผู้หญิงเขาจะค่อนข้างติดลูกคุณหนูหน่อย สำอางนิดนึง มีอะไรมากระทบนิดหน่อย เขาจะพักยาว คือเกือบๆ ตาย ใบเหี่ยว ยอดเหี่ยว”
ผู้จัดการ 18 ไฮโดรโพนิกส์ ฟาร์มยอมรับว่า อุณหภูมิในพื้นที่กรุงเทพฯ ไม่ได้มีอุปสรรคต่อสตรอเบอร์รี่มากนัก เพียงแต่จะต้องดูแลอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะโรคและแมลงส่วนใหญ่ที่เป็นปัญหาก็คือเพลี้ยไฟจะมารบกวนในช่วงที่ออกดอก ในขณะที่อุณหภูมิร้อนนั้นก็จะทำให้ผลผลิตสุกเร็วกว่ากำหนด ทำให้ผลไม่โต แต่ไม่มีผลต่อการเจริญเติบโตของลำต้นแต่อย่างใด
“ผมก็ไม่ได้มีความเชี่ยวชาญด้านสตรอเบอร์รี่มาก แต่พอดักทางได้ถูกว่าอะไรเป็นอะไร อย่างที่ผมทดลองมาเขาว่าอากาศร้อนอยู่ไม่ได้ ร้อนก็อยู่ได้ครับ ใครว่าลูกไม่ออกหน้าร้อนก็ออก เพียงแต่ความสวยงามมันไม่มี อุณหภูมิไม่ใช่ปัญหาของสตรอเบอร์รี่จะอยู่รอดหรือไม่รอด แต่อุณหภูมิเป็นปัจจัยหลักที่ตัวคุณต่างหากจะรอดไม่รอด ถ้าอุณหภูมิร้อนสตรอเบอร์รี่สุกไว ลูกจะเล็ก เวลาคุณเก็บขายจะไม่ได้ราคา แต่ถ้าปรับให้มันเย็นเหมือนภาคเหนือ ลูกก็จะสุกช้า เพราะมันมีเวลาโต ฉะนั้นร้อนก็ได้หนาวก็ได้ เพียงแต่ได้ผลผลิตที่ต่างกัน ประเด็นมันอยู่ตรงนี้”
ไม่เพียงแต่สตรอเบอร์รี่เท่านั้นที่จตุรภัทรนำมาปลูกในระบบไฮโดรโพนิกส์ แต่ยังมีไม้ผลสุดฮอตอย่างเมล่อนที่นำมาทดลองปลูก จนประสบความสำเร็จและกำลังขยายผลการปลูกไปสู่พาณิชย์เช่นกัน ส่วนกาแฟนั้นจะดำเนินการในระยะต่อไป
“ตอนนี้ผมมีพื้นที่แปลงใหม่อยู่แถวรามอินทรา 40 มีเนื้อที่ประมาณ 254 ตารางวา แบ่งเป็นพื้นที่โรงเรือนปลูกผักสลัด 92 ตารางวา และเช่าเพิ่มสำหรับปลูกสตรอเบอร์รี่และเมล่อนอีก 162 ตารางวา เมล่อนเพิ่งปลูกไปเมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้วประมาณ 270 ต้น ส่วนสตรอเบอร์รี่จะเริ่มปลูกได้ในเดือนกันยายนประมาณ 5,000 ต้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการสร้างโรงเรือนปลูก” จตุรภัทรเผยความคืบหน้าการดำเนินงาน
อย่างไรก็ตามปัจจุบัน 18 ไฮโดรโพนิกส์ ฟาร์ม มีรายได้หลักจากผักสลัด 6 ชนิดที่ได้ปลูกมากว่า 1 ปีแล้ว โดยผลผลิตทั้งหมดจากฟาร์มส่วนหนึ่งจะจัดจำหน่ายหน้าฟาร์ม โดยลูกค้าสามารถเลือกเก็บได้จากแปลงปลูกและอีกส่วนหนึ่งจะส่งลูกค้าประจำสนนในราคากิโลกรัมละ 100 บาทในทุกชนิดผัก ซึ่งผลผลิตที่ได้ทุกวันนี้เขายอมรับว่ายังไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด
“ที่ผมหวังไว้ก็คือจะต้องทำรายได้จากผักสลัดให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายของฟาร์มทั้งหมด ซึ่งทุกวันนี้ค่าใช้จ่ายรวมทั้งค่าจ้างคนงานเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 5 หมื่นบาทต่อเดือน ส่วนรายได้จากเมล่อนกับสตรอเบอร์รี่ที่จะเข้ามาในอนาคตนั้นคือกำไร” จตุรภัทรกล่าวด้วยความหวัง พร้อมทั้งฝากไปยังคนรุ่นใหม่ให้หันกลับมามองภาคการเกษตรมากขึ้น เพราะเชื่อว่าในอนาคตผู้ที่ประกอบอาชีพการเกษตรนั้นจะได้เปรียบมากกว่าอาชีพอื่นๆ
“อยากถามว่าลูกหลานเกษตรกรทุกวันนี้ มีใครบ้างอยากเป็นเกษตรกร มีแต่อยากหาทางที่ได้เงินเร็วกว่า สบายกว่า ผมเองมองว่าพืชผักผลไม้ของผมถ้าติดตลาด มันคือสิ่งที่ทำให้ผมอยู่ต่อไปได้ แต่ไม่ได้บอกว่ารวย ดังนั้นคุณจะเลือกอยู่ฝ่ายผลิตหรือผู้บริโภค ถ้าอยู่ฝ่ายผู้บริโภคต่อไปจะต้องมีเงินต้องรวยเท่านั้นถึงจะได้กิน” จตุรภัทรฝากข้อคิดทิ้งท้าย
จตุรภัทร เอี่ยมเพชราพงศ์ นับเป็นคลื่นลูกใหม่ที่พยายามตอบโจทย์ทางธุรกิจในภาคการเกษตร ด้วยการนำระบบไฮโดรโพนิกส์หรือการปลูกพืชไร้ดินมาประยุกต์ใช้ในการปลูกไม้ผลเมืองหนาวอย่าง "สตรอเบอร์รี่” จนประสบความสำเร็จในวันนี้
ต้นกำเนิดสตรอเบอร์รี่พันธุ์พระราชทาน 80
สตรอเบอร์รี่ พันธุ์พระราชทาน 80 หรือ รหัส 01-16 ได้รับการคัดเลือกครั้งแรกในฤดูกาลผลิตปี 2545 ที่แปลงทดลองของสถานีวิจัยดอยปุย อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดยสถาบันค้นคว้าและพัฒนาระบบนิเวศเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นการนำเมล็ดพันธุ์ลูกผสมจากประเทศญี่ปุ่นเข้ามาเพาะและปลูกทดสอบ ตามโปรแกรมการผสมพันธุ์ของโครงการวิจัย การผสมพันธุ์และคัดเลือกสตรอเบอร์รี่ ระหว่างปี 2541-2545 ด้วยงบประมาณวิจัยของมูลนิธิโครงการหลวง
จากนั้นสตรอเบอร์รี่พันธุ์พระราชทาน 80 ก็ได้ถูกขยายต้นพันธุ์โดยวิธีผลิตต้นไหลแบบธรรมดาและการเพาะเลี้ยงต้นเนื้อเยื่อปลอดโรค เพื่อใช้ปลูกทดสอบในพื้นที่แปลงทดลองของสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ในปี 2547 เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลเพิ่มเติมทางด้านการเจริญเติบโต การให้ผลผลิต คุณภาพของผลผลิตและรสชาติที่พึงพอใจด้วยการใช้วิธีสุ่มจากตัวแทนผู้บริโภค ความทนทานต่อศัตรูพืช รวมทั้งการผลิตไหลและต้นไหลสำหรับการขยายต้นพันธุ์ให้แก่เกษตรกรจนถึงทุกวันนี้
อย่างไรก็ตามสตรอเบอร์รี่จัดเป็นพืชประเภทวันสั้นและต้องการความหนาวเย็นปานกลาง ประมาณ 15-18 องศาเซลเซียส ในช่วงเวลา 20-30 วันสำหรับกระตุ้นให้เกิดการสร้างตาดอกของเนื้อเยื่อเจริญที่ปลายยอดของลำต้น ระยะเวลาจากดอกบานถึงเก็บเกี่ยวผลผลิตเท่ากับ 70 วัน ผลผลิตต่อต้นสูงสุด 400 กรัม หรือประมาณ 3 ตันต่อไร่ ส่วนการให้ไหลและต้นไหลอยู่ในระดับมากเฉลี่ยราว 60-80 ต้นไหลต่อต้นแม่หนึ่งต้น นอกจากนี้ยังพบว่าสามารถทนทานต่อโรคแอนแทรคโนสและราแป้งได้ดี สามารถปลูกเป็นการค้าได้ในพื้นที่ที่มีความสูงตั้งแต่ 800 เมตรขึ้นไป
……………………………….
ที่มา : สถาบันค้นคว้าและพัฒนาระบบนิเวศเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์



