
ร้องดีเอสไอสอบลานมันทุจริตเพิ่มอีกหลายพื้นที่
พาณิชย์ ประสานดีเอสไอช่วยสอบลานมันเพิ่ม หลังมีเกษตรกรร้องเรียนถูกเอาเปรียบจากหลายพื้นที่ พร้อมขึ้นบัญชีดำลานมัน 3 แห่งที่ดีเอสไอบุกเข้าจับกุม
นายยรรยง พวงราช อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า กรมการค้าภายในจะขึ้นบัญชีดำ (แบล็กลิสต์) ลานมันสำปะหลังแปรรูปจำนวน 3 แห่งคือ ลานมันชัยมงคล ลานมันศิริพืชผล และลานมันชัยเจริญพืชผล ใน อ.บ้านน้ำผุด และ อ.บ้านน้ำยืน จ.อุบลราชธานี หลังจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) บุกเข้าตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหารวม 4 คน และพบว่าลานมันทั้ง 3 แห่ง มีการทุจริตในโครงการแทรกแซงตลาดมันสำปะหลังของรัฐบาล พ.ศ.2551/2552 โดยเป็นการสวมสิทธิ์เกษตรกร 15 ราย รวมเป็นมูลค่าการทุจริตกว่า 700 ล้านบาท
ทั้งนี้ การดำเนินการของดีเอสไอเป็นไปตามที่คณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ส่งหนังสือให้ดีเอสไอตรวจสอบ อย่างไรก็ตามในส่วนของกรมการค้าภายใน ขณะนี้ยังมีเกษตรกรร้องเรียนเข้ามาจากหลายพื้นที่ว่าถูกเอารัดเอาเปรียบจากลานมัน ทำให้ได้รับความเสียหาย กรมจึงประสานงานไปยังดีเอสไอเพื่อขอให้ลงไปตรวจสอบในจุดต่างๆ อย่างเร่งด่วน ซึ่งในชั้นแรกนี้หากพบว่ามีการทุจริตจริงก็จะสั่งให้องค์การคลังสินค้าขึ้นบัญชีทันที และห้ามเข้าร่วมโครงการในอนาคต
สำหรับลานมันที่มีการร้องเรียนเข้ามาขณะนี้คือที่ จ.นครราชสีมา อ.ครบุรี และ อ.เสิงสาง จ.อุบลราชธานีที่ อ.เขมราฐ จ.สระแก้ว ที่ อ.เมือง และลานมันที่ จ.ฉะเชิงเทราอีกหนึ่งแห่ง ซึ่งมีการร้องเรียนเข้ามาจากเกษตรกรว่าถูกเอารัดเอาเปรียบ ขณะที่ จ.จันทบุรี มีอีกหนึ่งแห่งที่มีการร้องเรียนเข้ามาว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐใช้อำนาจในทางมิชอบ โดยมีการนำมันจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาสวมสิทธิ์แทน
นายยรรยง กล่าวถึงโครงการส่งเสริมตลาดสินค้าและบริการของไทยว่า เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ที่ผ่านมา กรมจัดให้มีการแสดงปฏิญญาว่าด้วยการนิยมไทย โดยมีประชาชนจากทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนรวม และขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำแผนปฏิบัติการ หรือแอ็กชั่นแพลน ซึ่งในแผนจะกำหนดว่าแต่ละฝ่ายจะมีส่วนร่วมกับการรณรงค์ใช้สินค้าไทยอย่างไร เช่น ในกลุ่มของผู้ผลิตจะมีการลดนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ และเพิ่มวัตถุดิบในประเทศเข้ามาแทนที่ได้อย่างไร หรือในกลุ่มเยาวชนจะมีการจัดกิจกรรมรณรงค์เพื่อแสดงความเป็นไทย เป็นการปลูกจิตสำนึกในการใช้ของไทยนิยมไทยให้แก่กลุ่มเยาวชน คาดว่าภายในสัปดาห์หน้าจะหารือร่วมกับคณะทำงานเพื่อกำหนดแนวทางส่งเสริมต่อไป



