ข่าว

‘วิษณุ’เผยเล็งออกพ.ร.ก.แก้ค้ามนุษย์

‘วิษณุ’เผยเล็งออกพ.ร.ก.แก้ค้ามนุษย์

29 ก.ค. 2558

‘วิษณุ’เผยเล็งออกพ.ร.ก.แก้ค้ามนุษย์ เปิดแผนกคดีชำนัญพิเศษดูเฉพาะ เฉ่งขรก.เกียร์ว่างปมไอเคโอ

           เมื่อวันที่ 29 ก.ค.58 เวลา 13.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าในการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายค้ามนุษย์ ว่า กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มีอยู่แล้วคือพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์พ.ศ.2542 ซึ่งมีการแก้ไขไปแล้วส่วนหนึ่งเมื่อต้นปีที่ผ่านมา แต่ยังมีปัญหาที่เกิดจากการตั้งข้อสังเกตในรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ (ทริปรีพอร์ท) ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา 22 ข้อ เราจึงจำเป็นต้องแก้กฏหมายอื่นอีกหลายฉบับ เช่นกฏหมายประมง ซึ่งไม่จำเป็นต้องแก้พ.ร.บ.ค้ามนุษย์โดยตรง ทั้งนี้ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นพร้อมนำเข้าพิจารณาในสภานิติบัญญติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งรัฐบาลเห็นว่ากฎหมายฉบับนี้มีความจำเป็นเร่งด่วน จึงอาจจะประกาศเป็นพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เพื่อให้เกิดความรวดเร็วแต่ก็ต้องแน่ใจว่าได้ปรับปรุงอย่างรอบคอบแล้ว เนื่องจากเมื่อพ.ร.ก.ประกาศจะมีผลทันที

เปิดแผนกคดีชำนัญพิเศษดูเฉพาะปมค้ามนุษย์

           นายวิษณุ กล่าวว่า ส่วนเรื่องอื่นที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ตามข้อสังเกตของทริปรีพอร์ทนั้น ไม่ได้มีเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์โดยตรงเท่านั้น แต่ในรายงานฉบับดังกล่าวยังวิจารณ์การดำเนินการเรื่องค้ามนุษย์ของไทยล่าสุดว่ามีปัญหาในรายละเอียดจำนวนมาก จึงได้มีการประสานกับทางสำนักงานศาลยุติธรรม ซึ่งทางศาลได้ให้ข้อคิดเห็นโดยเฉพาะการพิจารณาคดีว่าจะแก้ไขอย่างไร โดยในวันที่ 10 สิงหาคมนี้ จะมีการเปิดแผนกคดีชำนัญพิเศษขึ้นในศาลอาญา ทั้งสิ้น 3 แผนก คือคดีค้ามนุษย์ คดียาเสพติด และคดีทุจริต เนื่องจากที่ผ่านมาคดีค้ามนุษย์หากส่งฟ้องก็จะว่าไปตามลำดับก่อนหลัง แต่พอจัดเป็นคดีชำนัญพิเศษคดีจะได้รับการพิจารณารวดเร็วขึ้น ซึ่งจะแก้ปัญหาข้อสังเกตที่ว่าไทยดำเนินการล่าช้า
ย้ำ ต่อไปให้ฟ้องคดีค้ามนุษย์ไปเลย ไม่ต้องพ่วงฐานความผิดอื่น หวั่น ต่างชาติเข้าใจผิด

           นายวิษณุ กล่าวว่า ยังมีข้อสังเกตอีกหลายเรื่อง เช่น บางเรื่องที่อาจมีการเข้าใจผิด บางคดีที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ของไทยที่ศาลมีการยกฟ้องเพราะคิดว่ามีการทำคดีอย่างชุ่ยๆ ซึ่งพอนำคดีทั้งหมดมาพิจารณาก็พบว่าคำว่าค้ามนุษย์ตามกฎหมายไทยเป็นข้อหากลางๆ แต่มันหมายถึงข้อหาอื่นอีก 5-6 ข้อหาจึงเรียกว่าค้ามนุษย์ เช่น คดีการค้าประเวณี คดีการค้าทาส คดีเกี่ยวกับสื่อลามก คดีแรงงาน คดีที่กดขี่ข่มเห่ง และคดีอื่นๆ ที่เข้าข่ายค้ามนุษย์ ซึ่งขณะนี้แต่ละหน่วยงานยังแปลความหมายส่วนนี้ไม่ตรงกันจึงจะแก้ไขกฎหมายให้เกิดความชัดเจนว่าการกระทำนั้นๆ คืออะไร

           “เวลานี้ได้ให้ทางตำรวจ อัยการ ศาลไปดูว่าจะมีปัญาอะไรหรือเปล่า แปลว่าคุณต้องทำคดีให้รัดกุม เข้าองค์ประกอบค้ามนุษย์มาแต่ต้น เมื่อก่อนคุณเล่นทีละ 5 ข้อหา ผลสุดท้ายศาลแหวกไปหมด ไปเอาเรื่องอื่น ฝรั่งมานั่งดูรายงานก็พบว่ายกฟ้องหมดเลย” นายวิษณุ กล่าว
 
           นายวิษณุ กล่าวว่า 5-6 ข้อหาดังกล่าวเรียกว่าคดีค้ามนุษย์ เพราะฉะนั้นเวลามีการฟ้องร้องจำเลยทำความผิดฐานค้าประเวณี รวมถึงคดีการค้ามนุษย์ ท้ายที่สุดแม้ศาลจะยกฟ้องในเรื่องคดีค้ามนุษย์ แต่ตัดสินเพียงเรื่องค้าประเวณี จนมีกลุ่มเอ็นจีโอนำเรื่องนี้ไปอธิบายให้ต่างชาติฟังว่าศาลยกฟ้องเรื่องค้ามนุษย์ เพราะศาลอาจพิจารณาว่าความผิดฐานค้าประเวณีที่ติดคุกแล้ว 3 ปี ในภาษากฎหมายการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดในกฎหมายหลายบท ฉะนั้น เมื่อโดนความผิดบทเดียวก็จบแล้ว อย่างไรก็ตาม ตนได้ประชุมเพื่อดำเนินการเรื่องนี้ให้เกิดความชัดเจนไปแล้วว่าต่อไปนี้หากคดีที่เข้าข่ายค้ามนุษย์ก็ให้ดำเนินการฟ้องร้องในข้อหาค้ามนุษย์ไปเลย ไม่ต้องฟ้องความผิดอื่นจะได้เห็นถึงชัดเจน
 
เผยคดีค้ามนุษย์ให้จบที่ศาลอุทธรณ์
 
           นายวิษณุ กล่าวต่อว่า ส่วนระยะเวลาที่ดำเนินการแก้ไขนั้น หากต้องการความรอบคอบก็จะส่งสนช.พิจารณาคาดว่าสภาฯนี้จะใช้เวลาไม่นาน แต่ถ้าต้องการความรวดเร็วก็อาจออกเป็นพ.ร.ก.ไปเลย ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะประกาศออกมากี่ฉบับเนื่องจากจะมีการแยกเป็นเรื่องๆ ไป แต่ส่วนใหญ่จะไม่ต้องออกเป็นพ.ร.ก.เพราะไม่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์โดยตรง เพียงแต่นำมาใช้ในเรื่องของการค้ามนุษย์ เช่น การแก้วิธีพิจารณาความของศาล
 
           “ผมเข้าใจว่ากฎหมายทั้งฉบับเล็ก ฉบับใหญ่มีประมาณ 4-5 ฉบับ แต่พ.ร.บ.ประมงถือเป็นกฎหมายใหญ่มีหลายมาตรา แต่พ.ร.บ.อื่นมีแก้นิดเดียว เช่น แก้กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา วันนี้คดีไม่ว่าจะค้าหรือไม่ค้ามนุษย์เมื่อฟ้องศาลชั้นต้นเสร็จก็ส่งไปศาลอุทธรณ์และไปสู่ศาลฎีกา บวกไปบวกมารวมกันสิบปี สมมติคดีบางประเภทถ้าเราให้จบลงในศาลอุทธรณ์ระยะเวลาก็จะสั้นลง แต่ตรงนี้พอพูดขึ้นมาก็มาเถียงว่าคดีอาญาต้องมีความละเอียดรอบคอบ ให้ความเป็นธรรม ทำท่าว่าจะไม่ไว้วางใจศาลอุทธรณ์ ความจริงคงไม่หรอก เราคิดไว้แล้วเรื่องนี้ ร่างเสร็จแล้วด้วยว่าถ้าศาลชั้นต้นตัดสินเสร็จก็ไปจบที่ศาลอุทธรณ์ แต่ใครคิดจะฎีกาต่อแล้วศาลฎีกาให้ยื่นคำร้อง โดยเห็นว่ามีเหตุอันควรจะพิจารณา ศาลฎีกาก็รับได้ แต่ถ้าศาลฎีกาบอกไม่มีเหตุมันก็จบลงแค่นั้น แต่เมื่อก่อนมีเหตุหรือไม่มีเหตุไม่ใช่เรื่องของศาลเป็นเรื่องของโจทก์และจำเลยที่จะฎีกา เมื่อยื่นก็ต้องรับ เรื่องนี้แก้เสร็จเรียบร้อยแล้ว นายกฯ ก็ถามเมื่อวานนี้ (28 ก.ค.) ผมก็ได้รายงานในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) คงจะนำเข้าสนช.เร็วๆ นี้” นายวิษณุ กล่าว
 
           นายวิษณุ กล่าวว่า เราทำอย่างนี้ไปแล้วในคดีแพ่งให้เหลือการพิจารณาเพียงสองศาล แต่คดีค้ามนุษย์เป็นคดีอาญาจะต้องทำให้เป็นรูปแบบเดียวกันทั้งหมด ซึ่งไม่เฉพาะแต่เรื่องค้ามนุษย์เท่านั้น แต่จะเข้าข่ายในคดีอาญาทุกประเภท
 
           นายวิษณุ กล่าวว่า นายกฯ ได้พูดในที่ประชุมครม.วานนี้ (28ก.ค.) ถึงปัญหาการค้ามนุษย์ด้วยว่า พยายามแก้ไขในเรื่องนี้ และต้องพยายามทำความเข้าใจกับสหรัฐฯ ทั้งนี้ ตนก็ได้สอบถามในที่ประชุมครม.ว่าขณะนี้มีศูนย์กลางข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับค้ามนุษย์แล้วหรือไม่ ซึ่งความจริงมีศูนย์ดังกล่าวอยู่ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ซึ่งมีคดีที่เกี่ยวข้องถึง 1,260 คดี แต่ข้อมูลบางส่วนทางศูนย์ดังกล่าวยังต้องไปขอข้อมูลกับทางตำรวจ ซึ่งตนมองว่าจะทำแบบนี้ไม่ได้ ดังนั้น ทั้ง ตำรวจ อัยการ และศาล เมื่อดำเนินการคดีเหล่านี้แล้วต้องส่งข้อมูลทั้งหมดมาที่ศูนย์ข้อมูลดังกล่าว ต่อไปเมื่อรัฐบาลจะถามถึงข้อมูลทั้งหมด ก็จะถามกับศูนย์นี้และจะต้องตอบทุกอย่างให้ได้

 
เฉ่งขรก.เกียร์ว่างปมไอเคโอ
 
           นายวิษณุ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอเคโอ) ที่ระบุว่าไทยมีความล้มเหลวด้านมาตรฐานการบิน ซึ่งต้องเร่งดำเนินการแก้ไข ว่า ถ้าพูดตามนายกรัฐมนตรี คือเรื่องนี้เกิดขึ้นมานานแล้ว เราไปละเลยเรื่องไอเคโอที่มีการแจ้งเตือนมาตั้งแต่ปี 2548 ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะการเมืองไทยไม่มั่นคง ไม่มีเสถียรภาพ รัฐบาลในอดีตเปลี่ยนบ่อย แม้รัฐบาลบางชุดตั้งใจจะแก้ปัญหา แต่ก็ออกไปแล้วมีคนใหญ่เข้ามา ยอมรับว่ามันก็มีปัญหาจริงๆ ซึ่งที่พูดตนไม่ได้ต้องการวิจารณ์ ทั้งนี้ เมื่อการเมืองเปลี่ยนบ่อยก็ส่งผลถึงข้าราชการประจำที่มีหน้าที่ต้องทำ จะเข้าเกียร์ว่างในสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ จะไปยุ่งเรื่องอื่นจนกระทั่งละเลยหน้าที่ไม่ได้ ตนขอตำหนิ
 
           “ความจริงถ้าเป็นข้าราชการพันธุ์แท้ก็ไม่ต้องรอให้เขาจิก เมื่อเจ้าตัวรับทราบก็ต้องแก้ ปลัดคนนี้เปลี่ยน อธิบดีคนนี้เปลี่ยน คนใหม่ก็เข้ามา มันไม่ได้เปลี่ยนแบบนักการเมือง ผมไม่คิดว่าคนที่จะกำหนดนโยบายจะสามารถลงไปขัดขวางถ้าคุณจะทำเสียอย่าง เขาไม่ลงมาเชียร์ให้ทำนั่นแปลว่าบางทีเขาไม่รู้ อาจไม่มีเวลา หรือจัดลำดับความสำคัญไม่ถูก ทั้งหมดคือนักดนตรีหลายคน มีเครื่องดนตรีหลายชิ้นแต่ต้องเล่นเพลงเดียวกัน แล้วรัฐบาลที่ผ่านมามันไม่ได้เล่นเพลงเดียวกัน พอเป็นคนละพรรคก็มีปัญหา” นายวิษณุ กล่าว