ข่าว

'แม้ว'คือใคร'บิ๊กตู่'ลืมแล้ว!

'แม้ว'คือใคร'บิ๊กตู่'ลืมแล้ว!

29 ก.ค. 2558

'ประยุทธ์' ลืมแล้ว 'ทักษิณ' คือใคร ไม่รู้ 'สมคิด' ปัดร่วม ครม. มีข่าวปลดนายกฯ ค่อยถาม ห้าม 'สุเทพ' พูดการเมือง ไทย 'เทียร์ 3' อย่าโทษกัน รณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา

 
                       29 ก.ค. 58  เมื่อเวลา 12.30 น.  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเคลื่อนไหวของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตแกนนำ กปปส. และประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชน ที่จะมีการแถลงข่าวในวันที่ 30 ก.ค.นี้ ว่า การแถลงข่าวดังกล่าวจะต้องขออนุญาต คสช. โดยทาง คสช.จะเป็นผู้พิจารณา ซึ่งทุกคนที่จะออกมาเคลื่อนไหว ต้องขออนุญาตจาก คสช. อันไหนที่ให้ได้ ก็ให้ ไม่ใช่ให้เพราะเป็นพวกกัน การพิจารณาต้องใช้กติกาเดียวกัน ถ้านายสุเทพ พูดมาไม่เสียหาย ตนก็ให้ และทาง คสช.มีเจ้าหน้าที่ดูอยู่แล้ว ถ้ามันเกินความสามารถอะไร คสช.ก็จะถามมาที่ตนเอง แต่หากยังสามารถตัดสินใจได้ ก็ให้เขาตัดสินใจไป เพราะเขาต้องดูแลอยู่แล้ว แต่บางคนชอบไปรวมหัวกันแล้วพูดในสิ่งไม่ดี อย่างนี้มันสมควรหรือไม่ ถ้าเขาพูดว่าจะแถลงทำประโยชน์ในมูลนิธิอะไรต่างๆ ก็ว่ามา แต่หากจะพูดเรื่องการเมือง ก็ไม่ให้
 
                       ผู้สื่อข่าวถามว่า นายสุเทพ จะแถลงท่าทีของมูลนิธิเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวคู่ขนานการปฏิรูปประเทศ ตรงนี้สามารถทำได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของมูลนิธิ ซึ่งก็มีอีกหลายร้อยมูลนิธิ ก็ทำกันไป และไปเสนอสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ไม่ใช่เสนอมาที่ตน เพราะตนได้มอบหมายงานด้านการปฏิรูปให้กับ สปช.ไปแล้ว หากเป็นเรื่องของกฎหมาย ก็ได้มอบให้กับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ดำเนินการไปแล้ว บทบาทของตนวันนี้ คือ การขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล อย่าเอามาตีกัน ซึ่งวันนี้โชคดีที่ตนสามารถตอบได้ทุกเรื่อง ถ้าเป็นคนอื่นเขาไม่ตอบหรอก
 
                       เมื่อถามว่า กังวลกับการเคลื่อนไหวของมูลนิธิมวลมหาประชาชนหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ถ้าถามว่ากังวลหรือไม่ ก็กังวลนะ เพราะคนที่ยังไม่รู้เรื่องไม่ค่อยรู้ตัวเองยังเยอะอยู่ ซึ่งพวกนี้มันเปลี่ยนไม่ได้แล้ว ลำบากนะที่เปลี่ยนไม่ได้ ก็เป็นหน้าที่ทุกคนในการดูกันต่อไป ว่าจะเอาอย่างไร เมื่อเขาอยากมีประชาธิปไตย ก็ดูสิ จะเลือกเขาเข้ามากันอีกหรือไม่ ก็ไปว่ากันมา ตนไม่อยากจะพูด
 
                       เมื่อถามว่า นายสุเทพ ได้ยื่นหนังสือขอให้ระงับการย้ายกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 จาก จ.สุราษฎร์ธานี ไป จ.ภูเก็ต พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ต้องทำวันนี้เลยหรือ เมื่อทำหนังสือขอปั๊บ ต้องระงับย้ายวันนี้เลยหรืออย่างไร ก็เป็นเรื่องของตำรวจจะพิจารณา เหตุผลการย้ายว่าอย่างไร ซึ่งตนก็ยังไม่รู้เลยของเก่าย้ายด้วยเรื่องอะไร
 
                       เมื่อถามว่า เห็นว่าเดินหน้าทำเพื่อประชาชนทันทีที่สึกจากการเป็นพระในวันแรก พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็ทำ ท่านก็ทำไง นี่จะเร่งให้ กปปส.ทำงานให้เสร็จเร็วอีกหรือเปล่า เร่งตนยังไม่พอหรือ เขาเสนอเรื่องมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็รับไปพิจารณา เรื่องการย้ายตำรวจใครรับผิดชอบ ก็ตำรวจ ที่เขาย้ายอยู่ในแผนการพัฒนาตำรวจหรือเปล่า
 
 
 
ไม่รู้ข่าว 'สมคิด' ปัดร่วม ครม.
 
 
                       พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกระแสข่าวที่ระบุว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษา คสช.ด้านเศรษฐกิจ ได้แจ้งว่า ไม่ขอรับตำแหน่งใดๆ ในการปรับ ครม.ครั้งนี้ ว่า "ใครแจ้ง ผมยังไม่เห็นเลย ไม่รู้เรื่องว่าจะรับหรือไม่รับ แล้วยังไม่เห็นว่าผมจะตั้งใครเข้ามาเลย ที่มีข่าวออกมา ขอถามว่า ใครแจ้ง แล้วแจ้งกับใคร ผมเองยังไม่รู้เรื่องอะไรเลย เขาแจ้งผ่านสื่อมาหรือ ข่าวเรื่องนี้มาจากไหน แหล่งข่าวเป็นใคร ประเภทแหล่งข่าวสภากาแฟของพวกสื่อ อย่าไปสนใจมากนัก มันพูดเรื่อยเปื่อย ตั้งได้ทุกวันนั่นแหละ ถ้ามีข่าวปลดนายกฯ เมื่อไหร่แล้วค่อยมาถามผม"
 
                       ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เสนอตัวเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจให้กับรัฐบาลนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้หันมาหาผู้สื่อข่าวแล้วทำท่าเป็นไม่ได้ยิน ก่อนจะยกมือป้องหูพร้อมถามกลับว่า "ใครนะ ผมลืมชื่อนี้ไปแล้ว" ก่อนที่จะเดินออกจากวงให้สัมภาษณ์ไปทันที
 
 
 
อย่าโทษการเมืองทำไทยซ้ำอยู่ 'เทียร์ 3'
 
 
                       พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงข้อสังเกตที่ไทยไม่ได้เป็นสมาชิกหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (ทีพีพี) ส่งผลให้สหรัฐจัดให้อยู่ใน 'เทียร์ 3' ในรายงานด้านการปราบปรามการค้ามนุษย์ ว่า หากเป็นสมาชิกแล้วเราจะได้อะไร รู้หรือไม่ว่าเป็นแล้วจะได้หรือเสียอะไร เพราะถ้าหากเราเป็นสมาชิกก็จะถูกกดดันหลายอย่าง ซึ่งรัฐบาลก่อนอาจแสดงความต้องการเข้าเป็นสมาชิก แต่เมื่อกลับมาดูแล้ว ก็พบว่ามีปัญหาเรื่องสิทธิบัตรยา และสิ่งต่างๆ ตรงนี้จะทำให้คนไทยเสียโอกาส เราได้ชะลอไปก่อน ไม่ใช่ไม่เห็นด้วย เพียงแต่ต้องดูแลคนไทยและประเทศไทยว่ามีความเสียหายอย่างไรบ้าง
 
                       "ผมว่าอย่าไปโทษเขาเลยดีกว่า อย่าไปโทษว่าเป็นเพราะการเมืองหรือเพราะอะไร มันไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย ท่านไม่สังเกตหรือว่าผมพูดอะไรบ้าง ผมก็พูดแต่เพียงว่าเรายอมรับ สิ่งต่างๆ เหล่านี้มันผิดเพราะเราผิด เขามีกติกาออกมาแล้ว แต่ที่ผ่านมาไม่แก้ไข ในเมื่อเขาจะลงโทษแบบนี้ ก็ลงโทษไป เราก็ต้องทำของเราให้ดีที่สุด วันหน้ายังไงก็ต้องเป็นเพื่อนกันอยู่แล้ว ทะเลาะกันไปยิ่งวุ่น แทนที่เขาจะให้ ก็กลับไม่ให้เลย เราบังคับเขาไม่ได้ เราไม่ได้เป็นประเทศมหาอำนาจ ยิ่งทะเลาะกันอยู่แบบนี้ยิ่งไม่มีทางจะได้เป็น เราต้องให้เขาเข้าใจเรา แต่เราก็ต้องมีศักดิ์ศรีโดยต้องดูแลประเทศไทยให้ได้ การค้ามนุษย์รัฐบาลได้ดำเนินการจับกุมและดำเนินคดีกว่าร้อยราย อยากให้ไปดูว่าประเทศอื่นๆ มีการดำเนินคดีมากน้อยเท่าเพียงใด ก็รู้อยู่แล้ว จะไปไล่ให้มันจนกันไปมาทำไม เราก็เอาประเทศเราเป็นหลัก เขาจะให้หรือไม่ให้ก็เป็นเรื่องของเขา ไม่ได้เกี่ยวกับเรา"
 
                       พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ภาคส่วนอื่นๆ ระบุว่า ไม่ได้รับความเดือนร้อนจากการที่ไทยอยู่ในอันดับเทียร์ 3 ซึ่งที่ผ่านมาหลายๆ ประเทศก็เคยอยู่ในอันดับนี้ ทั้งยังเคยโดนใบเหลืองเรื่องประมงผิดกฎหมายมาแล้ว และเมื่อมีการแก้ไขก็สามารถกลับสู่อันดับที่ดีกว่า จึงขออย่ามาเหมาว่าเป็นเพราะตนเป็นรัฐบาล ถามว่าหากตนไม่ได้มาเป็นรัฐบาลทุกอย่างจะหนักกว่านี้หรือไม่ เพราะปัญหาไม่ได้แก้ไข วันนี้เมื่อรัฐบาลแก้ไขแล้วยังไม่ถูกเลื่อนจากเทียร์ 3 ก็มาโทษตนอีก หาว่าเป็นเพราะรัฐบาลไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งนั้นทำหรือไม่ ปัญหาจึงมาถึงวันนี้ ส่วนตัวไม่ต้องการเเตะต้องคนอื่น แต่คนเรามีปากก็พูดไปเรื่อยเรื่อย
 
 
 
รณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา
 
 
                       พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวรณรงค์งดเหล้าช่วงเข้าพรรษา ว่า เพื่อพัฒนาชาติ เราต้องหยุดเป็นทาสของสุรา อย่างไรก็ตาม ถ้ามองในแง่ดีวันนี้คนไทยมีวันหยุดกันมากไปหรือเปล่า ทั้งวันหยุดราชการ วันหยุดนักขัตฤกษ์ ประเทศไทยมีวันหยุด คนไทยหยุดด้วย ประเทศไหยเขาไม่หยุดคนไทยก็หยุดเอง มีวันหยุดหลายวันมาก แต่ถ้าจะให้หยุดน้อยลงทุกคนก็ไม่เอา ไม่ยอม แต่พอหยุดมากไปก็กล่าวหาว่ารัฐบาลหยุดเพื่อไม่ให้คนได้ทำงาน แต่อย่าลืมว่าช่วงวันหยุดก็เกิดธุรกิจประเภทอื่น ทั้งการท่องเที่ยว การใช้จ่ายในประเทศมีมากขึ้นภายในครอบครัวปฏิสัมพันธ์กันมากขึ้นและหากจำเป็นต้องมีการติดต่อราชการเขาก็มีเวรอยู่ประจำ มีการเตรียมการไว้ทั้งหมด ไม่ใช่พอถึงวันหยุดการทำงานจะปิดไฟ ล็อกกุญแจทั้งหมดเสียเมื่อไหร่ ปลัดกระทรวงเขาก็ทำงานกันอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง
 
                       "อันตรายสำหรับผู้ที่ดื่มสุรา เราต้องคำนึงว่า 1. อย่าทำให้คนอื่นเดือดร้อน เช่น เมาแล้วขับรถไปชนคนอื่นและเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิต ถือเป็นบาปอย่างมาก 2. ผู้ที่เดือดร้อนก็คือครอบครัวของตัวเอง ต้องไปจัดงานศพ เสียเงินทอง 3. ประเทศต้องเสียเงินในสิ่งที่ไม่เป็นเรื่อง ทั้งต้องเข้ามาช่วยดูแล ต้องออกกฎหมาย เจ้าหน้าที่ก็ต้องทุ่มเททำงานด้านต่างๆ เพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าอยากจะเมา ก็เมาแล้วอยู่กับบ้าน อย่าออกไปไหน แต่ในทางที่ดีที่สุดก็ขอให้ลดการดื่มสุราลงดีกว่า ลด ละ เลิก ดีกว่า โดยยึดหลักคำสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ศีลข้อ 5 ลด เลิกการดื่มสุรา และอย่ามาหาว่ารัฐบาลจำกัดไม่เปิดเสรี แต่พอมีเรื่องก็โทษรัฐบาลอีก วันนี้คนตายวันหยุดก็โทษผม โทษรัฐบาลว่าเป็นเพราะมีวันหยุดเยอะมากเกินไป ทำให้คนตายเยอะ อีกอย่างหนึ่งหากจะดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขอร้องว่าอย่าไปกินเหล้าเถื่อน เหล้าที่ราคาถูกเพราะไม่เช่นนั้นวันข้างหน้าตาจะบอดกันทั้งหมดเพราะตามมาตรฐานที่กำหนดจะไม่ให้มีแอลกอฮอล์ผสมไม่เกิน 40 เปอร์เซ็นต์ แต่เหล้าถุง เหล้าเถื่อนมีแอลกอฮอล์ผสมถึง 70 - 80 เปอร์เซ็นต์ ถ้ากินไปก็ตามบอดกันหมด ระวังให้ดี"
 
 
 
ขอให้เวลา ขรก.ทำงาน ช่วงเปลี่ยนผ่านประเทศ
 
 
                       พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่า โดยกล่าวชื่นชมการดำเนินงานของกระทรวงอุตสาหกรรม โดยระบุว่า เรื่องบางเรื่องต้องให้เวลาข้าราชการและเจ้าหน้าที่ทำงานด้วย ที่สำคัญต้องเข้าใจวัฒนธรรมและธรรมเนียมการปฏิบัติของข้าราชการเพราะเขาต้องรักษากฎกติกาให้มากที่สุด เพราะจะให้พลาดพลั้งไม่ได้ ถ้าจะพลาดพลั้งก็เป็นเพราะใครเป็นคนสั่งให้เขาทำพลาด และโทษต่างๆ ก็ตกมาอยู่ที่ข้าราชการประจำทั้งสิ้น
 
                       "ก็ต้องเห็นใจและเราต้องปรับความเข้าใจกันทั้งหมด เพราะช่วงนี้เป็นช่วงแห่งการเปลี่ยนผ่านประเทศไทยไปสู่อนาคตที่รุ่งโรจน์ เพราะฉะนั้นอย่าไปฟังไอ้คนที่ออกมาพูด ที่เคยอยู่มาแล้ว แล้วไม่ทำ ทำไม่สำเร็จแล้วมาพูดว่าเราอยู่ทุกวันก็ไปว่าคนพวกนั้นบ้างสิ คนทำงานโดนทุกวันมันไม่ได้"
 
                       พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การทำงานต่อจากนี้ทุกคนต้องร่วมมือกันไม่ว่าจะเป็นข้าราชการการเมือง ข้าราชการประจำ ประชาชน ทุกคนต้องเตรียมความพร้อมเพราะในวันหน้าการเมืองตามระบอบประชาธิปไตยเขาต้องมาอยู่แล้ว ทุกคนจึงต้องเตรียมความพร้อม ตนไม่ได้เป็นศัตรูกับใคร เราต้องเร่งสร้างประเทศให้มีความเข้มแข็งไม่ว่าจะใครนักการเมือง ข้าราชการ ประชาชนทุกหมู่เหล่าเป็นเจ้าของประเทศนี้ทั้งนั้น เราจะมาทำลายประเทศนี้กันทำไม ที่ผ่านมาเราก็แย่อยู่แล้ว วันนี้ต้องช่วยกันเร่งทำทุกอย่างให้ดีขึ้นโดยเร็ว ยอมรับว่ามันไม่ทันใจไม่เหมือนกันกับพอกลับไปบ้าน นอนตื่นขึ้นมาแล้ว เอาตังก์จากกระเป๋าซ้ายย้ายไปกระเป๋าขวาแล้วจบ มันไม่ใช่ การทำงานเรามีหลายกระทรวง หลายหน่วยงาน กฎหมายกี่พันฉบับก็ต้องทำงานด้วยความระมัดระวัง แต่ก็ต้องเร็วเข้มงวดว่าจะลดขั้นตอนตรงไหนได้บ้าง อันไหนที่ต้องร่วมมือกันต้องมาคุยกัน แต่วันนี้เป็นช่วงของการเปลี่ยนผ่านมันอาจจะติดขัดบ้างและข้าราชการก็ไม่ใช่คอมพิวเตอร์ พอกดปุ๊บแล้วจะออกมาเลย แต่ถือว่ารัฐบาลนี้ทำเร็วที่สุดกว่าทุกรัฐบาล
 
 
 
เตรียมจ้างงานคนได้รับผลกระทบในพื้นที่ภัยแล้ง
 
 
                       เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุมกระทรวงอุตสาหกรรม ชั้น 2 อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม  พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานการประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 4 โดยมีนายจักรมณฑ์ ผาสุกวานิช รมว.อุตสาหกรรม นางอรรชกา สีบุญเรือง ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ให้การต้อนรับ โดยภายหลังการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ติดตามการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล หรือตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือทุกส่วนราชการ ซึ่งจากรายงานและเอกสารการดำเนินงานเป็นไปตามหลักการที่สั่งการทั้งหมด นั้นคือสิ่งที่ตนอยากให้เรียนรู้ว่าได้ทำอะไรไปบ้าง ไม่ใช่เพื่อประชาสัมพันธ์ แต่ใช้เพื่อสร้างความเข้าใจว่า วันนี้เราทำอะไรกันอยู่ บางอย่างไม่มีการสร้างการรับรู้มากเท่าไร ความขัดแย้งมันก็มากขึ้น ตนอยากให้ช่วยตรงนี้
 
                       พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ได้สรุปแนวทางในการปฏิบัติงานกระทรวงอุตสาหกรรม ตามนโยบายรัฐบาล ที่รัฐมนตรีรับไปดำเนินการตามยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้ ตนได้มาย้ำให้ทุกหน่วยให้ชัดเจนขึ้น อะไรที่เร่งด่วน จะเป็นการดำเนินงาน ปี 57 - 59 ระยะปานกลาง 5 ปี จะเป็นไปตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสิ่งที่ต้องทำระยะยาว 20 ปี เป็นไปตามยุทธศาสตร์ของชาติ ซึ่งรัฐบาลเดินหน้าแบบนี้ วันนี้ กระทรวงอุตสาหกรรม กฎหมาย การอำนวยความสะดวก มาตรการสิทธิประโยชน์ จะทำอย่างไรให้เกิดเมืองอุตสาหกรรมขึ้นในประเทศไทย เขตอุตสาหกรรมพิเศษก็ว่ากันไป เพราะเป็นเรื่องอนาคต ทุกอย่างต้องเดินแบบนี้ไป
 
                       พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เรื่องของผังเมืองกระทรวงมหาดไทยกำลังดูอยู่ เพื่อความชัดเจนขึ้น ซึ่งเรื่องของผังเมืองอย่าไปกังวล ผังเมืองเขาเพียงแต่เขียนมาว่าพื้นที่ควรจะทำอะไรอย่างไร ถ้ามีความจำเป็นก็จะไปดูกัน มันก็ปรับได้ทั้งหมด ถ้ามันจะต้องเกิดตรงนี้แล้วไปเขียนคุมไว้ทั้งหมด มันล็อกไว้มากๆ ก็ทำไม่ได้ ก็เกิดอะไรไม่ได้ทั้งสิ้น ต้องหาทางออก ทั้งนี้สำคัญต้องดูแลประชาชนที่จะได้รับผลกระทบว่าจะเดือดร้อนอะไรไหม ถ้าเขาเดือดร้อนต้องมีการเยียวยาไหม ต้องหาที่อยู่ใหม่หรือเปล่า แต่ก็ต้องมอง 2 ด้าน มองทั้งส่วนบุคคล มองความเจริญเติบโตของท้องถิ่น ของประเทศด้วย ประเทศไทยมันแบ่งแยกไม่ได้ ไม่อย่างนั้นมันก็ไปตั้งตรงนั้นตรงนี้ได้ ประเทศไทยต้องดูแลกันทั้งหมด รัฐบาลต้องดูแลคน 70 ล้านคน ทุกกิจกรรมก็ต้องตั้งตรงนี้บ้าง ตรงนั้นบ้าง มีปัญหาก็ทำความเข้าใจกัน ถ้าไม่ได้ก็ต้องยอมรับในความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตร่วมกัน
 
                       พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จะเห็นได้ว่าวันนี้ด้านเศรษฐกิจเรามีปัญหาจากปัจจัยภายในและภายนอก อะไรก็แล้วแต่ สิ่งสำคัญที่เราเน้น วันนี้คือการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันประเทศ การสร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศ ว่าประเทศจะสามารถเดินหน้าไปได้อย่างไร จะมีรายได้จากอะไรบ้าง การลงทุนจากตรงไหน กิจการใด วันนี้พูดกันชัดเจน ข้อสำคัญทุกกระทรวง ทบวง กรม ต้องร่วมมือซึ่งกันและกัน ไม่ใช่ปล่อยคนใดคนหนึ่ง งานของใครไปรบกันเอง เพราะงานเกี่ยวพันหลายกระทรวง ประเทศไทยเดินด้วยเกษตรอย่างเดียวไม่ได้แล้ว ความขัดแย้งก็จะสูงขึ้น คนยากจนก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ หนี้สินครัวเรือนก็สูงขึ้น กิจการใดๆ ที่ลงทุนไปแล้ว และกู้หนี้ยืมสิน มันขายได้ไม่ดี หรือแข่งขันกับเขาไม่ได้ มันก็กลายเป็นหนี้เสียไปอีก ทั้งหมดรัฐบาลต้องมาแก้
 
                       นายกฯ กล่าวว่า ปัญหาหนี้สินครัวเรือนก็ 3 แสนกว่าล้านบาท หนี้สินชาวไร่ชาวนากำลังดูว่าจะทำอย่างไรให้เขาหลุดจากตรงนี้ เพราะระยะสั้นมันคงไม่ได้ ก็แค่บรรเทาตามความเร่งด่วน สำหรับเรื่องภัยแล้งวันนี้อยู่ในขั้นตอนการสำรวจความเสียหายในส่วนที่ต้องดูแลตามกฎหมายที่มีอยู่แล้วเดิม คือพวกที่ปลูกแล้วเสียหาย พวกที่เสียโอกาส เพราะไม่ได้ปลูกต้องดูให้ทั่วถึง ไม่ใช่ทุกคนจะเรียกร้องได้ให้เท่ากันหมด มันไม่ได้ กำลังดูอยู่ แต่สิ่งที่เท่าเทียมกันคือการจ้างงานในพื้นที่ เป็นโครงการขุดลอก ทำความสะอาด ปรับแต่งคันดิน ขุดบ่อน้ำ เหล่านี้เดี๋ยวจะเริ่มดำเนินการในสัปดาห์ในทุกพื้นที่ ทุกจังหวัดให้งบประมาณไปแล้ว จะจ้างงานทั้งเป็นรายบุคคล และโครงการด้วย ส่วนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะมีเม็ดเงินอีกหนึ่งก้อน เพื่อให้เกษตรกรไปปลูกพืชชนิดอื่น ให้ทุนเขาด้วย เพราะบางพื้นที่ปลูกไปก็ไร้ค่า ปลูกไปก็ตายอีก เพราะน้ำไม่มี แนวโน้มก็จะไม่มีไปเรื่อยๆ เพราะปรากฏการณ์เอลนินโญ่ ขอหลายฝ่ายเข้าใจด้วย
 
                       เมื่อถามว่า หนี้สินครัวเรือนมีแนวทางแก้ปัญหาอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตอนนี้ทั้งหมดกำลังรวบรวมมา ต้องมาแยกแยะว่าต้องมีการช่วยเหลือในเรื่องการชะลอการชำระหนี้ พักหนี้ อะไรก็แล้วแต่ โดยใช้ทั้งกลไกกของรัฐ กลไกธนาคารพาณิชย์ ปัญหาอย่างกังวลตรงนั้น ถ้ามันช่วยแก้ไขตรงนี้ได้ แล้วมีรายได้เพิ่มมันถึงจะยุติ ถ้าแก้ไปอย่างนี้วันหน้าก็เกิดขึ้นอีก ถ้ารายได้มันยังไม่เกิด ถ้าเขาจะทำการเกษตรอยู่แบบนี้ มันก็เป็นแบบนี้ วันหน้ามันก็กลับมาใหม่ อีก 3 แสนล้านบาทอยู่อย่างนี้ ท่านก็ต้องช่วยเรา 2 ทาง คือ 1. ถ้าเขาเริ่มลดหนี้ตรงนี้ไปได้ ลดการใช้จ่ายของท่านได้ โดยใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงด้วย แล้วช่วยลดหนี้สินไปอีกระยะ มันจะค่อยๆ ดีขึ้นเอง มีบัญชีครัวเรือนด้วย แต่ถ้าเอาเงินอย่างเดียวมันก็กลับมาที่เก่าหมด เพราะไม่แก้ในระบบ ไม่แก้ในตัวของตัวเอง ในครอบครัวตัวเอง เพราะฉะนั้นต้องดู
 
                       พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เราเอามาดูทั้งหมด ทั้งหนี้ครู หนี้เกษตรกร มันมีกี่อาชีพ หนี้ทั้งนั้น หนี้คนประเทศเท่าไร หนี้ครัวเรือนอีกเท่าไร แต่การเป็นหนี้ครัวเรือนเดี๋ยวเราค่อยๆ แก้ไป เพียงแต่ไม่อยากให้เดือดร้อนจากหนี้นอกระบบ อย่าง พ.ร.บ.การเช่าที่ดิน ให้ราคาเป็นธรรม และ พ.ร.บ.ทวงถามหนี้ รัฐบาลก็ออกไปแล้วเพื่อความเป็นธรรม ทำทั้งหมดให้
 
                       "วันนี้รัฐบาลนึกถึงคนจนมากกว่าคนรวย จำคำพูดผมไว้ แต่ทำไมถึงต้องทำให้คนรวยเขาด้วย เพราะมันสร้างห่วงโซ่ถึงกัน ถ้าเขาลงทุนตรงนี้ได้ เกิดตรงนี้ได้ โดยรัฐอำนวยความสะดวกในสิ่งที่มันถูกต้อง ชอบธรรม เป็นธรรม เป็นการค้าเสรี แข่งขันกัน เขาก็เดินหน้าของเขาไป เราก็จะส่งเสริมสนับสนุน เปิดตลาดต่างๆ เพื่อให้เขาเอาเงินกลับเข้ามาในประเทศ เชื่อมโยงกับธุรกิจเอสเอ็มอีขนาดเล็ก โซเชียล บิซซิเนส มันก็จะเกิดกลไกเหล่านี้ ที่ผ่านมา มันไม่ได้โยงกันแบบนี้ มันก็ดึงกันทั้งระบบอย่างนี้แหละ"
 
                       พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ฉะนั้น กระทรวงอุตสาหกรรม จะเป็นหลักในการสร้างรายได้ และอาชีพ แต่จะต้องเป็นอุตสาหกรรมสีเขียวที่ไม่มีมลภาวะกับสิ่งแวดล้อม เรารู้ปัญหาทั้งหมดอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นต้องฟังกันบ้าง อะไรที่เป็นผลการวิจัย อะไรที่ตรวจสอบกันแล้ว ก็ฟังกันบ้างสิ อย่าคิดเอง วันนี้ก็มีหลายส่วนด้วยกัน ทั้งเจตนาดีและเจตนาไม่ดี ทั้งการเมือง ทั้งอะไรเข้ามาตีกัน จนทำอะไรไม่ได้ซักอย่าง แล้วท่านจะอยู่อย่างไรในวันหน้า ไม่มีไฟฟ้าใช้ที่เพียงพอ ไม่มีโรงงานอุตสาหกรรมที่จะส่งเสริมอาชีพ รายได้ให้คนในพื้นที่ แล้วจะอยู่กันอย่างไร มันจะต้องแก้ปัญหาหนี้สินอย่างนี้ไปเรื่อยๆ หรือ ชาวนาจะต้องหน้าตาเหี่ยวย่น หลังโก่งตลอดไปหรือ