ข่าว

‘ม่ายสาว’ชาวเมืองกรุงปรุงรักมัดหนุ่มฟินแลนด์

‘ม่ายสาว’ชาวเมืองกรุงปรุงรักมัดหนุ่มฟินแลนด์

30 ก.ค. 2558

‘ม่ายสาว’ชาวเมืองกรุงปรุงรักมัดหนุ่มฟินแลนด์ : คอลัมน์ เขยฝรั่ง...สะใภ้อินเตอร์ โดย... สแตนลี่ย์ เบนเน็ตต์

 
 
          “อรอนงค์ ส่งรัตนกิจ” หรือ เปิ้ล สาวชาวกรุง วัย 37 ปี จบปริญญาตรี คณะมนุษยศาสตร์ จากรั้วพ่อขุน แต่ไม่เคยได้ทำงานตามสาขาที่จบมา โดยเธอได้พบรักกับสามีคนไทยซึ่งคบกันยาวนานกว่า 16 ปี แต่ก็ต้องเลิกรากันไปด้วยเหตุผลของชะตาฟ้าลิขิต โดยที่ “เปิ้ล” และสามีเก่ามีลูกชายด้วยกัน 2 คน และจากการหย่าร้างในครั้งนั้นเหมือนจะทำให้ความศรัทธาการมีชีวิตคู่ของเธอนั้นลดลงไป เปรียบดั่งแก้วที่แตกไปแล้วต่อให้นำมาประกอบติดกันใหม่ก็ไม่ได้สวยงามดั่งเดิม
 
          “เปิ้ล” ย้อนอดีตว่า ชีวิตหลังจากที่หย่าร้างก็อยู่ในสถานะโสดตัวคนเดียว และรู้สึกอิสระกว่าเมื่อก่อน โดยลูกชายคนโต “น้องกาย” ปัจจุบันอายุ 12 ปี ตอนนี้อยู่ในการดูแลของพ่อ ส่วนลูกชายคนเล็ก “น้องกัน” ปัจจุบันอายุ 9 ปี อยู่ในการดูแลของเธอ เรียกได้ว่า แบ่งกันดูแลเลือดเนื้อเชื้อไขตามหน้าที่ที่บุพการีควรปฏิบัติ โดยอาชีพของเธอ ณ ช่วงเวลานั้นคือ การเปิดร้านขายน้ำปั่นและกาแฟสดอยู่หน้าวิทยาลัยพณิชยการเชตุพน กรุงเทพฯ เรียกได้ว่าชีวิตนี้เกิดมาเพื่อทำการค้าขาย ซึ่งธุรกิจก็ดำเนินไปได้ด้วยดีเพราะอยู่หน้าสถานศึกษา สามารถหาเงินเลี้ยงลูกได้อย่างสบายๆ
 
          เธอเล่าต่อว่า วันหนึ่งได้นัดทานข้าวกับเพื่อนเก่าคนหนึ่ง เพื่อนพูดถึงเรื่องการไปสมัครเรียนหลักสูตรการสนทนาภาษาอังกฤษ “เปิ้ล” จึงแนะนำเพื่อนไปว่า ทำไมจะต้องจ่ายแพงเพื่อไปเรียนภาษาด้วย เห็นคนอื่นเขาพูดคุยกับชาวต่างชาติผ่านอินเทอร์เน็ตก็สามารถฝึกภาษาได้โดยไม่ต้องเสียเงิน ซึ่งในขณะที่สนทนาในเรื่องของการฝึกภาษาอังกฤษอยู่นั้น เธอจึงยื่นคำท้าเพื่อนไปว่า “เธอกับฉันใครจะพูดภาษาอังกฤษได้เร็วกว่ากัน ระหว่างการเรียนภาษาอังกฤษผ่านโรงเรียนกับเรียนภาษาอังกฤษผ่านเว็บเดทติ้ง" นั่นจึงเป็นที่มาของการเริ่มเข้าไปสมัครเว็บไซต์เดทติ้งเพื่อพูดคุยกับฝรั่ง โดยขณะนั้นไม่ได้คิดถึงเรื่องหาคู่แม้แต่น้อย คิดแต่เรื่องการฝึกปรือในภาษาอังกฤษเพียงอย่างเดียว
 
          ด้วยคำท้านี้เองที่ทำให้โชคชะตาของ “เปิ้ล” เริ่มเปลี่ยนผัน โดยวันหนึ่งมีโอกาสได้พูดคุยกับหนุ่มใหญ่ชาวฟินแลนด์รายหนึ่งชื่อ “เตมู ไซโกะ” วัย 43 ปี อาชีพช่างเทคนิคบริษัทปูนซีเมนต์แห่งหนึ่งในฟินแลนด์ ซึ่งเธอไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งผู้ชายคนนี้แหละที่จะมาเป็นสามีของเธอในอนาคต ซึ่ง “เปิ้ล” เปิดกล้องคุยกับ “เตมู” ทุกวันผ่านทางโปรแกรมสไกป์ และแนะนำให้ฝ่ายชายได้รู้จักกับลูกๆ ทั้ง 2 คนของเธอ
 
          กระทั่งพูดคุยกันได้ราว 3 สัปดาห์ ฝ่ายของ “เตมู” ก็ตัดสินใจลัดฟ้ามาหา “เปิ้ล” ที่ประเทศไทย โดยที่เธอได้นัดพ่อกับแม่ให้มาดูตัว “เตมู” พร้อมกันด้วย ซึ่งทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี เพราะอยู่ในสายตาพ่อกับแม่ตลอด และในขณะนั้นฝ่ายชายก็อาศัยอยู่ที่ประเทศไทย 1 เดือน เป็นการเปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้กันซึ่งกันและกัน โดย เปิ้ลได้ทำข้อตกลงกับเตมูว่า หากคิดจะคบกันแล้ว ขออย่าให้มีเรื่องที่ต้องให้คิดมากในชีวิตคู่ เพราะต่างก็อายุมากกันแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ ตัวของฝ่ายชายไม่เคยแต่งงานมาก่อน จึงต้องค่อยๆ ประคับประคองกันไปอย่างช้าๆ และเรียบง่าย ให้กาลเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ในความรัก
 
          เปิ้ลพูดถึงช่วงเวลาที่สำคัญในชีวิตคู่ว่า หลังจากที่เตมู บินกลับฟินแลนด์ไปได้เพียงเดือนเดียว เธอก็ได้ไตร่ตรองและตกลงที่จะใช้ชีวิตคู่ด้วยกันกับฝ่ายชาย โดยได้อธิบายให้เตมูฟังว่า อยากให้มีการจัดงานแต่งงานเล็กๆ ภายในครอบครัวที่ประเทศไทย ซึ่งฝ่ายชายก็ตอบตกลง โดยก่อนการจัดงานแต่งงาน เตมูได้เชิญเธอและพ่อไปเที่ยวบ้านเขาที่เมืองวานตา ประเทศฟินแลนด์ ไปดูความเป็นอยู่ของคนที่นั่น
 
          โดยที่พ่อของเธอรู้สึกสบายใจหลังจากที่ได้มาเห็นบ้านเมืองของฝ่ายชาย และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่ลูกสาวของเขาจะต้องมาใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองแห่งนี้ รวมระยะทางรักตั้งแต่การคบหาดูใจกระทั่งถึงวันแต่งงานใช้เวลาเพียงแค่ 4 เดือนเท่านั้น แม้ว่าใครหลายคนอาจจะมองเร็วเกินไป แต่สำหรับพวกเขาทั้งสองแล้ว จะช้าหรือเร็ว ความรักเท่านั้นเป็นตัวกำหนด
 
          เปิ้ลบอกว่า อดีตครอบครัวเก่าที่เคยล้มเหลวมาแล้ว ถ้าจะเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ก็ไม่ขอคาดหวังที่จะใช้เวลายาวนานในการพิสูจน์กันและกันอีกต่อไป ขอเพียงวันนี้เราตั้งใจ และมีความจริงใจที่จะสร้างครอบครัว ซึ่งต่างก็เป็นผู้ใหญ่ด้วยกันแล้วทั้งคู่ จึงตัดสินใจเริ่มต้นชีวิตคู่ด้วยกัน จวบจนถึงวันนี้ก็ 3 ปีแล้ว มีลูกสาวตัวเล็กๆ ด้วยกัน 1 คน คือ “น้องเจสสิกา” อายุ 1 ปี 4 เดือน
 
          โดยสิ่งที่ทำให้?“เปิ้ล”รัก“เตมู”มากๆ คือ สามีมักจะมีเซอร์ไพรส์ให้เธอตลอดเวลา ในทุกๆวันสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นวันเกิด, วันครบรอบแต่งงาน, วันแม่ อาจไม่ใช่ของขวัญใหญ่โต แต่ก็ทำให้ฝ่ายหญิงรู้เลยว่า ฝ่ายชายไม่เคยลืมและให้ความสำคัญกับเธอมากๆ และสิ่งที่ทำให้รักสามีมากขึ้นไปอีกคือ สามีรักลูกของเธอเหมือนลูกของตัวเอง ดูแล เอาใจใส่ สอนการบ้าน เคี่ยวเข็ญ ประหนึ่งพ่อแท้ๆ ซึ่งได้ใจผู้หญิงอย่างเธอไปเต็มประดา
 
          โดยในอนาคต เปิ้ลได้วางแผนการชีวิตคู่อย่างเรียบง่าย ได้ดูแลลูกๆ และสามีแบบนี้เรื่อยไป ซึ่งหากวันหนึ่งลูกเติบใหญ่กันหมดแล้ว ก็อยากจะกลับไปใช้ชีวิตบั้นปลายที่ประเทศไทย เพราะสามีชอบเมืองไทย แม้ว่าปัจจุบัน ครอบครัวของเปิ้ลกับเตมูจะไม่ได้ร่ำรวยอะไรมาก แต่ทุกวันนี้ครอบครัวของเธอก็มีความสุขมากถึงมากที่สุด และอยากจะมีความสุขแบบนี้ตลอดไป
 
.......................................
(หมายเหตุ ‘ม่ายสาว’ชาวเมืองกรุงปรุงรักมัดหนุ่มฟินแลนด์ : คอลัมน์ เขยฝรั่ง...สะใภ้อินเตอร์ โดย...  สแตนลี่ย์ เบนเน็ตต์  )