ข่าว

‘เต้น’จี้‘บิ๊กตู่’เร่งคืนประชาธิปไตย

‘เต้น’จี้‘บิ๊กตู่’เร่งคืนประชาธิปไตย

29 ก.ค. 2558

‘ณัฐวุฒิ’ ชี้คืนประชาธิปไตยเร็วเท่ากับคืนโอกาสให้ประเทศ เชื่อปฏิรูปไม่สำเร็จในเร็ววัน ดักคออย่าใช้เป็นข้ออ้างรักษาอำนาจ

 
         29 ก.ค.58 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่า ตนเข้าใจรัฐบาลว่าพยายามทำเต็มที่ทั้งเรื่องค้ามนุษย์ ประมง หรือการบิน แต่รัฐบาลต้องเข้าใจความจริงเช่นกันว่า น้ำหนักในการอธิบายความบนเวทีระหว่างประเทศวันนี้เป็นอุปสรรคใหญ่ ตนพูดมาตลอดว่า ประชาธิปไตยเป็นต้นทุนของประเทศ เมื่อไทยขาดต้นทุนนี้ทุกอย่างก็ยากไปหมด ส่วนการที่นายกฯ บอกว่ามีเรือดำน้ำต่างชาติจะได้เกรงใจนั้น เท่าที่เห็นหลายประเทศถึงมีขีปนาวุธแต่ไม่มีประชาธิปไตยก็ไม่ได้รับการยอมรับ แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ 90 วันที่รอผลการพิจารณาเรื่องบอยคอตของสหรัฐอเมริกานั้น เป็นช่วงเวลาใกล้เคียงกับที่ IUU พิจารณาเรื่องประมง สถานการณ์เหมือนอยู่ในวงล้อม อำนาจต่อรองของไทยซึ่งน้อยอยู่แล้วจะยิ่งน้อยลงไปอีก การส่งออกซึ่งวิกฤติอยู่แล้วก็เสี่ยงจะมหาวิกฤติ ประกอบกับช่วงเวลานั้นการเมืองในประเทศจะชัดเจนทั้งร่างรัฐธรรมนูญและผลการลงมติของสปช. ถ้าออกมาแบบทำกันเองแล้วจงใจคว่ำกันเองบนเรือแป๊ะเพื่อให้รัฐบาลอยู่ต่อก็ไม่เหลือความชอบธรรมใดๆ ไปอธิบายกับต่างประเทศ หรือหากเนื้อหาล้าหลังจนแพ้ประชามติก็เท่ากับประชาชนปฏิเสธคสช. ผู้มีอำนาจจะอ้างรัฐธรรมนูญชั่วคราวต่ออายุก็มีปัญหาความชอบธรรมอยู่ดี 
 
         “ผมไม่มีความคิดว่าเราต้องเดินตามประเทศไหนทุกฝีก้าว แต่ความจริงที่อยากให้รัฐบาลตระหนักคือ การคืนสู่ประชาธิปไตยโดยเร็วที่สุด เท่ากับคืนโอกาสให้ประเทศไทย การปฏิรูปไม่สำเร็จในเร็ววันนี้หรอก อย่าใช้เป็นข้ออ้างรักษาอำนาจต่อไป ผมมั่นใจว่าประชาชนพร้อม แต่กำลังสงสัยว่าใครกันแน่ที่ไม่พร้อมสำหรับประชาธิปไตย” นายณัฐวุฒิ กล่าว
 
 
‘เพื่อไทย’ จี้เร่งคืนประชาธิปไตย ก่อนเศรษฐกิจทรุดหนัก
 
 
         นางสาวอนุตตมา อมรวิวัฒน์ รักษาการรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การส่งออกในเดือนมิถุนายนลดลงอย่างหนักที่ - 7.87% ซึ่งต่ำสุดในรอบ 3 ปี 6 เดือน และเป็นการติดลบ 6 เดือนติดต่อกัน ทำให้ครึ่งปีแรกของการส่งออกติดลบ 4.84% เป็นไปตามที่คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทยเตือนไว้แต่แรก นอกจากนี้ยังได้เตือนไว้อีกว่า เศรษฐกิจในครึ่งปีหลังจะทรุดหนักมากกว่าครึ่งปีแรก ซึ่งก็เป็นไปได้สูงหลังจากที่สหรัฐอเมริกาประกาศให้ไทยยังคงอยู่ในเทียร์ 3 ซึ่งเป็นอันดับต่ำสุดในปัญหาการค้ามนุษย์ หากคิดว่าประเทศไทยจะไม่ได้รับผลกระทบอะไร หรือจะรณรงค์ไม่ให้ซื้อสินค้าจากสหรัฐอเมริกาก็คงเป็นตรรกะวิบัติอย่างแน่นอน เพราะเชื่อว่าสหรัฐอเมริกาจะต้องมีมาตรการกีดกันทางการค้าออกมาแน่นอน จะยิ่งทำให้การส่งออกของไทยที่ทรุดอยู่แล้วยิ่งทรุดลงมากขึ้น เพราะปัจจุบันการส่งออกไปสหรัฐอเมริกายังขยายตัวได้จากสภาวะเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาที่ดีขึ้น ในขณะที่การส่งออกไปยังประเทศอื่นกลับทรุดตัวลงมาก ปัญหาและความกังวลดังกล่าวยังส่งผลกระทบให้หุ้นตกอย่างมาก และยังมีแนวโน้มที่จะตกลงต่ออีก ซึ่งจะเป็นดัชนีบ่งชี้ว่าแนวโน้มเศรษฐกิจในอีกหลายเดือนข้างหน้าจะแย่ยิ่งกว่านี้ และแนวโน้มเศรษฐกิจอาจจะทรุดลงไปเรื่อยๆ การปรับคณะรัฐมนตรีก็อาจจะไม่สามารถแก้ปัญหาดังกล่าวได้ ดังนั้น เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจจึงควรเร่งกลับสู่ประชาธิปไตยโดยเร็ว เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งชาวไทยและต่างประเทศ อีกทั้งยังช่วยหลีกเลี่ยงไม่ให้ประเทศต่างๆ ออกมาตรการกีดกันการค้ากับไทยเพิ่มขึ้นอีก เพราะเชื่อว่าจะโดนแน่หากยังไม่มีกำหนดเวลาที่ชัดเจน