
คลังถกเกณฑ์สมทบเงินเข้ากบช.รัฐจ่าย100%ให้ผู้ออมอายุ 51 ปี
คณะกรรมการตลาดทุนหารือกำหนดหลักเกณฑ์สมทบเงินให้ประชาชนตามกองทุนบำนาญแห่งชาติ เล็งสมทบเพิ่มเป็นขั้นบันไดตามอายุผู้เข้ากองทุน เริ่มต้น 20 ปี สมทบ 50% หลัง 51 ปีขึ้นไปรัฐสมทบ 100%
นายสมชัย สัจจพงศ์ ผู้อำนวยการ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า วันที่ 20 กรกฎาคมนี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการพัฒนาตลาดทุน เพื่อให้สิทธิกับประชาชนนอกระบบประกันสังคมให้มีระบบการบำนาญรองรับเมื่อเกษียณอายุ รวมทั้งพิจารณารูปแบบการออมเพื่อการเกษียณอายุ โดยเบื้องต้นนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเห็นชอบในหลักการ ร่างกองทุนบำนาญแห่งชาติ (กบช.) แล้ว เหลือเพียงการเสนอร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าว ให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบเท่านั้น ซึ่งในหลักการสมทบจะแบ่งเป็น 3 ช่วงอายุ คือ อายุ 20-30 ปี หากประชาชนใส่เงินเข้ามาใน กบช. 100 บาท รัฐบาลจะสมทบให้ 50 บาท อายุ 31-50 ปี ใส่เงินเข้า 100 บาท รัฐบาลจะสมทบให้ 80 บาท และหากอายุ 51 ปีขึ้นไปรัฐบาลจะสมทบให้ 100 บาท
นอกจากนั้น ในรูปแบบการบริหาร กบช. รัฐบาลจะรับประกันผลตอบแทนให้ไม่ต่ำกว่า ดอกเบี้ยเงินฝากประจำอายุ 1 ปี และจะจ่ายคืนตั้งแต่อายุ 60 ปีขึ้นไป ด้วยการทยอยจ่ายอย่างน้อยเดือนละ 2,000-2,500 บาท และเมื่อรวมกับเบี้ยผู้สูงอายุอีกเดือนละ 500 บาท จะทำให้ผู้สูงอายุมีรายได้ต่อเดือนที่ 3,000 บาท ซึ่งน่าจะเป็นค่าใช้จ่ายพื้นฐานให้แก่คนแก่ที่อยู่นอกระบบการประกันสังคมและนอกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้
สำหรับแนวทางการลดหย่อนภาษีจากดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์นั้น ขณะนี้กรมสรรพากรกำลังศึกษารายละเอียด เพื่อให้สะดวกกับการจัดเก็บภาษี ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับประชาชนหลายล้านคน เพราะรายได้จากการจัดเก็บภาษีส่วนนี้ไม่มาก แต่มีคนที่ได้รับผลกระทบจำนวนมาก และรัฐบาลไม่กลัวว่าจะสูญเสียรายได้จากการขยายวงเงินลดหย่อนภาษีดอกเบี้ยเนื่องจากต้องการช่วยเหลือประชาชนกว่า 6-7 ล้านบัญชีที่มีในปัจจุบันมากกว่า



