ข่าว

‘ผบ.ทบ.’ยันไทยแก้ค้ามนุษย์ดีสุดแล้ว

‘ผบ.ทบ.’ยันไทยแก้ค้ามนุษย์ดีสุดแล้ว

29 ก.ค. 2558

‘ผบ.ทบ.’ ยันไทยแก้ค้ามนุษย์ดีสุดแล้ว หวังปีหน้าดีขึ้น ปัดตอบต้นเหตุการเมือง ลั่นกำจัดผู้มีอิทธิพลได้ใน 1 ปี ยังไม่เห็นหนังสือ ‘สุเทพ’ ขอแถลงข่าว ปรามอย่านอกกรอบ

 
         29 ก.ค.58 เมื่อเวลา 07.00 น. ที่ฝูงเครื่องบินกองการบิน กรมการขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.) พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมและผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวถึงกรณีที่สหรัฐอเมริการายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ของประเทศไทยอยู่ในระดับเทียร์ 3 ว่า สำหรับฝ่ายความมั่นคงจะพยายามสนับสนุนในประเด็นนี้อย่างเต็มที่ เพราะการทำงานของเราก็เต็มที่ทุก ๆ อย่าง โดยเฉพาะการดำเนินคดีกับคนที่เกี่ยวข้องเราก็ทำอย่างตรงไปตรงมา ไม่ได้ช่วยเหลือใครเป็นกรณีพิเศษ ไม่ว่าทหาร ตำรวจ หรือพลเรือน ส่วนกรณีคนในกองทัพบกที่มีส่วนเกี่ยวข้องนั้น เราต้องให้ความเป็นธรรมด้วยในการต่อสู้คดี แต่ย้ำว่าไม่ได้เข้าไปช่วยเหลือถ้ากระทำความผิดจริง ดังนั้นเราก็จะเดินหน้าทำต่อไปให้ดีที่สุด ในทำนองเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก็ได้ย้ำให้ทำในสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสม และคิดว่าโอกาสต่อไปเราน่าจะได้รับการปรับระดับที่ดีขึ้นกว่านี้
 
         สำหรับการกำจัดผู้มีอิทธิพล ทั้งทหาร ตำรวจ และพลเรือน ในขบวนการค้ามนุษย์จะทำได้หรือไม่ใน 1 ปี พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า เราทำได้ดีมาก ไม่ว่าอิทธิพลใด ๆ ก็ตาม ตนคิดว่าไม่น่าจะมีแล้ว แต่ถ้ายังมีใครกระทำความผิดอีกคงต้องรับโทษทัณฑ์แน่นอน ก็ขอให้มั่นใจได้ ประกอบกับถ้าใครพบ หรือมีข้อมูลว่าใครกระทำผิดก็สามารถแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ได้ เพื่อให้ดำเนินการทันที
 
         ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่การค้ามนุษย์ของไทยยังคงระดับเทียร์ 3 อาจถูกการเมืองระหว่างประเทศแทรกแซง พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า “ผมคงตอบไม่ได้ แต่อยากให้สังคมพิจารณากันเอง ผมคิดว่าทุกชาติล้วนเป็นมิตรประเทศเราต้องรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกันไว้ แต่ขอให้เฝ้ามองต่อไป”
 
 
‘บิ๊กโด่ง’ เผยยังไม่เห็นหนังสือ ‘สุเทพ’ ขอแถลงข่าว 30 ก.ค. ปรามอย่านอกกรอบ
 
 
         เมื่อเวลา 07.00 วันที่ 29 กรกฎาคม ที่ ที่ฝูงเครื่องบินกองการบิน กรมการขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.) พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมและผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงกรณีการติดตามการเคลื่อนไหวของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตแกนนำกปปส. พร้อมพวก ว่า ต้องเข้าใจว่าทางฝ่ายความมั่นคงจะต้องรักษาความเรียบร้อยให้ได้ ไม่ว่าจะฝ่ายใดก็ตาม ตนขอให้ระลึกถึงความสงบของประเทศ ในกรณีนายสุเทพนั้นเราต้องดูว่าถ้าเป็นการพบปะพูดคุยที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง และไม่ก่อให้เกิดความไม่เรียบร้อย ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ขณะเดียวกันกรณีครูบาอาจารย์ ตนเห็นว่าก็มีการจัดสัมมนาเชิงวิชาการกันเป็นจำนวนมาก จนจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตไปแล้ว แต่จะต้องเป็นไปตามกรอบที่คสช.กำหนดจะต้องไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง และก่อให้เกิดความไม่สงบ ถ้าไม่เป็นไปตามนี้เราก็ไม่อนุญาตให้ดำเนินการ ตนขอให้ทุก ๆฝ่ายที่จะแสดงออกอะไรก็ขอให้ระมัดระวังด้วย เพราะคสช.จะต้องรักษากฎระเบียบที่กำหนดไว้ ให้เป็นมาตรฐานอย่างเท่าเทียมกัน และอยากให้เข้าใจว่าทุกอย่างดำเนินไปตามปกติอย่างดี 
 
         ผู้สื่อข่าวถามว่า เห็นหนังสือขออนุญาตจัดงานแถลงมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อความปรองดองแล้วหรือไม่ พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ตนยังไม่เห็น ถ้าเห็นตนคงจะดูรายละเอียดว่ามีลักษณะงานเป็นแบบใด ถ้าเป็นมูลนิธิที่สร้างสรรค์สิ่งดีก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่ถ้ามีรูปแบบที่ไม่เหมาะสมก็คงไม่ให้ดำเนินการ
 
         ส่วนฝ่ายความมั่นคงจะติดตามเป็นพิเศษหรือไม่ เนื่องจากนายสุเทพ เคยเคลื่อนไหวสร้างความวุ่นวายให้ประเทศ เลขาธิการคสช. กล่าวว่า “ก็ต้องปฏิบัติเหมือนกันทุกฝ่าย เพราะในภาพรวมเราต้องรักษาความสงบสุขของประเทศให้ได้ แต่ก็ไม่ได้เพ่งเล็งอะไร แต่เราติดตามทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียมกัน ผมขอย้ำว่าอะไรที่ทำให้เกิดความไม่สงบต้องระงับไว้ คงจะยอมให้ไม่ได้”
 
 
‘พล.อ.อุดมเดช’ ยกคณะตรวจเยี่ยมทุ่งยางแดง
 
 
         เมื่อเวลา 07.00 น.ที่ฝูงเครื่องบินกองการบิน กรมการขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.) พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะเลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ลธ.รมน.) กล่าวก่อนลงพื้นที่ทุ่งยางแดงโมเดล จ.ปัตตานี ว่า ตนพร้อมคณะจะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานในรอบเดือนของกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ซึ่งจะไปมอบโรงเรียนที่ได้ซ่อมแซมเสร็จ ภายหลังถูกลอบวางเพลิงมาก่อนหน้านี้ อีกทั้งจะไปกำชับการปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (จชต.) และช่วงนี้ถ้าเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้วเหตุการณ์ความรุนแรงลดลง แต่ยังคงมีความรุนแรงอยู่    
 
         ทั้งนี้ตนย้ำว่าทุกภาคส่วนในพื้นที่ยังคงตั้งใจปฏิบัติงานอยู่อย่างต่อเนื่อง ส่วนการปฏิบัติทางด้านศาสนกิจของแต่ละศาสนานั้น ตนขอชี้แจงว่าการประกอบศาสนกิจของแต่ละศาสนาเราจะให้การสนับสนุน ทั้งศาสนาพุทธ หรือศาสนาอิสลาม เราจะพยายามให้เป็นไปตามปกติ ในทางกลับกันพื้นที่ใดก็ตามที่มีข่าวเคลื่อนไหวก่อเหตุความรุนแรงก็คงให้ชะลอไว้ก่อนดีกว่า