
เชลยเทียร์ 3
เชลยเทียร์ 3 : บรรณาธิการประจำวันที่29ก.ค.2558
พลันที่สหรัฐอเมริกาประกาศรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ประจำปี 2558 ให้ไทยยังคงอยู่ในบัญชี 3 หรือ “เทียร์3” คือกลุ่มประเทศที่ดำเนินการไม่สอดคล้องกับมาตรฐานขั้นต่ำตามกฎหมายของสหรัฐ และไม่มีความพยายามปรับปรุงแก้ไข ซึ่งสหรัฐอาจพิจารณาระงับการให้ความช่วยเหลือที่มิใช่ความช่วยเหลือเพื่อมนุษยธรรมและความช่วยเหลือที่เกี่ยวกับการค้า ทำให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต่างพะว้าพะวงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นตามมา หากสหรัฐประกาศคว่ำบาตรไทย โดยหยิบยกประเด็นปัญหาการค้ามนุษย์ในไทยมาเป็นเหตุผลใหญ่
หลังทราบผลรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ออกคำแถลงทำนองว่า ยังคงสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่รัฐของไทยเเก้ปัญหานี้
แต่จะดีกว่านั้นหาก ในการจัดทำรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ครั้งต่อไป ให้ตัดสินไทยตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏ โดยไม่มี “การเมืองระหว่างประเทศ” แอบแฝง อย่าเอาเรื่องปัญหาการค้ามนุษย์มาทำเหมือนไทยเป็น “เชลย” ของ “เทียร์ 3”
โดยบริบทปัญหาการค้ามนุษย์ในไทยทุกวันนี้ ผู้ที่เกี่ยวข้องต้องยอมรับก่อนว่า พลเมืองไทย กำลังถูกต่างชาติยัดเยียดให้เสมือนเป็นคนผิด เพราะการค้ามนุษย์มาปรากฏเด่นชัดในไทย ทั้งที่ต้นตอของปัญหาล้วนแล้วแต่มาจากต่างชาติแทบทั้งสิ้น
จริงอยู่ที่ไทยปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ เพราะเรื่องราวเหล่านี้เกิดขึ้นในบ้าน แต่หากพิจารณาให้ถ่องแท้ถึงต้นตอของปัญหา อาจเป็นเพราะคนไทยใจดีเกินไป รวมถึงนโยบายเปิดประเทศส่งเสริมการท่องเที่ยวที่พร้อมต้อนรับคนทั่วโลกทุกประเภทโดยคัดกรองคนเข้าเมืองน้อยไป
ยกตัวอย่างแก๊งขอทาน แทบทุกสะพานลอยในกรุงเทพมหานคร รวมถึงเมืองใหญ่ๆ ทั่วประเทศ เอาตามข้อเท็จจริงมีคนไทยอยู่กี่มากน้อยที่เข้าไปยุ่งเกี่ยว แทบทั้งหมดของแก๊งขอทานในเวลานี้มาจากประเทศเพื่อนบ้าน มากสุดคือกัมพูชา ระยะหลังเป็นแก๊งคนจีน ที่เข้าเมืองมาในฐานะนักท่องเที่ยวแล้วอาศัยความใจดีของคนไทยทำอาชีพขอทาน พอได้เงินมากพอก็เดินทางกลับไป
หญิงสาวที่เข้ามาขายบริการทางเพศในไทยทุกวันนี้มากสุดคือชาวลาว รองลงไปคือชนกลุ่มน้อยในเมียนมาร์ เวียดนาม กัมพูชา และกลุ่มประเทศที่แตกจากรัสเซีย ก็มีอยู่ไม่น้อย ถามว่าคนกลุ่มนี้ถูกบังคับหรือหลอกลวงมาเหมือนเช่นอดีตหรือไม่ ตอบได้ชัดเจนส่วนใหญ่เต็มใจมากันเอง และรู้ดีด้วยซ้ำว่าเข้าไทยมาเพื่อค้าบริการทางเพศ
ปัญหาโสเภณีทุกวันนี้ประเทศที่รายรอบไทยรุนแรงกว่าไทยมาก ในพม่าที่เกาะสอง ที่ จ.ท่าขี้เหล็ก รวมถึงพื้นที่ตะเข็บชายแดนไทย มีซ่องอย่างเปิดเผย ไม่ต่างจากฝั่งลาว กัมพูชา หรือแม้แต่มาเลเซีย ก็มีปัญหาไม่แตกต่างกัน ในญี่ปุ่นย่านชินจูกุ กลางกรุงโตเกียว ก็มีปัญหานี้ไม่แตกต่างกันแทบทุกซอกตึกมีกลุ่มคนดำทำหน้าที่เป็นนายหน้าคอยหาลูกค้าให้แก่หญิงชาวญี่ปุ่นและต่างชาติที่ประจำอยู่ในย่านนั้น เป็นที่ทราบดีของชายนักเที่ยว แล้วทำไมประเทศเหล่านี้จึงอยู่ในอันดับที่แตกต่างจากไทย
ปัญหาแรงงานในเรือประมง เอาเข้าจริงๆ แล้ว ถูกบังคับขู่เข็ญมากน้อยแค่ไหน แรงงานส่วนนั้นถูกหลอกลงเรือจริงหรือไม่ จริงๆ แล้วรากเหง้าของปัญหานี้อยู่ที่การหลบหนีเข้าเมือง ต้นทางก็มาจากประเทศเพื่อนบ้านของไทย ถามว่าหากระบบตรวจคนเข้าเมืองของประเทศนั้นๆ ดำเนินการได้ดี จะมีปัญหาหรือไม่ ถามดูแรงงานที่เข้าไทยมาอยากกลับประเทศตัวเองหรือไม่ ก็น่าจะได้คำตอบ
การแก้ปัญหาค้ามนุษย์ไทยพลาดอยู่เรื่องเดียวคือ การทำความเข้าใจถึงบริบทของปัญหาที่ด้อยประสิทธิภาพในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้นานาประเทศได้รับรู้ ทางออกที่ดีที่สุดคือกระทรวงต่างประเทศต้องออกแรงแสดงบทบาทของตัวเองให้มากกว่านี้ เร่งเดินเครื่องทำความเข้าใจกับนานาประเทศให้เห็นว่าไทยพยายามแก้ปัญหานี้อย่างไร ที่สำคัญต้องรณรงค์ให้ประเทศเพื่อนบ้านของเราให้ความสำคัญกับปัญหานี้ด้วย เพราะไทยเป็นเพียงปลายทางของปัญหา หากต้นทางยังนิ่งเฉย ยังเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ เมื่อไหร่ปัญหาจะได้รับการแก้ไขเสียที ท้ายที่สุดแล้วไม่ว่าปีไหนๆ ไทยก็เป็น เชลย ของเทียร์ 3 อยู่ดี



