ข่าว

'พิพิธภัณฑ์เด็ก' การลงทุนที่คุ้มค่า

'พิพิธภัณฑ์เด็ก' การลงทุนที่คุ้มค่า

29 ก.ค. 2558

เล่าสู่กันฟัง : 'พิพิธภัณฑ์เด็ก' การลงทุนที่คุ้มค่า : โดย...บัญญัติ คำนูญวัฒน์

 
                         ถ้าให้ลองจินตนาการว่า “พิพิธภัณฑ์” เป็นอย่างไรนั้น? คนส่วนใหญ่คงนึกถึงแหล่งเรียนรู้ หรือสถานที่สำหรับเก็บบันทึกเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ที่มีข้อมูลสำคัญๆ ให้เดินหรือยืนศึกษาได้นอกเหนือจากตำราวิชาการและแบบเรียนต่างๆ เพราะนับแต่สมัยรัชกาลที่ 4 ที่ไทยมีพิพิธภัณฑ์แห่งแรกจนถึงตอนนี้เรามีทั้งพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ, พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, พิพิธภัณฑ์ชุมชน และของหน่วยงานราชการ มากกว่า 1,000 แห่งทั่วประเทศ รูปแบบแต่ละแห่งก็ไม่แตกต่างกันมากนัก คือเข้าชมด้วยการเดินศึกษาๆ ไปเรื่อยๆ อย่างเงียบๆ
 
                         แต่สำหรับ “พิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพมหานคร” แตกต่างออกไป ที่แห่งนี้มีแต่เสียงหัวเราะด้วยความสนุกสนานเป็นเหมือนสวรรค์น้อยๆ ของเด็ก นาทีแรกที่ก้าวเข้าไปก็ได้ยินเสียงเพลง “เรามาโรงเรียน เราเขียนเราอ่าน ครูเล่านิทาน สนุกสุดใจ เราเรียนเราเล่น เราเป็นเด็กไทย ร่าเริงแจ่มใส เรามาโรงเรียน” จึงไม่แปลกใจเลยที่จะได้เห็นสีหน้าของผู้คนยิ้มแย้มแจ่มใส อบอุ่น เพราะได้เห็นลูกๆ หลานๆ เรียน เล่น อย่างสนุกสนาน!
 
                         ตั้งแต่ประตูทางเดินเข้าไป ก็เจอพื้นที่นิทรรศการกลางแจ้ง ให้เด็กทุกช่วงวัย ได้เล่นลานสวนน้ำพุ และสวนหลังบ้านที่มีเครื่องเล่นปีนป่ายไว้ให้ฝึกทั้งทักษะ สมาธิ และออกกำลังแขนขา เห็นเด็กๆ ปีนไปสูงๆ ก็พลอยลุ้นตัวโก่ง เกร็งแทนเพราะถ้าพลาดมาพ่อแม่คงต้องรีบโผเข้าไปรับแทบไม่ทัน เมื่อเข้าไปในตัวอาคารห้องแรก จุดนี้เหมาะสำหรับเด็กปฐมวัย 0-6 ปี มีพื้นที่ศิลปะให้พ่อแม่นั่งตัดแปะ ระบายสี สร้างเป็นปราสาท และเล่านิทานให้เด็กๆ ได้จินตนาการ
 
                         พอเดินไปถึงชั้น 2 ของอาคารจะมีเมืองจำลอง สำหรับเด็กวัย 3-6 ปี ถ้าเดินๆ เข้าไปได้ยินเสียง หว่อ วี้ หว่อ อย่าเพิ่งตกใจ เพราะข้างในเหมือนเมืองเล็กๆ มีทั้งแปลงผักสมมุติให้เด็กปลูกต้นไม้ ร้านสะดวกซื้อให้เด็กเล่นเป็นพ่อค้าแม่ขาย โดยอาชีพที่เด็กๆ ชอบเข้าไปเล่นคือ นักข่าว เพราะมีห้องออนแอร์รายงานสดเห็นหน้าชัดๆ ผ่านทีวี ทำให้กล้าคิด กล้าทำ กล้าพูด
 
                         ถัดมาที่อาคารทอตะวัน พื้นที่เหมาะกับเด็กวัย 7-12 ปี ที่ออกแบบให้เรียนรู้เป็นนักวิทยาศาสตร์ นักประดิษฐ์รุ่นจิ๋ว มีทั้งการทดลองโซนบ้านไม่เปียกน้ำ อัศจรรย์กับร่างกายมนุษย์ มุมมองพิศวงที่ใช้กระจกนูน กระเว้า กระจกหลายๆ ด้าน ให้เด็กได้เห็นมุมหักเห รูปร่างหน้าตาผิดแปลก แต่ก็น่าค้นหา และที่พิเศษสุดยังมีพื้นที่นักสืบไดโนเสาร์ ที่เด็กๆ จะได้สนุกกับการค้นซากฟอสซิลแล้วกระโจนไปคลุกเล่นในบ่อทรายขนาดใหญ่
 
                         ลองทบทวนดูว่า 16 ปี กว่าเด็กจะเรียนอนุบาล ประถม จนมัธยม และสอบเข้ามหาวิทยาลัย รับปริญญามีงานทำ กับเงินทุนมากมายมหาศาล และหยาดเหงื่อเงินเดือนของพ่อแม่พี่น้องที่ต้องส่งเสียให้ลูกหลานเรียนได้ถึงวันนั้น แต่วันนี้มีจุดเริ่มต้นแหล่งเรียนรู้ดีๆ ที่กรุงเทพมหานครดำเนินการปรับปรุงด้วยงบประมาณกว่า 70 ล้านบาท ทำให้หลายครอบครัวได้มีโอกาสมาเรียน เล่น นอกตำรา เกิดความรู้ ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา จึงถือได้ว่าเป็นการลงทุนเพื่อการศึกษาที่คุ้มค่าไม่น้อย
 
                         จึงอยากเห็น “พิพิธภัณฑ์เด็ก” แบบนี้เกิดขึ้นในทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยอาจเปิดโอกาสให้พ่อค้านักธุรกิจประชาชนในท้องถิ่นที่สนใจมาร่วมบริจาคเงินสนับสนุนเป็นกิจกรรมตอบแทนชุมชนที่เขาอาศัย ซึ่งเชื่อว่าคงมีคนสนใจไม่น้อย เพื่อที่เด็กๆ ทุกคนจะได้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งความรู้นอกโรงเรียนแบบนี้ได้เท่าเทียมกัน
 
 
 
 
----------------------
 
(เล่าสู่กันฟัง : 'พิพิธภัณฑ์เด็ก' การลงทุนที่คุ้มค่า : โดย...บัญญัติ คำนูญวัฒน์)