นายกฯนำลงนามถวายพระพรสมเด็จพระบรมฯ
นายกฯ พร้อมด้วยภริยา ลงนามถวายพระพร สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมายุ 63 พรรษา
พสกนิกรทั่วประเทศพร้อมใจถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 63 พรรษา นายกฯ นำ ครม.-ข้าราชการลงนามถวายพระพร เทียนชัยสว่างทั่วแผ่นดิน
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 28 กรกฎาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รศ.นราพร จันทร์โอชา คู่สมรส พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี ร่วมลงนามถวายพระพรสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 63 พรรษา ณ ห้องแดง ศาลาว่าการพระราชวัง ทั้งนี้ สำนักพระราชวังได้จัดสถานที่ไว้ให้ประชาชนทุกหมู่เหล่าไปลงนามถวายพระพรสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เพื่อแสดงความจงรักภักดี โดยตั้งแต่ช่วงเช้ามีคณะทูตานุทูต ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และประชาชน ร่วมลงนามถวายพระพรอย่างต่อเนื่องเป็นจำนวนมาก จากนั้น เวลา 18.00 น. พสกนิกรทั่วประเทศร่วมพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคลสว่างไสวไปทั่ว
ส่วนบรรยากาศการถวายพระพรชัยมงคลทั่วประเทศพบว่า ประชาชนทุกหมู่เหล่าต่างพร้อมใจร่วมกันเฉลิมพระเกียรติ อาทิ จ.ลำปาง เวลา 08.00 น. นายธานินทร์ สุภาแสน ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เป็นประธานพิธีฝ่ายฆราวาส นำคณะผู้บริหารหน่วยงานองค์กรภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน รวมทั้งพนักงาน เจ้าหน้าที่ และเหล่าบรรดาข้าราชการจากสังกัดหน่วยงานต่างๆ ทั้งฝ่ายพลเรือน อัยการ ทหาร ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ จ.ลำปาง เกือบ 700 คน ร่วมประกอบพิธีสวดเจริญชัยมงคลคาถา ลงนามถวายพระพร และถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เนื่องในโอกาสมหามงคลทรงเจริญพระชนมายุ 63 พรรษา 28 กรกฎาคม 2558 ที่หอประชุมฝ้ายคำ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีนครลำปาง ต.หัวเวียง อ.เมือง จ.ลำปาง โดยมีพระราชจินดานายก เจ้าคณะจังหวัดลำปาง เจ้าอาวาสวัดพระเจดีย์ซาวหลัง พระอารามหลวง เป็นประธานพิธีฝ่ายสงฆ์ นำพระภิกษุสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 10 รูป สวดเจริญชัยมงคลคาถา
ส่วนที่ จ.ปทุมธานี เมื่อเวลา 13.30 น. นางประภาศิริ สัจจชลพันธ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดปทุมธานี นายเมธา ทวีกุลกิจชัย นายอำเภอหนองเสือ นำข้าราชการ ประชาชนร่วมใจกันบริจาคโลหิตเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ที่ที่ทำการอำเภอหนองเสือ เพื่อเป็นการถวายความจงรักภักดี และจะได้นำโลหิตที่ได้รับไปช่วยเหลือผู้ที่ต้องการในยามฉุกเฉิน ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างมากมายเข้ามาร่วมบริจาคโลหิต
ที่ จ.น่าน นายอุกริช พึ่งโสภา ผู้ราชการจังหวัดน่าน นำพสกนิกรจังหวัดน่านทุกหมู่เหล่าร่วมกันประกอบพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 64 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อให้ประชาชนชาวน่านได้พร้อมใจร่วมกันถวายความจงรักภักดี และแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทิตาสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ที่พระองค์ได้ทรงอุทิศพระวรกายบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อพสกนิกรชาวไทย อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นเตือนสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนทุกภาคส่วน ทุกฝ่าย ได้เกิดความรัก ความผูกพัน มีความเทิดทูนต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และยังเป็นการสานสัมพันธ์ สร้างความสมัครสมานสามัคคีปรองดองให้แก่ประชาชนคนในพื้นที่
ส่วนที่ จ.สงขลา บริเวณสี่แยกพระพุทธศรีสงขลานครินทร์ ถนนราชดำเนินตัดถนนปละท่า อ.เมือง นายธำรงค์ เจริญกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 63 พรรษา โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ตำรวจ ทหาร พ่อค้า ประชาชน นำอาหารหวานคาว ข้าวสารอาหารแห้ง มาร่วมในพิธีทำบุญตักบาตรเป็นจำนวนมาก เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ โดยมีพระสงฆ์จำนวน 63 รูป เดินรับบาตรจากประชาชน ขณะเดียวกันเวลา 18.00 น. ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาเป็นประธานในพิธีถวายเครื่องราชสักการะ จุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล บริเวณเวทีกลางสระบัว แหลมสมิหลา อ.เมือง จ.สงขลา
นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่าโครงการเกษตรเคลื่อนที่ฯเป็นโครงการที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับไว้เป็นโครงการในพระราชานุเคราะห์ เพื่อให้บริการแก่เกษตรกรในการแก้ไขปัญหาทางการเกษตร ซึ่งมีทั้งการถ่ายทอดความรู้และส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีที่จำเป็นต่อกระบวนการผลิตด้านการเกษตร อันจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการด้านวิชาการและถ่ายทอดเทคโนโลยีแก่เกษตรกรในพื้นที่ห่างไกล ให้สามารถเลือกใช้เทคโนโลยีการเกษตรที่เหมาะสม โดยมีการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างองค์กรวิจัยและพัฒนาการเกษตรที่เป็นแหล่งวิชาการเฉพาะด้านกับเกษตรกรที่ต้องการความรู้และวิทยาการใหม่ๆ ทั้งด้านพืช ปศุสัตว์ ประมง พัฒนาที่ดิน และในด้านอื่นๆ โดยในครั้งนี้สำนักงานเกษตรจังหวัดชัยนาท ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หน่วยงานในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และภาคเอกชนได้นำทั้งอุปกรณ์ เครื่องมือ และองค์ความรู้ด้านการเกษตรมาบริการแก่พี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ แบบครบวงจรในจุดเดียว
นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่าอยากให้ทุกคนได้นำโครงการดังกล่าวไปใช้ประโยชน์ และนำไปเผยแพร่ให้คนในชุมชนได้ปฏิบัติตามด้วย สำหรับข้อสงสัย และปัญหาอุปสรรคต่างๆ ถ้ามีเพิ่มเติมในภายหลัง ก็สามารถติดต่อสอบถามได้ตามหมายเลขโทรศัพท์ของหน่วยงานที่ให้บริการแจกให้ได้ตลอดเวลา



