
หนุ่มอกหักเมาซิ่งแหกด่านชนตร.เจ็บ
28 ก.ค. 2558
หนุ่มอกหักเมาซิ่งกระบะ เจอด่านตรวจแหกด่านหนีชนรถตร.เจ็บ สุดท้ายจนมุมโดดหนีลงคลอง ตร.ตามจับไว้ได้
วันที่ 28 กรกฎาคม 2558 เมื่อเวลา 01.00 น. ขณะที่ ร.ต.ท.สาธิต ศรีโหมด รอง สว.จร.สน.ทุ่งมหาเมฆ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สน.ทุ่งมหาเมฆ กำลังตั้งด่านตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์อยู่บริเวณแยกพิพัฒน์ ถนนสีลมฝั่งขาออก แขวงสีลม เขตบางรัก ก็พบรถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน 1 ฒฐ-3284 กทม. ขับผ่านเข้ามาที่ด่าน เจ้าหน้าที่จึงเรียกให้หยุดเพื่อขอตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ ชายผู้ขับขี่ลดกระจกลงมาพร้อมยื่นใบขับขี่ให้ ระบุชื่อนายณัฐพล นิลพันธ์ อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 393 หมู่ที่ 12 ต.บัวแดง อ.ปทุมรัตต์ จ.ร้อยเอ็ด แต่ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังจะนำเครื่องตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์มาให้นายณัฐพลเป่านั้น เจ้าตัวกลับเร่งเครื่องรถกระบะแหกด่านหลบหนีไปทันที
หลังจากนั้น ด.ต.ธนากร เกิดอุดมทรัพย์ ผบ.หมู่ จร.สน.ทุ่งมหาเมฆ จึงขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ซีบีอาร์ 300 อาร์ หมายเลขทะเบียน ตราโล่ 54503 ไล่ตามรถกระบะของนายณัฐพลมาอย่างกระชั้นชิด โดยนายณัฐพล ได้เลี้ยวซ้ายที่แยกศาลาแดง ก่อนตรงมาที่แยกอังรีดูนังต์ พร้อมทั้งฝ่าไฟแดงพุ่งชนหญิงที่กำลังข้ามถนนตรงแยกดังกล่าวได้รับบาดเจ็บ 1 ราย เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง รีบนำตัวส่งรพ.ตำรวจ ทราบชื่อต่อมาคือ น.ส.ดอกรัง เชื่องกระโทก อายุ 54 ปี เบื้องต้นพบว่าได้รับบาดเจ็บขาขวาหัก มีบาดแผลถลอกตามใบหน้าและร่างกายหลายแห่ง
นายณัฐพล ยังไม่ยอมหยุดรถ กลับรีบเร่งเครื่องเลี้ยวขวาที่แยกดังกล่าว หลบหนีเข้าถนนอังรีดูนังต์ ขณะนั้นนายณัฐพล พยายามเบียดรถจักรยานยนต์ของด.ต.ธนากร ให้ล้มถึง 2 ครั้ง แต่ ด.ต.ธนากร ยังประคองรถเอาไว้ได้ จนกระทั่งนายณัฐพล มาเบรกกระทันหันจนทำให้ รถจักรยานยนต์ของ ด.ต.ธนากร พุ่งชนท้ายจนไฟหน้าแตก บังโคลนหน้าหัก แต่ ด.ต.ธนากร ก็ยังขับขี่รถจักรยานยนต์ไล่ตามไป จากนั้นนายณัฐพลได้เลี้ยวซ้ายที่แยกเฉลิมเผ่า ผ่านแยกปทุมวันมาจนถึงแยกเจริญผลแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนบรรทัดทอง ก่อนจะมุ่งหน้าผ่านหัวลำโพงแล้วขับมุ่งหน้าผ่าน สน.นพวงศ์ และการรถไฟแห่งประเทศไทย ก่อนพุ่งชนประตูรั้วที่ติดกับสะพานข้ามคลองผดุงกรุงเกษม เลี้ยวซ้ายที่แยกกษัตริย์ศึกเข้าถนนกรุงเกษม ซึ่งจังหวะนั้นการจราจรติดขัด เนื่องจากมีบรรดาพ่อค้าแม่ค้าย่านโบเบ๊กำลังตั้งแผงขายเสื้อผ้ากันอยู่
เมื่อนายณัฐพลเห็นท่าไม่ดี จึงเปิดประตูทิ้งรถให้ไหลไปชนรถคันอื่นที่จอดติดอยู่ ก่อนที่เจ้าตัวจะวิ่งไปที่ตลาดโบ๊เบ๊สะพาน 2 แล้วกระโดดลงคลองผดุงกรุงเกษมเพื่อหลบหนี ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงประสานเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งให้ช่วยกันค้นหา จนกระทั่งเวลาผ่านไปประมาณ 30 นาที จึงสามารถจับกุมตัวนายณัฐพลเอาไว้ได้ในคลองดังกล่าว ส่วนรถกระบะของนายณัฐพล ได้รับเสียหายด้านหน้าพังยับ ท้ายรถฝั่งขวามีรอยชนยุบ และยางล้อหลังแตก 2 ฝั่ง จากนั้นเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวส่ง ร.ต.ท.สกลวิชญ์ เทพมา พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ทำการสอบปากคำ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย ผลปรากฏว่าสูงถึง 106 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งสูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด
จากการสอบสวนนายณัฐพล ซึ่งยังอยู่ในอาการมึนเมาสุรา ให้การเบื้องต้นว่า ตนทำอาชีพรับจ้างส่งของ โดยก่อนเกิดเหตุเพิ่งเลิกกับแฟนสาว จึงออกไปซื้อเบียร์มานั่งดื่มคนเดียวในห้องพักย่านรามคำแหงไปประมาณ 8 ขวด หลังจากนั้นก็ออกจากห้องมาขับรถเล่นไปเรื่อยโดยไม่ทราบว่าขับไปที่ไหนมาบ้าง จนกระทั่งมาเจอด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ที่แยกพิพัฒน์ ด้วยความกลัวเนื่องจากไม่เคยถูกตำรวจจับมาก่อน เลยขับรถหลบหนีออกมาทันที โดยจำไม่ได้ว่าชนคนหรือรถใครเสียหายไปบ้าง จนกระทั่งมารู้สึกตัวอีกทีก็ถูกตำรวจจับกุมแล้ว
ด้าน น.ส.สาคร กกกระโทก อายุ 33 ปี หลานสาวของ น.ส.ดอกรัง ที่ถูกนายณัฐพลขับรถชนจนได้รับบาดเจ็บ ให้การว่า ตนกับน.ส.ดอกรัง ทำงานอยู่ที่ร้านนวดแผนโบราณย่านสุรวงศ์ โดยก่อนเกิดเหตุเพิ่งเลิกงาน กำลังจะเดินข้ามถนนตรงแยกอังรีดูนังต์ เพื่อไปเรียกแท็กซี่หน้ารพ.จุฬาฯ กลับบ้าน ขณะที่กำลังข้ามถนนจะไปถึงเกาะกลางถนนแล้ว น.ส.ดอกรัง ก็ถูกรถกระบะคันดังกล่าวขับฝ่าไฟแดงมาพุ่งชนจนได้รับบาดเจ็บ แล้วหลบหนีไป จึงรีบนำตัว น.ส.ดอกรัง ส่งโรงพยาบาลตำรวจ ก่อนจะเดินทางมาสน.ปทุมวันหลังจากทราบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้ขับขี่รถคันดังกล่าวได้แล้ว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาขับขี่รถโดยประมาทและหลบหนีการจับกุมจนเฉี่ยวชนผู้อื่นได้รับบาดเจ็บและมีทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหาย กับขับขี่รถขณะมึนเมาสุรา ก่อนนำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



