
ไต้หวันจะมีประธานาธิบดีหญิงคนแรก?
ไต้หวันจะมีประธานาธิบดีหญิงคนแรก? : โลกสาระ โดยกวี จงกิจถาวร
การเมืองเกาะไต้หวันกำลังเข้มข้นขึ้นทุกวัน ซับซ้อนซ่อนเงื่อนแบบหนังกำลังภายใน มีทั้งมิติการเมืองภายใน มิติสัมพันธ์ระหว่างสองจีน และที่สำคัญมีมิติเกี่ยวกับสิทธิสตรีและความเท่าเทียมในสังคมไต้หวันมาเกี่ยวข้องด้วย
คู่แข่งประธานาธิบดีคนใหม่ของไต้หวันมี 2 คน คนแรกเป็นนักการเมืองมือเก๋ากึ๊กของพรรคดีพีพี ชื่อนางไช่ อิง เหวิน ในการเลือกตั้งครั้งที่แล้วเธอต้องพ่ายแพ้ แต่มาครั้งนี้คาดว่าเธออาจจะชนะ คนไต้หวันเริ่มเบื่อพรรคจีนคณะชาติ (ก๊กมินตั๋ง) ที่ใกล้ชิดกับจีนมากเกินไป แถมเศรษฐกิจตกต่ำ ทำให้คะแนนนิยมตก
ส่วนอีกคนเป็นรองประธานสภา ผู้แทนราษฎรของไต้หวัน นางหง ซิ่ว จู จากพรรคก๊กมินตั๋ง โอกาสชนะเลือกตั้งครั้งนี้แทบไม่มี กว่าเธอจะได้รับเลือกให้เป็นผู้เข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ภายในพรรคต้องเผชิญกับบรรดาผู้ใหญ่ของพรรคที่ไม่สนับสนุนเธอ และต้องการสนับสนุนคนอื่นๆ อย่างไรก็ดี มติพรรคอาทิตย์ที่ผ่านมา เห็นว่าเธอมีโอกาสดีที่สุดจะเอาชนะการเลือกตั้งในปีหน้า
ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งผู้นำตั้งแต่เกาะไต้หวันได้กลายเป็นประชาธิปไตย จีนจะรู้สึกหวั่นไหวมากที่สุด ต้องเฝ้าดูแนวโน้มการมืองของไต้หวันแบบนาทีต่อนาที ไม่ว่าผลการเลือกตั้งปีหน้าจะออกมาอย่างไร มันกระทบกระเทือนท่าทีและนโยบายจีนทั้งทางตรงและทางอ้อม
ในช่วงที่ผ่านมา ภายใต้การนำของประธานาธิบดีหม่า อิง จิ่ว จีนกับไต้หวันมีความสัมพันธ์ที่ดี ถ้อยทีถ้อยอาศัย ไม่มีอะไรตื่นเต้นถึงกับต้องขู่กรรโชกใช้กำลังแบบในอดีต หรือในช่วงที่มีอดีตผู้นำเฉิน สุย เปี่ยน ซึ่งชอบการประจันหน้ากับจีน (ขณะนี้ติดคุกอยู่ โดนข้อหาคอร์รัปชั่น) หม่าพยายามรักษาระยะห่างจีน-ไต้หวัน เพื่อเอาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจเป็นหลัก การค้าขาย ลงทุนกับจีนเพิ่มขึ้นมหาศาล จนคนพื้นเมืองกลัวว่าจะถูกจีนแผ่นดินใหญ่ครอบครอง
ในช่วงเวลานี้ รัฐบาลจีนได้เปิดพื้นที่ให้ไต้หวันเล่นมากขึ้นในเวทีการเมืองระหว่างประเทศ ที่ไม่กระทบกระเทือนการทูตจีนมากนัก เช่น ในองค์การยูนิเซฟ องค์การบินระหว่างประเทศ (ไอซีเอโอ) เป็นต้น ตอนนี้ไต้หวันพยายามกดดันรัฐบาลจีนเพื่อให้ประเทศตัวเองได้ขยายบทบาทการทูตในเวทีภูมิภาคมากขึ้น โดยเฉพาะในประเด็นเกี่ยวข้องกับอาเซียน ไต้หวันอยากเป็นประเทศคู่เจรจาและเข้าร่วมกรอบการค้าเสรี RCEP (Regional Comprehensive Economic Partnership) ที่กำลังเจรจาอยู่
ส่วนใหญ่สมาชิกอาเซียนยังเกรงใจและไม่อยากฝ่าฝืนข้อตกลง “หนึ่งจีน” ที่ได้สัญญาไว้กับจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้กำหนดนโยบายไทย ตามจริงสมาชิกอาเซียนอื่น เช่น สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ พยายามเสริมสร้างสัมพันธ์การค้าการลงทุนให้มากขึ้น เพราะรู้ดีว่าทั้งจีนและไต้หวันมีข้อตกลงการค้าเสรีหลายรายการ เปิดโอกาสให้อาเซียนได้พัฒนาสัมพันธ์กับไต้หวันมากขึ้น
ถึงแม้ไต้หวันมีสัมพันธ์การทูตเพียง 23 ประเทศเท่านั้น ส่วนใหญ่อยู่ในแอฟริกา ละตินอเมริกา และประเทศเล็กๆ กลางมหาสมุทรแปซิฟิก แต่หนังสือเดินทางไต้หวันเข้าประเทศทั่วโลกได้ถึง 124 ประเทศ โดยไม่มีวีซ่า (ส่วนหนังสือเดินทางไทยไปได้ 47 ประเทศเท่านั้น)
ขณะนี้สัมพันธ์ไทย-ไต้หวันเริ่มลดความสำคัญลงมาก เพราะว่านักลงทุนไต้หวันได้ย้ายทุนไปยังเวียดนามและอินโดนีเซีย แรงงานถูกกว่าและมีเสถียรภาพการเมืองที่ดีกว่าไทย นอกจากนี้ทั้งสองประเทศนี้ไม่กลัวจีน ประเด็นนี้ฝ่ายไทยต้องให้ความสนใจ เพราะไต้หวันมีบทบาทเหมือนกับญี่ปุ่นที่เข้ามาลงทุนในไทยเป็นเวลาช้านาน ได้ช่วยในการพัฒนาอุตสาหกรรมทั้งขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็กในไทย มีการส่งผ่านประสบการณ์การจัดการและเทคโนโลยี
ในปีหน้าถ้าคู่แข่งฝ่ายค้านพรรคดีพีพีของนางไช่ชนะการเลือกตั้ง รับรองได้ว่า สภาพยุทธศาสตร์ในเอเชียจะแข่งขันตึงเครียดมากขึ้นอย่างแน่นอน เธอต้องการเห็นไต้หวันเป็นเอกราช ในขณะเดียวกันประธานาธิบดีจีน สี จิ้นผิง มีท่าทีต่อไต้หวันที่ต่างจากผู้นำจีนคนก่อนๆ คือไม่ค่อยอดทนต่อการที่ไต้หวันออกไปเล่นการเมืองในลักษณะนี้ ต้องการให้มีการรวมประเทศโดยเร็วที่สุด สีเคยเป็นผู้นำพรรคที่มณฑลฝูเจี๋ยนและเจ้อเจียงสองจังหวัดอยู่ตรงข้ามไต้หวัน เข้าใจเกมการเมืองในเกาะนี้ดี
ไทยเราต้องเตรียมตัวให้ดี เพราะมีผลกระทบกระเทือนต่อภูมิภาคแน่นอน



