ข่าว

‘สิระ เจนจาคะ’กับธุรกิจอนุรักษ์บ้านทรงไทย

‘สิระ เจนจาคะ’กับธุรกิจอนุรักษ์บ้านทรงไทย

28 ก.ค. 2558

‘สิระ เจนจาคะ’กับธุรกิจ อนุรักษ์บ้านทรงไทย : คมคิดธุรกิจนิวเจน โดยสุนนท์ จันทร์ศรีทอง

             สิระ เจนจาคะถือเป็นคนหนุ่มไฟแรง ที่ปัจจุบันมีบทบาททางสังคมอย่างมาก โดยได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้ทำหน้าที่เป็น สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ด้านสังคม อยู่ในสภาขณะนี้

             นอกจากนั้นในอดีต สิระยังเคยมีบทบาทในวงการกีฬามวย เพราะครั้งหนึ่งเป็นหัวเรือใหญ่ ในการร่วมผลักดันให้ วังจั่นน้อย ส.สิระดา ก้าวขึ้นเป็น นักมวยไทยยอดเยี่ยม ของสมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทย ในปี 2536

             ปัจจุบัน สิระหันหลังให้วงการมวยและผันตนเองมาเป็นเจ้าของธุรกิจ “บ้านทรงไทย แจ้งวัฒนะ” ในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ซึ่งธุรกิจกำลังเดินหน้าไปได้สวย

             วันนี้ เรามีโอกาสได้พูดคุยกับเจ้าของธุรกิจร้อยล้านผู้นี้ ถึงความเป็นมาเป็นไปของธุรกิจบ้านทรงไทย ที่ทำมายาวนานถึง 13 ปี
     
             สิระ เล่าให้ฟังว่าเกิดที่ อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ เป็นบุตรคนที่ 8 ในจำนวนพี่น้องทั้งหมด 12 คน สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี จาก ม.เกริก สาขาการบริหารการจัดการ โดยที่ผ่านมาทำธุรกิจหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของสำนักงานทนายความ และยังเป็นผู้นำรถจากต่างประเทศเข้ามาขายในไทย เช่น ยี่ห้อเบนซ์, วอลโว่ โดยทั้งสองอาชีพนั้นอยู่ในตำแหน่งผู้บริหาร และถือว่าประสบความสำเร็จ ก่อนที่ภายหลังจะมาเจอสภาวะวิกฤติหลายอย่าง จนต้องเลิกราจากอาชีพดังกล่าวไปในที่สุด

             ช่วงนั้น ชีวิตขึ้นสูงสุดและก็ตกลงมา แต่ไม่ได้ย่อท้อ เพราะเราเกิดมาเพื่อเป็นนักสู้อยู่แล้ว รวมถึงยังได้กำลังใจจากคนในครอบครัว ทำให้มีแรงฮึดสู้ และวางเป้าหมายไว้ว่า วันหนึ่งเราจะกลับมายืนให้ได้ ถ้าเรามีความพยายาม”

             ผลจากการทำธุรกิจได้สอนให้เด็กหนุ่มจากปากน้ำโพเข้มแข็งขึ้น และลุกขึ้นมาอย่างองอาจ แล้ววันหนึ่งในปี 2545 โชคชะตาก็พลิกผัน เกิดไอเดียที่บรรเจิดขึ้นมา เมื่อมีโอกาสได้เดินทางไปดูบ้านทรงไทยจากสถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น จ.แพร่ หรือที่บางบัวทอง ก็เลยมีความคิดว่า จะทำธุรกิจนี้

             “ผมไม่มีความรู้เรื่องนี้เลย เพราะคนในครอบครัวไม่มีใครประกอบอาชีพนี้มาก่อน สำหรับการสร้างบ้านทรงไทย แต่พอได้เห็นแล้วมีความรู้สึกว่าเราสามารถทำได้ และทำได้ดีด้วย อีกทั้งเมื่อศึกษารายละเอียดแล้ว ตลาดยังมีความต้องการอีกมาก แต่ผู้ค้ามีน้อย จึงตัดสินใจกลับมาศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม และเริ่มสร้างหลังแรกทันที โดยเริ่มจากช่างแค่ 3 คน”

             เริ่มสร้างหลังแรก เป็นศาลาหลังเล็กๆ โดยขอเช่าพื้นที่ของกองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน หรือ ปตอ.1 แถวหลักสี่ บนถนนแจ้งวัฒนะ ปรากฏว่า ไม่น่าเชื่อว่าขายได้รวดเร็วมากและกำไรด้วย ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี เมื่อได้เงินก้อนนี้มา จึงได้ใช้เงินก้อนนี้ต่อทุนไปอีก สร้างอีกหลายหลังและเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว

             “ลูกค้ายุคแรกๆ เลยส่วนมาก จะเป็นเจ้าของรีสอร์ท เจ้าของสวนยาง เป็นส่วนใหญ่ เพราะเขามีกำลังซื้อ แต่หลังจากนั้นไม่นาน กลุ่มลูกค้าเปลี่ยนไป เพราะฐานจะกว้างขึ้น อาชีพราชการ และบุคคลธรรมดาก็เข้ามาซื้อ กลายเป็นว่าตอนนี้กลุ่มลูกค้านั้นมีความหลากหลาย”

             สิระ กล่าวต่อว่า เมื่อผ่านไป 10 กว่าปี ลูกค้าที่มาสั่งบ้านทรงไทยนั้นกระจัดกระจายทั่วประเทศ โดยได้เน้นเรื่องคุณภาพไม้ ต้องมีคุณภาพสูง มีการบริการหลังการขาย เรื่องของราคาก็ถูกกว่าทุกที่ โดยจ่ายตามงวดของงาน เป็นเงินสด ซึ่งที่ผ่านมา ลูกค้าซื้อแล้วก็มีความพึงพอใจ และบอกต่อกัน แบบปากต่อปาก ทำให้ชื่อของ “บ้านทรงไทย แจ้งวัฒนะ” เป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว โดยที่เราก็ไม่ได้ลงโฆษณาอะไรมากนัก

             “เรื่องการบริการต้องมาเป็นอันดับ 1 เพราะลูกค้านั้นสำคัญมาก เราทำตามที่ลูกค้าสั่ง ส่วนไม้นำเข้ามาจากประเทศมาเลเซีย และสปป.ลาว เป็นไม้ที่มีคุณภาพ ส่วนเรื่องของสนนราคาก็มีตั้งแต่ 570,000 บาท ถึง 10 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับหลังเล็ก ใหญ่ หรือรูปแบบ โดยที่สำนักงานแจ้งวัฒนะ เรามีแบบอย่างบ้านให้ชมหลายแบบ และสร้างตามออเดอร์ ไปสร้างให้ถึงที่ และที่ผ่านมา ก็ไปสร้างมาแล้ว หลายจังหวัดทั่วทุกภาค ทั้ง กลาง, อีสาน, ใต้, ตะวันออก, ตะวันตก รวมแล้วเป็นร้อยหลัง”

             ส่วนความแตกต่างระหว่างบ้าน “ทรงไทย แจ้งวัฒนะ” กับที่อื่นๆ  สิระ เผยให้ฟังว่า ต้องบอกว่าบริษัทรับสร้างบ้านประเภทนี้ ตอนนี้มีนับสิบราย และบางรายก็ทำมาก่อน แต่ตอนนี้ที่สร้างหลังใหญ่จริงๆ แล้ว เหลืออยู่ไม่ถึง 5 ราย เราเป็นหนึ่งในนั้น และเป็นที่เดียวในเขตกรุงเทพมหานคร ส่วนความแตกต่างนั้น เราขายในราคาถูก ทำเลดี ติดถนนใหญ่แจ้งวัฒนะ สัญญาการซื้อขายชัดเจน และมีความซื่อสัตย์จริงใจกับลูกค้า

             “ตอนนี้ลูกค้ามีทั้งไทยและชาวต่างประเทศ ที่รู้จักเรา เป็นการบอกต่อกันปากต่อปาก และอย่างที่บอก เราไม่ได้ประชาสัมพันธ์มากมาย มีให้ดูทางเว็บไซต์ www.bannsongthai.com และส่วนมากแล้วลูกค้าก็จะเดินทางมาชมด้วยตนเอง เพราะอยู่ไม่ไกลแค่ถนนแจ้งวัฒนะ โดยลูกค้าส่วนใหญ่จะซื้อบ้านหลังราคาประมาณ 2 ล้านบาทขึ้นไป”

             เจ้าของบ้านทรงไทย แจ้งวัฒนะ กล่าวต่อว่า สำหรับธุรกิจแบบนี้มีการเติบโตไปเรื่อยๆ แม้ไม่ได้โตแบบก้าวกระโดด แต่ก็ยังเดินหน้าไปได้อีก เรื่องของสภาพเศรษฐกิจ ไม่มีผลเรื่องยอดขาย เพราะยังมีคนสนใจสั่งจองตามปกติอย่างต่อเนื่อง ทีมงานของเรารวมทุกแผนก ใช้คนเกิน 100 คน เรื่องช่างก็ต้องมีการพัฒนาและฝึกฝนกันไป จะหยุดนิ่งไม่ได้ บ้านที่สร้างต้องมีความแปลกใหม่อยู่ตลอด ให้มีความทันสมัย ใช้งานคุ้มค่า ส่วนเรื่องการขยายสาขาไปอีกหรือไม่นั้น ตอนนี้ยังไม่มีแผนงาน มีแค่สาขาเดียวเท่านั้น เพราะอยากจะทำให้ตรงนี้ดีที่สุด รักษามาตรฐานเอาไว้ให้ดีที่สุด

             และสถานที่ดังกล่าว ไม่เพียงแค่เป็นการทำธุรกิจ “บ้านทรงไทย แจ้งวัฒนะ” เท่านั้น ยังถูกเนรมิตให้เป็นสถานที่จัดงานมงคล ต่างๆ โดย สิระ ได้มอบหมายให้ทายาทรุ่นที่ 2 คือลูกชายชื่อ ภวินท์ เจนจาคะ ที่สำเร็จการศึกษาจากประเทศอังกฤษ เป็นผู้ดูแล

             “ตอนนี้ผมมอบให้ลูกชายเป็นผู้ดูแลธุรกิจที่เป็นคู่ขนานกัน โดยเริ่มทำมาตั้งแต่เดือนตุลาคม ปีที่แล้ว เป็นการรับจัดงานมงคลต่างๆ เช่น งานวันเกิด งานแต่งงาน งานเลี้ยงรุ่น งานปีใหม่ ซึ่งที่ผ่านมา ลูกค้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมากทั้งคนไทยและต่างชาติ โดยในช่วงเดือนตุลาคม ถึงกุมภาพันธ์ ปีที่ผ่านมา มีงานแต่งงานหลายงาน ทุกคนที่มาใช้บริการของเรา ก็มีความสุข
และกลับบ้านอย่างประทับใจ เพราะเรามีทีมงานมืออาชีพดูแลอย่างดี เมื่อเทียบกับความสะดวกและสบายถือว่าคุ้มค่าสำหรับลูกค้า”

             ช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา ตั้งแต่เปิดตัวถือว่า ประสบความสำเร็จ รับงานมาแล้วประมาณ 40 งาน ส่วนมากเป็นวันเสาร์กับอาทิตย์ และส่วนใหญ่เป็นงานแต่งงาน โดยงานแต่งงานนั้น จะใช้พื้นที่ในตัวบ้าน อุปกรณ์ตกแต่งภายในและเฟอร์นิเจอร์ เป็นการผสมผสานกันระหว่างไทยกับตะวันตก (มีที่เดียว)

             สำหรับตัวเรือนไทยจัดไว้รองรับคู่บ่าวสาว 2 หลังคือ “เรือนบ้านในฝัน” มีพื้นโถงกว้าง เน้นดื่มด่ำความเป็นไทยที่ผูกติดกับสวนธรรมชาติอันเขียวชอุ่ม และ “เรือนแสนรัก” เด่นด้วยชานแดดกลางตัวเรือนเน้นอารมณ์แบบวิถีไทยดั้งเดิม โดยแต่ละหลังสามารถรองรับแขกได้หลังละ 200 คน พร้อมบริการเครื่องเคราประกอบพิธีขันหมาก พิธีรดน้ำสังข์ การตกแต่งดอกไม้ ฉากถ่ายภาพ ผู้ดำเนินพิธี รวมถึงอาหาร เครื่องดื่มที่ถูกคัดสรรมาจากบริษัทชั้นนำของเมืองไทยให้ผู้ร่วมงานได้รับรสชาติระดับคุณภาพ นอกจากนี้ยังรองรับการจัดงานเลี้ยงฉลองสมรสช่วงค่ำด้วยพื้นที่สนามหญ้าอันกว้างขวางที่รายล้อมด้วยเรือนไทยหลังงาม เน้นงานสไตล์ค็อกเทล ร่วมกับระบบแสง สี เสียง ที่มอบสีสันในงานคุณให้เป็นค่ำคืนสุดพิเศษแน่นอน

            ท้ายสุดแล้ว สิระ เจนจาคะ กล่าวให้ฟังว่า สิ่งที่ทำให้ชีวิตดีขึ้นมาถึงวันนี้ได้ และลุกขึ้นมายืนอย่างสง่าผ่าเผย นั่นคือความรักที่มีให้คุณพ่อคุณแม่ และครอบครัว ถือว่าเป็นความรักที่ยิ่งใหญ่มาก อีกทั้งยังต้องรู้จักการเป็นผู้ให้ที่ดี โดยที่ผ่านมาเงินรายได้ส่วนหนึ่งจากการทำธุรกิจ ก็จะส่งคืนกลับไปให้สังคม เป็นการตอบแทนสังคม นั่นคือการสร้างศาลาที่พักตามป้ายรถเมล์ การมอบทุนการศึกษาให้แก่บุตร-ธิดา ในเขตทุ่งสองห้อง ที่ทำมา 10 กว่าปี ที่ถือว่าเป็นความสุขที่ได้มอบให้แก่สังคม