ข่าว

‘อุบัติเหตุ’!ตร.อุดมสุขสรุปคดี‘ชูวงษ์’

‘อุบัติเหตุ’!ตร.อุดมสุขสรุปคดี‘ชูวงษ์’

27 ก.ค. 2558

‘อุบัติเหตุ’!ตร.อุดมสุขสรุปคดี‘ชูวงษ์’ เล็งเรียกเมียชี้แจงสงสัยพร้อมสอบเพิ่ม กองปราบสอบใบโอนหุ้นพบรอยแก้ไข

             จากกรณีที่นายชูวงษ์ แซ่ตั้ง อายุ 50 ปี นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างหมื่นล้าน และประธานกลุ่มวิทยาตลาดทุน กิจการเพื่อสังคม (วตท.) รุ่นที่ 20 ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ภายในซอยเฉลิมพระเกียรติ 48-50 แขวงหนองบอน เขตประเวศ โดยมี พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต ส.ส.นครสวรรค์ และอดีต รมช.พาณิชย์ เป็นคนขับรถยนต์ยี่ห้อเล็กซัส สีดำ หมายเลขทะเบียน ภฉ-1889 กทม.ออกจากสนามกอล์ฟไปส่งที่บ้านพัก เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมา

             ล่าสุดเมื่อเวลา17.00น.วันที่ 27 กรกฏาคม พ.ต.อ.ทวีรัชต์ ศรีธวัชพงศ์ รอง ผบก.น.4. กล่าวถึงการสอบสวนประเด็นการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ว่า ชุดสืบสวนที่สั่งการให้ลงพื้นที่ตรวจสอบทั้งกล้องวงจรปิดตามเส้นทาง เพื่อหารถที่พ.ต.ท.บรรยิน อ้างว่าขับตัดหน้า จนเป็นเหตุให้ต้องหักรถหลบอย่างกะทันหันทำให้รถเสียการทรงตัวปีนฟุตบาท แล้วพุ่งเข้าไปชนกับต้นไม้นั้น จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงและพยานแวดล้อม ไม่พบรถคู่กรณีแต่อย่างใด

             "ในส่วนของสำนวนการสอบสวนค่อนข้างจะสมบรูณ์ พนักงานสอบสวนพยายามสอบในทุกประเด็นที่ภรรยาผู้ตายสงสัยให้ครอบคลุมทุกประเด็นและมีพยานหลักฐานทั้งทางวิทยาศาสตร์ทั้งกองพิสูจน์หลักฐานและสถาบันนิติเวช ยืนยันอย่างได้ชัดเจนว่าเป็นอุบัติเหตุ ไม่มีพยานหลักฐานใดเป็นสิ่งบ่งชี้ว่าเป็นการฆาตกรรม ซึ่งจะนำสำนวนการสอบสวนเสนอไปทางผู้บังคับบัญชา ก่อนที่จะเชิญภรรยาของนายชูวงษ์มาชี้แจงในคดีที่เกิดขึ้น หากภรรยาผู้ตายยังสงสัยในจุดใดพนักงานสอบสวนก็พร้อมที่จะสอบสวนให้เคลียร์ในทุกประเด็น เร็วๆ นี้ ส่วนเรื่องหุ้นมอบให้ทางกองปราบดำเนินคดี" พ.ต.อ.ทวีรัชต์ ระบุ


กองปราบสอบใบโอนหุ้นพบรอยแก้ไข

             ขณะที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ได้ประชุมแนวทางการทำคดี และเรียกผู้เกี่ยวข้องกับการโอนหุ้นมาให้ปากคำเพิ่มเติม ขณะที่มีรายงานข่าวระดับสูงของสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจว่า ผลการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์พบว่า ใบโอนหุ้นของนายชูวงษ์มีรอยแก้ไขเขียนทับ จากร่อยรอยเดิมเขียนกำกับไว้ว่าเป็นการโอนเพื่อจดจำนอง แต่มีการแก้ไขและเขียนทับว่าเป็นการโอนหุ้นแทน

             พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก.1 บก.ป. ระบุว่า ผลการตรวจสอบจากผู้ชำนาญการพบว่าใบโอนหุ้นบางส่วนมีการแก้ไขจริง แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ ต้องรอข้อมูลบางส่วนเพิ่มเติม อีกทั้งมีใบโอนหุ้นบางส่วนยังตรวจไม่เสร็จ ต้องรอผลการตรวจสอบทั้งหมดให้เรียบร้อยก่อนจึงจะสามารถเปิดเผยได้ว่ามีผู้ใดเกี่ยวข้องกับการแก้ไขใบโอนหุ้น และเป็นการกระทำโดยสุจริต หรือทุจริต ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนเพิ่มเติม หากผลตรวจสอบเสร็จสิ้นทั้งหมดทางผู้บังคับบัญชาระดับสูงจะเป็นผู้ชี้แจง

             อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่เกี่ยวข้องกับคดีในฐานะที่เป็นคนขับรถคันที่นายชูวงษ์นั่งไปชนต้นไม้และเสียชีวิต และยังเป็นคนที่ น.ส.กัญฐณา ศิวาธนพล พริตตี้สาวที่ได้รับโอนหุ้นจากนายชูวงษ์มูลค่ากว่า 228 ล้านบาท และน.ส.อุรชา วชิรกุลฑล โบรกเกอร์สาวที่ได้รับโอนหุ้นจากนายชูวงษ์เกือบ 40 ล้านบาท มีความสนิทสนมด้วย ยังไม่ได้เข้ามาให้ปากคำเพิ่มเติมต่อพนักงานสอบสวน ที่มีหมายเรียกให้มาพบวันที่ 27 กรกฎาคม
 
             พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รรท.ผบก.ป. กล่าวว่า พ.ต.ท.บรรยิน ขอเลื่อนให้ปากคำเป็นวันที่ 29 กรกฎาคม เวลา 09.30 น. หลังจากพนักงานสอบสวน บก.ป.ได้เรียกให้มาเข้าพบ เพื่อสอบปากคำเกี่ยวกับเรื่องการโอนหุ้นของนายชูวงษ์ ก่อนจะเสียชีวิต รวมถึงความสัมพันธ์กับหญิงสาวที่นายชูวงษ์โอนหุ้นให้  ขณะเดียวกัน พนักงานสอบสวนได้เชิญเจ้าหน้าที่การตลาด หรือโบรกเกอร์ของบริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทดูแลหุ้นของนายชูวงษ์มาสอบปากคำเพิ่มเติม เกี่ยวกับการโอนหุ้นไปอีกบริษัทหนึ่งในวันที่ 27 กรกฎาคมด้วยเช่นกัน  นอกจากนี้ยังเร่งรัดไปยังกองพิสูจน์หลักฐานกลาง ให้ตรวจสอบลายมือชื่อ และคลิปเสียงสั่งโอนหุ้นของนายชูวงษ์ ซึ่งคาดว่าจะชัดเจนภายในสัปดาห์นี้

          ด้าน พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กล่าวว่า ปปง.อยู่ระหว่างตรวจสอบเรื่องดังกล่าว โดยบริษัทหลักทรัพย์หลายแห่งที่นายชูวงษ์ใช้โอนหุ้นได้รายงานธุรกรรมมายัง ปปง.แล้ว  โดยสิ่งที่ ปปง.ตรวจสอบคือ ตรวจสอบบริษัทหลักทรัพย์ หรือโบรกเกอร์ ไม่ได้ตรวจสอบนายชูวงษ์ หรือพริตตี้ หรือแคดดี้ 

             "ปปง.จะตรวจใน 4 ประเด็น ตามมาตรการ KY C /CDD หรือการพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริงของลูกค้า กำหนดวิธีแสดงตน จำกัดและควบคุมความเสี่ยงทั้งทรัพย์สินและหนี้สิน รวมถึงทรัพย์ที่สถาบันการเงินทำธุรกรรม  ได้แก่ 1.ตรวจสอบการรายงานธุรกรรม 2.การรู้จักตัวตนลูกค้า 3.การพิสูจน์ ทราบลูกค้า และ 4.การตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า โดยข้อมูลที่บริษัทหลักทรัพย์รายงาน ปปง.เป็นข้อมูลลับ ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เบื้องต้นพบข้อเท็จจริงที่ตรงกับสื่อนำเสนอ ส่วนพฤติกรรมการปั่นหุ้นเป็นอำนาจหน้าที่ของตลาดหลักทรัพย์ตรวจสอบ ส่วน ปปง.เป็นการตรวจเพื่อพิสูจน์ทราบว่ามีการใช้นอมินีในการโอนหุ้น หรือทำธุรกรรมหรือไม่อย่างไร" เลขา ปปง.กล่าว