ข่าว

30วันสุดท้าย!

30วันสุดท้าย!

27 ก.ค. 2558

30วันสุดท้าย!! : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญโดยสำนักข่าวเนชั่น

                ตอนนี้อยู่ในช่วง 30 วัน ที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญขอขยายเวลาออกไป จากเดิมต้องส่งร่างรัฐธรรมนูญให้สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)ภายใน 23 กรกฎาคม ก็เลื่อนไปเป็น 22 สิงหาคม


                ถามว่าช่วงเวลา 30 วันที่ขยายนี้คณะกรรมาธิการจะเอาไปทำอะไรบ้าง??

                หลักๆ มี 3 ส่วน คือ 1.จัดทำร่างรัฐธรรมนูญในส่วนที่ยังไม่เรียบร้อย คือ ภาค 4 เรื่องการปฏิรูปและการสร้างความปรองดอง และส่วนสุดท้าย คือ บทเฉพาะกาล 2.ทบทวนประเด็นทั้งหมดอีกครั้งว่าจะมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงอะไรอีกหรือไม่ 3.เชิญผู้เสนอคำขอแก้ไขเพิ่มเติมทั้ง 9 คำขอมารับทราบการปรับแก้ ก่อนจะส่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับสุดท้ายให้ สปช.

                “ไพบูลย์ นิติตะวัน” กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ บอกว่า ส่วนที่เหลือนี้คิดเป็นเพียงประมาณ 10% เท่านั้น แต่เป็นส่วนที่มีความสำคัญสูง

                ความสำคัญส่วนแรก คือ ในส่วนที่เกี่ยวกับการปฏิรูปและการสร้างความปรองดอง ซึ่งคณะกรรมาธิการกำหนดไว้แล้วว่า ให้มี “คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการปฏิรูปและสร้างคามปรองดองแห่งชาติ” แต่ยังไม่ได้กำหนดรายละเอียดออกมาว่าจะมีองค์ประกอบ ที่มา และอำนาจหน้าที่อย่างไร

                “คงใกล้เคียงกับที่ ครม.เสนอมา” ไพบูลย์บอกถึงรายละเอียดของคณะกรรมการชุดดังกล่าว

                ทั้งนี้ตามโครงสร้างที่ ครม.เสนอมานั้น ให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการปฏิรูปและสร้างความปรองดองแห่งชาติมีทั้งหมด 20 คน ประกอบด้วย ประมุข 3 ฝ่าย คือ นายกฯ ประธานรัฐสภา ประธานศาลฎีกา อดีตผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวเลือกกันเองอย่างละ 1 คน ผู้ทรงคุณวุฒิ 9 คน และผู้นำเหล่าทัพ 5 คน คือ ผบ.ทสส., ผบ.ทบ., ผบ.ทอ., ผบ.ทร. และ ผบ.ตร.

                มีอำนาจในการกำหนดยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองที่คณะรัฐมนตรีต้องปฏิบัติตาม ซึ่งตรงนี้มีการมองว่า “มีอำนาจเหนือรัฐบาล”

                รอดูว่ารายละเอียดสุดท้ายของคณะกรรมาธิการจะเป็นอย่างไร แต่ต้องไม่ลืมว่า นี่คือ “โครงสร้าง” ที่ปรับเปลี่ยนไปจาก “สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ” ที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเสนอมาตอนต้น และถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องสืบทอดอำนาจ และต้องไม่ลืมด้วยว่า ล่าสุด “สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ” ได้ถูกกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญชั่วคราวแล้ว และจะมาทำหน้าที่แทน สปช.ที่จะหมดวาระไปทันทีหลังลงมติร่างรัฐธรรมนูญไม่ว่าจะรับหรือไม่รับก็ตาม

                ส่วนสำคัญอีกส่วนคือ บทเฉพาะกาล ซึ่งกรรมาธิการบอกว่า เป็นส่วนที่จะเชื่อมต่อช่วงเวลาหลังการประกาศใช้รัฐธรรมนูญกับการเลือกตั้ง ซึ่งคงต้องปรับเปลี่ยนไปตามเนื้อหาที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย แต่คงไม่มีประเด็นใหม่ที่ถึงขั้นทำให้เกิดแรงกระเพื่อม

                เรื่อง “ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง” คงไม่อยู่ในบทเฉพาะกาลแน่ เพราะคงอยู่ในคำถามที่จะทำประชามติพร้อมร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนเรื่อง “รัฐบาลแห่งชาติ” คงมีการพูดคุยกัน แต่ถึงที่สุดก็คงไม่ได้กำหนดไว้ เพราะท่าทีพรรคการเมืองไม่เอาด้วย หากกำหนดไว้จะสร้างความขัดแย้งแน่นอน

                และนี่คือ 30 วันสุดท้ายของการร่างรัฐธรรมนูญ!!