ข่าว

‘สุรพงษ์’เย้ยปรับครม.ไม่ช่วยศก.ดีขึ้น

‘สุรพงษ์’เย้ยปรับครม.ไม่ช่วยศก.ดีขึ้น

26 ก.ค. 2558

‘สุรพงษ์’เย้ยปรับครม.ไม่ช่วยศก.ดีขึ้น ‘อลงกรณ์’โพสต์ไม่ใช่การตอบโจทย์

            26ก.ค.58 นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์พยายามเสนอชื่ออดีตรัฐมนตรีสมัยต้มยำกุ้ง เช่น นายศุภชัย พานิชภักดิ์ และนายสุรินทร์ พิศสุวรรณ ขึ้นมาช่วยรัฐบาลพ.ล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่า สถานการณ์ ของประเทศในขณะนี้แตกต่างจากในอดีตเมื่อ18 ปีที่แล้ว ตอนนี้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ และคู่แข่งขันในตลาดโลกเปลี่ยนไป สถานะภาพของไทยในสังคมประชาธิปไตยก็เปลี่ยนไป การทำอะไรของรัฐบาลก็อยู่ในสายตาชาวโลก เพราะฉะนั้นการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของชาติในขณะนี้คือสร้างความเชื่อมั่นในตัวผู้นำเท่านั้น ที่จะสามารถทำให้ฟันฝ่าวิกฤติในครั้งนี้ได้   

            ทั้งนี้อยากจะเสนอแนะท่านนายกฯว่า หากท่านดูตัวอย่างประเทศอื่นๆจะเห็นว่าบางประเทศแค่เอ่ยชื่อผู้นำแค่นั้นเศรษฐกิจเขาก็ดีขึ้น ดังนั้น ปรับคณะรัฐมนตรีในครั้งนี้คงไม่ช่วยอะไรให้ดีขึ้นได้ในมุมมองของตน สงสารก็แต่คนไทยที่จะต้องประสบปัญหาข้าวยากหมากแพงเพราะการบริหารงานผิดพลาดของรัฐบาล และพระเอกตัวจริงที่จะแก้วิกฤติต้มยำกุ้งภาค 2 จะเป็นใคร ก็ต้องช่วยกันคิดให้รอบคอบก่อนจะพัง


‘อลงกรณ์’โพสต์ไม่ใช่การตอบโจทย์

            ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสปช.โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “เปลี่ยนแม่ทัพปรับขุนพลกลางศึก?”ว่ากระแสเรียกร้องให้ปรับคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจปรากฎเป็นข่าวต่อเนื่องมาหลายสัปดาห์ เหตุผลที่เป็นข้อหาสำคัญคือแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ บางข้อเรียกร้องเสนอให้โละทีมเศรษฐกิจทั้งทีม ในมุมมองของผมเห็นต่างมุมครับ

            การโละทีมเศรษฐกิจทั้งหมดไม่ช่วยอะไรให้ดีขึ้นอาจมีผลทางจิตวิทยาบ้างแต่ผลทางปฏิบัติคงไม่เปลี่ยนแปลงอะไรได้มากนัก ผมคิดว่าอาจปรับขุนพลบ้างในบางตำแหน่งแต่ไม่ใช่แม่ทัพ การบริหารประเทศในยามวิกฤติจะบริหารตามกระแสตามอารมณ์ความรู้สึกไม่ได้ ยิ่งวิกฤติทิศทางยุทธศาสตร์ยิ่งต้องนิ่งเพราะสถานการณ์ทางเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศยังไม่ฟื้นมิหนำซ้ำอาจชะลอตัวยาวนานกว่าที่คาดคะเน  เปรียบเหมือนประเทศไทยกำลังเผชิญสงครามใหญ่จึงยังไม่ควรเปลี่ยนแม่ทัพปรับขุนพลทั้งคณะกลางศึกหรือเปลี่ยนม้ากลางน้ำในขณะนี้

            วิกฤติการณ์ของประเทศครั้งนี้เกิดขึ้นจากปัญหาภายนอกและภายในประเทศทั้งปัญหาเรื้อรังและปัญหาเฉพาะหน้า เป็นปัญหาที่สะสมหมักหมมมายาวนานเป็นเสมือนโจทย์ใหญ่โจทย์ยากที่ประดังประเดมาพร้อมๆกัน

เป็นวิกฤติที่หนักหนากว่าวิกฤติต้มยำกุ้งและวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนั้นส่งผลกระทบต่อประเทศไทยรุนแรงแต่เศรษฐกิจฐานล่างในชนบทยังประคองตัวได้มิหนำซ้ำยังช่วยดูแลคนว่างงานในเมืองที่กลับไปพึ่งพาครอบครัวในต่างจังหวัด

            ในขณะที่วิกฤติการณ์คราวนี้โดนกันถ้วนหน้าทั้งฐานเศรษฐกิจทั้งบนและล่างทั้งในเมืองและชนบททั้งในประเทศในภูมิภาคและทุกทวีปทั่วโลก  ยิ่งกว่านั้นประเทศของเรายังเผชิญกับความขัดแย้งแตกแยกทางการเมืองถึงขั้นใช้ความรุนแรงมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า10ปีทำให้ขาดการปฏิรูปประเทศเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันนานนับทศวรรษ

            ทฤษฎีพระเอกขี่ม้าขาวคงใช้ไม่ได้ในช่วงนี้ มีแต่ทฤษฎีดำอึดดำทนเท่านั้นจึงจะใช้ได้เพราะความรุนแรงของวิกฤติการณ์ครั้งนี้จะมีแต่ต้องอดทนอดกลั้นบอกความจริงต่อประชาชนเพื่อร่วมกันรับรู้และรับมือและมุ่งมั่นเดินหน้าตามแนวทางการปฏิรูปเศรษฐกิจปฏิรูปการเมืองปฏิรูปสังคมปฏิรูประบบราชการ ปฎิรูปการศึกษาฯลฯและการปรองดองเท่านั้นจึงจะนำประเทศก้าวพ้นปมความขัดแย้งและความล้าหลังยากจนได้อย่างมั่นคงยั่งยืน

            ผมเคยอยู่ในคณะรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เป็นรัฐบาลผสมหลายพรรคที่เข้ามาบริหารประเทศช่วงปลายวิกฤติแฮมเบอ์เกอร์ปี2551ทุ่มเททำงานหนักแต่เอาไม่อยู่ปี2552ตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจและการส่งออกติดลบก่อนจะกระเตื้องขึ้นในปีต่อมาทั้งที่ตอนนั้นวิกฤติไม่รุนแรงลงลึกทุกระดับเหมือนช่วงปี2557-2558

            ปัญหาประเทศวันนี้หนักหน่วงยุ่งยากและซับซ้อนมากกว่าในอดีตจำเป็นต้องให้โอกาสและเวลาทีมเศรษฐกิจในการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง เพราะ1ปีที่ผ่านมารู้เข้าใจและกำลังแก้ไขปัญหาดีอยู่แล้วเพียงรอให้ยาออกฤทธิ์เช่นการเปลี่ยนโมเดลเศรษฐกิจใหม่ขับเคลื่อนโดยดิจิตัลอีโคโนมี การสร้างความเป็นประเทศศูนย์กลางธุรกิจการค้าพาณิชย์และการปรับทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมใหม่สู่การสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยฐานวิจัยพัฒนานวัตกรรมและวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี่ด้วยมาตรการส่งเสริมการลงทุนแผนใหม่ที่เริ่มเห็นผลตั้งแต่ต้นปีนี้เป็นต้นมาซึ่งผมมองว่าเดินมาถูกทางแล้ว และควรเดินต่อไป

            ฉะนั้นผมจึงมองเรื่องการเรียกร้องให้ปรับครม.อย่างเข้าใจคนที่ออกมาเรียกร้องที่อึดอัดกับภาวะเศรษฐกิจซึ่งตกสะเก็ดมานาน แต่ก็ต้องคิดว่าเปลี่ยนแล้ว ราคายางราคาข้าวราคาสินค้าเกษตรส่วนใหญ่จะดีดตัวสูงขึ้นได้ทันทีหรือใน

            เมื่อราคาสินค้าเกษตรตกต่ำกันทั่วโลกทุกประเทศ หรือจะใช้นโยบายประชานิยมสุดโต่งมาอุดหนุนสินค้าเกษตรเหมือนในอดีตซึ่งสร้างความเสียหายใหญ่หลวงให้กับประเทศและส่งผลกระทบถึงเกษตรกรมาจนถึงทุกวันนี้เท่าที่ติดตามการทำงานมาตลอดขวบปี ผมเห็นด้วยบ้างไม่เห็นด้วยบ้างกับการทำงานของทีมเศรษฐกิจที่มีม.ร.ว.ปรีดียาธร เทวกุลเป็นแม่ทัพ แต่ก็ยอมรับว่าทีมนี้อาจไม่ใช่ดรีมทีมแต่เป็นเดย์ทีมคือไม่ใช่ทีมในอุดมคติแต่เป็นทีมที่มีประสบการณ์มีวัยวุฒิคุณวุฒิจากภาคเอกชนภาครัฐและเป็นมืออาชีพไม่ใชมือสมัครเล่น เรียกว่าเก๋าเกมพอตะลุมบอนกับปัญหาได้ในภาวะวิกฤติ

 
'สุริยะใส'ชี้ปฏิรูปเริ่มแผ่วปลาย ทั้งที่เป็นสัญญาประชาคม


            นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต และ ผอ.สถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) กล่าวถึงการปฎิรูปประเทศ ว่า ตนเห็นว่าเส้นทางเดินปฏิรูปประเทศเริ่มแผ่วปลายความหวังของผู้คนเริ่มริบหรี่ และมืดมนมากขึ้นโดยอาจมีสาเหตุมาจาก แรงต้านจากกลุ่มที่เสียอำนาจ ความไม่เป็นเอกภาพใน สปช. และท่าทีที่แผ่วเบาจาก คสช-ครม. ทั้งที่เรื่องปฏิรูปประเทศไทยถือเป็นสัญญาประชาคมระหว่างประชาชนกับรัฐบาลชุดนี้ ปฏิรูปกลายเป็นวาทกรรมที่พูดกันมากที่สุดพูดกันได้ทุกๆวันตลอดปีกว่าๆที่ผ่านมา แต่ยังไม่มีผลิตผลชัดเจนเป็นรูปธรรม เพราะยังหาทิศทางร่วมและสังคมยังไม่ตกผลึกเพียงพอร่วมกัน แต่ก็มีไม่น้อยที่เอาวาทกรรมปฎิรูปประเทศไปเป็นเพียงเกมการเมืองและสร้างภาพพจน์ให้ตัวเองดูดีเท่านั้น

            นายสุริยะใส กล่าวต่อว่า ความกลวงของการปฎิรูปกว่า 1 ปีที่ผ่านมาจึงเหลือสถานะกลายเป็นแค่สีสันทางการเมือง ยังไม่มีสัญญานบวกที่จะทำให้สังคมเชื่อมั่นและมีความหวังใดๆได้ว่าประเทศไทยจะเดินหน้าสู่การปฏิรูปจะไม่กลับไปอยู่ในวังวนของการเมืองที่แตกแยกและล้มเหลวแบบที่ผ่านๆมา ฉะนั้นฝ่ายที่เกี่ยวข้องโดยตรงคือ สปช.และ คสช. จะต้องตระหนักและต่อลมหายใจการปฏิรูปให้มีแรงส่งกลับขึ้นมาอีกรอบ โดยเฉพาะ สปช.ช่วงเวลาที่เหลือเดือนกว่าๆ ควรเร่งหาจุดร่วมลงตัวว่าจะผ่านร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้หรือไม่อย่างไร ซึ่งควรได้ข้อยุติก่อนถึงวันโหวต ไม่ใช่ต่างคนต่างคิดและเริ่มมีเกมการเมืองเข้ามาปะปน ในส่วนของ ครม.ต้องถือเอาการปรับ ครม.ตอบโจทย์เรื่องปฎิรูปประเทศที่มีทิศทางและมีรูปธรรมมากกว่าที่ผ่านมา โดย ครม.อาจจัดทำไทม์ไลน์ของการปฏิรูปประเทศในเรื่องใหญ่ๆ 4-5 เรื่องที่สำคัญก่อนก็พอ ซึ่งไม่จำเป็นต้องรอการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ