
เปิดใจ "นายก-ประธานสภาเทศบาลเมืองชุมพร"ฝ่ายตรงข้ามก็ทำงานด้วยกันได้...ถ้ายึดประชาชน!
ถือเป็นปรากฏการณ์ที่น่าประหลาด และน่าหนักใจไปพร้อมๆ กัน เมื่อ ว่าที่ ร.ต.พิศาล นิลยกานนท์ นายกเทศมนตรีเมืองชุมพร ชนะการเลือกตั้ง และก้าวขึ้นเป็นนายกเล็กเมืองชุมพรได้สำเร็จ แต่กลับไม่มีลูกทีมสมาชิกสภาเทศบาล (ส.ท.) ในสังกัดแม้แต่คนเดียว
แต่ว่าที่ ร.ต.พิศาล กลับมองว่า เรื่องดังกล่าวไม่ใช่เรื่องที่น่าหนักใจเลย ตรงกันข้ามกลับเป็นเรื่องที่ท้าทายมาก เพราะต้องทำงานภายใต้การถูกตรวจสอบอย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นสิ่งที่รับประกันได้ว่าเมื่อมีการตรวจสอบมากก็ย่อมจะมีความโปร่งใสมากขึ้นตามไปด้วย
ร.ต.พิศาลมองว่า แม้ข้าราชการส่วนใหญ่จะอยู่ใต้เงาอำนาจเก่ามากว่าทศวรรษ แต่เชื่อว่าน่าจะสามารถทำงานด้วยกันได้ เพราะเจตนารมณ์ของทุกคนมีเป้าหมายเดียวกันคือการทำงานเพื่อประชาชน
"ผู้บริหารทำหน้าที่กำกับนโยบายเท่านั้น ส่วนข้าราชการประจำเป็นผู้ขับเคลื่อนสู่ภาคประชาชน ผู้บริหารมีวาระการดำรงตำแหน่งมาแล้วก็ไป แต่ข้าราชการประจำไม่มีวาระการดำรงแหน่ง ใครเกียร์ว่างประชาชนเขารู้ และเฝ้ามองดูอยู่"
ส่วนการผ่านร่างเทศบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ซึ่งอาจถูกคว่ำร่างจากอีกฝ่าย เขาก็ไม่หนักใจ เพราะมองว่าทุกคนคือเพื่อนกัน คือเพื่อนนักการเมือง เพราะเขาเองก็เคยเป็น ส.ท.มาก่อน
อีกทั้งโครงการส่วนใหญ่ ส.ท.ก็มีส่วนร่วมตั้งแต่กระบวนการ "ประชาคมชุมชน" ซึ่งเป็นแผนชุมชนที่มีผู้รับรองชัดเจน จึงไม่ห่วงเรื่องการขัดขวางของฝ่ายตรงข้าม แต่หนักใจเรื่องงบประมาณของเทศบาลมากกว่า เพราะรัฐบาลกำหนดนโยบายชัดเจนว่าจะปรับลดงบประมาณลงกว่า 40% ซึ่งส่งผลโดยตรงกับการบริหารงบประมาณของเทศบาลด้วย
ขณะที่ กิตติพงษ์ จันทระ ประธานสภาเทศบาลเมืองชุมพร ก็กล่าวถึงจุดยืนทางการเมืองของตนว่า แม้กลุ่มศรีชัยจะมีเสียงข้างมาก แต่การทำงานก็ต้องยึดผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง
"เมื่อเรามีเสียงข้างมากในสภาก็ต้องใช้โอกาสนี้ผลักดันหรือสานต่อโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ส่วนจะรุนแรงถึงขั้นคว่ำกฎหมายหรือไม่นั้น อยากให้ดูที่สาระสำคัญของเรื่องนั้นๆ มากกว่า อย่าไปมองที่การใช้ความได้เปรียบทางการเมือง"
เมื่อถามถึงการตัดสินใจว่าจะให้ผ่านร่างเทศบัญญัติงบประมาณหรือไม่ กิตติพงษ์ กล่าวว่า โครงการต่างๆ จะต้องผ่านกระบวนการพิจารณาของประชาคมชุมชนอยู่แล้ว ส่วน ส.ท.ก็ต้องไปมีส่วนร่วมในการทำประชาคมกับผู้นำชุมชน และสมาชิกในชุมชนอยู่แล้ว
ส่วนสภาก็มีหน้าที่ตรวจสอบและติดตามการใช้งบประมาณให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ แต่โครงการที่ผ่านกระบวนประชาคมอาจจะไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณได้ทันในปีนี้ เพราะงบประมาณมีจำกัด
ส่วนการทำงานของฝ่ายบริหารในรอบ 4 เดือนที่ผ่านมาของฝ่ายบริหาร เขาก็ให้คะแนนผู้บริหารกลุ่มใหม่สูงถึง 8 คะแนน แต่หลังจากนี้ค่อยพิจารณาอีกครั้งว่าจะให้เท่าใด
ทนงศักดิ์ ศุภการ



