ข่าว

ม.44 ปราบแว้น ปิดตำนานแก๊งซิ่ง ?

ม.44 ปราบแว้น ปิดตำนานแก๊งซิ่ง ?

26 ก.ค. 2558

เรื่องเล่าข่าวดัง : ม.44 ปราบแว้น ปิดตำนานแก๊งซิ่ง ? : โดย...ทีมข่าวอาชญากรรม

 
                       หลังสี่ทุ่มค่ำคืนวันศุกร์ต่อเนื่องวันเสาร์ปลายเดือนถนนพระราม 3 ในยามนี้ค่อนข้างเงียบเหงา เมื่อเทียบกับเมื่อ 2-3 เดือนที่ผ่านมา ที่ย่านนี้เคยคลาคล่ำไปด้วยนักบิดมือสมัครเล่นที่เห็นความตายบนท้องถนนเป็นสิ่งท้าทาย
 
                       บริเวณปากซอยหลายจุดตลอดแนวถนนพระราม 3 เคยเป็นแหล่งรวมของกลุ่มวัยรุ่นที่ขี่รถจักรยานยนต์มาจอดรอกันเป็นกลุ่มก้อน ซึ่งมีทั้งที่นัดหมายกันล่วงหน้า  และจำนวนไม่น้อยทำไปด้วยความเคยชินเพราะทำเช่นนี้มานานนับสิบปี
 
                       เอก หนุ่มวัย 23 ปี อาศัยอยู่ในชุมชนแห่งหนึ่งย่านพระราม 3 ซึ่งได้รับการยอมรับจากบรรดาขาซิ่งในย่านนั้นว่า เป็นพี่เบิ้มคนหนึ่งในกลุ่ม “เด็กแว้น” ยอมรับว่า ค่อนข้างเหงา หลังจากตำรวจเอาจริงเอาจังกับการปราบ “เด็กแว้น” เพื่อนสมาชิกหลายคนห่างหายกันไปเพื่อรอเวลากลับมารวมตัวกันใหม่ แต่ทันทีที่ มาตรา 44 แก้ปัญหาเด็กแว้น มีผลบังคับใช้ดูเหมือนว่าบรรยากาศการประลองความเร็วบนท้องถนนดังเช่นค่ำคืนเก่าๆ คงต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะกลับมาเหมือนเดิม
 
                       เอก เล่าว่า ตลอดระยะเวลา 10 ปี ที่คร่ำหวอดอยู่ในแวดวง “เด็กแว้น” ไม่มีคราใดที่รัฐบาลจะมีท่าทีแข็งกร้าวในการปราบปรามก๊วนจักรยานยนต์ซิ่งเท่าครั้งนี้ ทำให้พวกเขาต้องหยุดการแข่งรถบนถนนหลวงไว้ชั่วคราว รวมถึงการขี่จักรยานยนต์ร่อนตระเวนไปมาตามสถานที่ต่างๆ ในยามค่ำคืนด้วย
 
                       “คงต้องพักชั่วคราว ดูเขาก่อนว่าจะเอาจริงมากน้อยแค่ไหน ผมยังเชื่อว่าเขาคงเข้มได้ไม่นาน สักพักก็คงกลับมาเหมือนเดิม พวกเรายังหวังว่าจะกลับมารวมตัวกันได้อีก” ขาใหญ่ก๊วนเด็กแว้น กล่าวด้วยน้ำเสียงที่แสดงความมั่นใจ
 
                       ในก๊วนของเอก มีสมาชิกอยู่ราว 100 คน มีอายุตั้งแต่ 10 ต้นๆ ไปจนถึง 20 กลางๆ ซึ่งแต่ละคนมีสิ่งที่ชอบเหมือนๆ กัน คือ “ความเร็ว” และ “ความท้าทาย” ที่ได้จากการควบจักรยานยนต์คู่ใจ ที่ผ่านการ “โมดิฟาย” ให้มีความเร็วที่สูงขึ้น
 
                       “แว้น...แว้น...แว้น” เสียงที่แผดก้องจากปลายท่อไอเสีย ยิ่งดังยิ่งเพิ่มความสะใจ
 
                       “พวกเรารู้ ชาวบ้านร้านช่องเขาไม่ชอบพวกเราหรอก โดยเฉพาะเสียงดังของท่อที่ทำกันใหม่ให้มันดังขึ้นจากเดิม แต่ทำอย่างไรได้เสียงดังๆ นั่นแหละคือเสียงที่สร้างสีสันให้แก่พวกผม” สมาชิกแก๊งซิ่งแห่งทุ่งพระราม 3 ยอมรับ
 
                       เอก บอกด้วยว่า หลังเที่ยงคืนจนถึงตีสี คือช่วงเวลาที่พวกเขารอคอย เพราะถนนหนทางค่อนข้างโล่ง พร้อมที่จะให้พวกเขาใช้เป็นสถานที่สำหรับวัดใจ และยิ่งคืนไหนมีตำรวจตั้งด่านหรือมีรถของตำรวจมาขับวนหรือมีพฤติการณ์ที่เข้าข่ายว่าจะไล่จับไล่กวดด้วยแล้ว ค่ำคืนนั้นเป็นคืนที่ท้าทาย เพราะการแข่งรถจักรยานยนต์ชนะคู่แข่งได้ไม่สะใจเท่าการซิ่งหนีตำรวจที่รอกวาดต้อนไปดำเนินคดี
 
                       “ตอนแข่งยอมรับว่าเสี่ยงตายพี่ เพราะพลาดเมื่อไหร่ก็จบเห่ แต่นั่นไม่ท้าทายเท่าเราสามารถหนีตำรวจได้หรอก มันมันกว่าเยอะ การจะหนีตำรวจได้มันอยู่ที่ใจ วันไหนที่เขามาไล่จับพวกผมแล้วเราหนีได้นั่นแหละสุดยอด มันคือบททดสอบหนึ่งสำหรับพวกเรา สำหรับผมแค่ได้ยกล้อต่อหน้าตำรวจผมก็สะใจแล้ว” เอก บอก
 
                       สมาชิกกลุ่มเด็กแว้นรายนี้แสดงความมั่นใจด้วยว่า  มาตรา 44 ยาแรงที่รัฐบาลนำมาใช้ ไม่สามารถบังคับให้พวกเขาอยู่ในกรอบได้ตลอดไป สักพักการบังคับใช้ก็จะหย่อนยานเหมือนเดิม 
 
                       “เชื่อผมเถอะพี่สักพักพวกผมก็กลับกันมาได้ใหม่ พวกเขาก็เป็นอย่างนี้ทำกันเป็นพักๆ แต่พวกผมไม่มีวันหายไปหรอก พักไว้ชั่วคราว อย่างไรเสียเราก็จะกลับมา” เอก แสดงความมั่นใจ
 
                       ไม่แตกต่างจากทวีศักดิ์ สิงห์นักบิดรุ่นเล็ก วัยเพียง 15 ปี มีบ้านพักอยู่ในย่านโคกคราม ที่ 2 เดือนก่อนยังรวมตัวกับเพื่อนๆ ใช้เส้นทางเลียบด่วนรามอินทรา-เอกมัย ขี่รถตระเวนชื่นชมแสงสีกลางเมืองหลวงแม้ตำรวจจะประกาศเอาจริงเอาจังกับการปราบเด็กแว้นแล้วก็ตาม 
 
                       ทวีศักดิ์ บอกว่า ไม่เชื่อว่ามาตรการตามมาตรา 44 จะแก้ปัญหา “เด็กแว้น” ได้จริง ตราบใดที่เขาและเพื่อนยังมีรถจักรยานยนต์ขี่ ใครจะมาติดตามพฤติการณ์การขับขี่ได้ตลอดเวลา ใครจะห้ามไม่ให้แข่งกันได้เสมอไป 
 
                       “อีกสักพักผมก็กลับมาแข่งกันได้ พี่เชื่อสิ ตำรวจเขาเข้มไม่ได้เสมอไปหรอก ผมเข้าใจดีว่าแข่งรถบนถนนมันอันตราย มันสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น แล้วจะให้ผมไปขับกันที่ไหน และอยากให้พี่ลองนึกดูพวกผมนัดหมายกันก็ตอนดึกนะ รถมันน้อยแล้วนะ แล้วทีผู้ใหญ่ล่ะจักรยานยนต์ที่เขาใช้กันผมเห็นก็ปาดซ้ายปาดขวาไม่เคารพกฎจราจรเหมือนกัน ทางห้ามวิ่ง เขาก็วิ่ง สะพานไม่ให้ขึ้นก็ขึ้น สวนทางย้อนศร ตายกันทุกวัน ผมถามตำรวจห้ามได้ตลอดมั้ยก็ไม่ มันก็เหมือนกันพี่” ทวีศักดิ์ ย้อนให้ได้คิด  
 
                       สอดคล้องกับ ผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข อาจารย์ประจำคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ปรึกษาศูนย์วิจัยป้องกันอุบัติเหตุทางถนน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ซึ่งเห็นว่ามาตรการที่แข็งกร้าวอาจใช้ไม่ได้ผลกับการแก้ปัญหา “เด็กแว้น” อาจทำได้เพียงการป้องกันเบื้องต้นเพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรง เป็นเพียงสกัดกั้นการลอกเลียนแบบของเยาวชนหน้าใหม่
 
                       “เท่าที่เจอพวกเขามักเป็นเด็กที่มีปัญหาครอบครัว อยู่ในชุมชนที่ต่างคนต่างต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดทำให้ผู้ปกครองไม่มีเวลาที่จะดูแล พวกเขาต้องการการยอมรับ ต้องการความมีตัวตน ซึ่งเมื่อไปอยู่ในกลุ่มแล้วมีการแข่งขันมีการชนะกันก็จะสร้างความภูมิใจเหมือนกับตัวเองได้รับการยอมรับ” ผศ.ดร.ปนัดดา ให้ข้อมูล
 
                       นักวิชาการซึ่งคร่ำหวอดอยู่กัับปัญหาเด็กและเยาวชนรายนี้ บอกด้วยว่า มองเห็นอยู่ทางเดียวที่จะแก้ปัญหา “เด็กแว้น” ได้อย่างมีประสิทธิภาพคือการให้โอกาสทางการศึกษา ซึ่งในกลุ่มเด็กแว้นจำนวนไม่น้อยไม่มีโอกาสเข้าถึงการศึกษา จำนวนไม่น้อยอยู่ในสายอาชีพ ซึ่งผู้คนในสังคมไม่น้อยมองพวกเขาในภาพลักษณ์ที่ค่อนข้างมีปัญหา ซึ่งเป็นสิ่งท้าทายของกระทรวงศึกษาธิการที่จะต้องเร่งหามาตรการให้การเรียนสายอาชีพเป็นที่ยอมรับ
 
                       “ถามว่ารถจักรยานยนต์จะออกไปจากชีวิตพวกเขาได้หรือไม่ ยืนยันว่าไม่มีวันหมด เพราะมันกลายเป็นวิถีพัฒนาการของพวกเขาไปแล้ว การแข่งรถ หรือแม้กระทั่งการแต่งรถ ที่เหนือกว่าคนในกลุ่มทำให้พวกเขารู้สึกว่าเขาคือฮีโร่ การที่จะเปลี่ยนความคิดนี้จากพวกเขาได้อย่างเดียวคือการศึกษา” ผศ.ดร.ปนัดดา กล่าว
 
                       แต่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 22/2558 ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ อาศัยอำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว ประกาศให้มีผลบังคับใช้ไปเมื่อไม่กี่วันมานี้ ถือเป็นยาแรงที่สุดครั้งหนึ่ง ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแข่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในทาง โดยห้ามไม่ให้รวมกลุ่มหรือมั่วสุม ในลักษณะหรือโดยพฤติการณ์ที่น่าจะนำไปสู่การแข่งรถ ตำรวจหรือเจ้าพนักงานที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าระงับยับยั้ง โดยสามารถยึดรถมาเก็บรักษาได้ทันที หากพบว่าเด็กและเยาวชนมั่วสุมแข่งรถ บิดา มารดา หรือผู้ปกครอง จะต้องถูกเรียกตัวมาทำทัณฑ์บน และเรียกเงินประกันไว้สองปี หากมีการทำผิดซ้ำ บิดา มารดา หรือผู้ปกครองมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับและให้ริบเงินประกันเป็นของกองทุนคุ้มครองเด็กตามกฎหมายว่าด้วยความคุ้มครองเด็ก
 
                       รวมถึงการเอาผิด ผู้ผลิต ครอบครอง จำหน่าย ประกอบ ดัดแปลง สภาพรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ ที่มีพฤติการณ์ ส่งเสริม สนับสนุน ชักชวน จัดให้มี จัดหา เป็นธุระ หรือมีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อนำไปสู่การแข่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในทาง ต้องถูกดำเนินคดีมีโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และสถานประกอบการนั้นจะต้องถูกปิดกิจการ และถูกถอนใบอนุญาต เป็นความหวังรอบใหม่ที่คาดว่าน่าจะแก้ปัญหาได้ตรงจุด
 
                       น่าติดตามอย่างยิ่งยาแรงรอบนี้จะรักษาโรค “เด็กแว้น” ให้หายขาด จนสามารถปิดตำนาน “แก๊งซิ่งป่วนเมือง” ได้หรือไม่?
 
 
 
 
---------------------
 
(เรื่องเล่าข่าวดัง : ม.44 ปราบแว้น ปิดตำนานแก๊งซิ่ง ? : โดย...ทีมข่าวอาชญากรรม)