ข่าว

‘สรรเสริญ’ซัดคนปล่อยข่าวปรับครม.ไม่หวังดี

‘สรรเสริญ’ซัดคนปล่อยข่าวปรับครม.ไม่หวังดี

25 ก.ค. 2558

‘สรรเสริญ’ซัดคนปล่อยข่าวปรับครม.ไม่หวังดี หวังให้เกิดความไม่มั่นใจในการลงทุน ยันไทยยังปลอดเชื้อเมอร์ส ใช้มาตรการเข้มข้นคัดกรองผู้ป่วย เตือนหยุดเผยแพร่ข้อมูลเท็จ

 
        25 ก.ค.58 พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวเรื่องการปรับครม. ว่า ข่าวนี้โตเกินไปสำหรับคนที่มีตำแหน่งโฆษกรัฐบาลที่จะพูด เพราะรัฐมนตรีหลายคนได้อธิบายแล้วว่าการปรับหรือไม่ปรับครม.นั้นเป็นดุลพินิจของนายกรัฐมนตรีที่ต้องดูหลาย ๆ เรื่อง แต่ก็มีกระแสข่าวออกมาเป็นระยะ ๆ ซึ่งกระแสข่าวทั้งหลายเหล่านั้นก็เข้าใจว่าผู้ที่ปล่อยข่าวก็น่าจะไม่เกิดความหวังดี ทำให้เกิดความไม่มั่นใจในบรรดานักธุรกิจ นักลงทุนทั้งหลาย เพราะฉะนั้นต่อไปนี้ขอชี้แจงทำความเข้าใจต่อพี่น้องประชาชนว่าอะไรที่เป็นแหล่งข่าวก็ขอให้ตรองดูหน่อย ดูตามขั้นตอนที่ถูกต้องของขั้นตอนทางราชการที่หากมีการปรับก็จะมีคำสั่งออกมาอย่างชัดเจน และไม่เชื่อว่ารัฐมนตรีทั้งหลายที่เคยสัมผัสพูดคุย เคยทำงานด้วยกันนี้จะมีวัตรปฏิบัติในทำนองว่าไม่บอกใครเลยแล้วไปยื่นใบลาออกแล้วก็มาให้ข่าวกับสื่อมวลชนอย่างนี้เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว ซึ่งนายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง และพล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ก็ได้ชี้แจงไปแล้ว ดังนั้นใครรับข่าวสารประเภทแหล่งข่าวก็ต้องหนักแน่น จะได้ไม่เกิดความตื่นตระหนกตกใจ   
 
        ผู้สื่อข่าวถามว่า มองว่าถึงเวลาที่จะปรับครม.หรือยัง พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า คำถามโตเกินไปกว่าที่รองโฆษกรัฐบาลจะตอบได้ เรื่องนี้ใครก็ตอบไม่ได้ ต้องนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว และระดับอย่างตนนายกรัฐมนตรีก็ไม่ปรึกษาในเรื่องนี้อยู่แล้ว  
 
        ต่อข้อถามที่ว่า ทราบหรือไม่ว่าคนปล่อยข่าวอยู่ในกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองก่อนหน้านี้หรือเป็นคนในซีกรัฐบาล พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า ไม่ได้ติดตามขนาดนั้น และก็ไม่เชื่อว่าจะเป็นคนในรัฐบาล เพราะไม่รู้ว่ารัฐบาลกับคสช.จะไปสร้างข่าวเพื่อให้เกิดความปริวิตกทำไม แต่สื่อมวลชนเองก็น่าจะรู้ เพราะเป็นคนไปได้แหล่งข่าวมารายงาน แหล่งข่าวคงไม่ใช่อากาศทธาตุ ถามจากใครมาก็ต้องรู้ดี ดังนั้นตนคงต้องถามกลับไปว่าสื่อได้ข่าวมาจากใคร
 
        ส่วนการหาตัวคนปล่อยข่าวมีความจำเป็นหรือไม่ พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า รัฐบาลมีภารกิจที่ต้องทำมากมาย เรื่องการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เราทราบดีว่ามันมีเวลาจำกัดเราก็มีหน้าที่ของเราอยู่ แต่ในส่วนของงานด้านความมั่นคงก็พยายามทำทุกอย่างที่จะดูแลพวกข่าวลือข่าวสร้าง ก็จะเห็นว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาก็จะเห็นว่าพวกที่ปล่อยข่าวทั้งหลายจะโดนจับเป็นระยะ ๆ ฉะนั้นก็อยู่ในกระบวนการที่เขาดำเนินการ แต่ถ้าว่าจะได้เมื่อไหร่นั้นตนคงไปตอบแทนฝ่ายความมั่นคงไม่ได้   
 
        ผู้สื่อข่าวถามว่าประเมินอย่างไรว่าทำไมจึงมีข่าวอย่างนี้ออกมาในช่วงจังหวะนี้ พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า ไม่อยากประเมิน เพราะประเมินแล้วก็มีความคิดแตกกระสานซ่านเซ็นไปมาก ซึ่งตนขอยืนยันว่าเวลาสื่อรายงานข่าวว่าแหล่งข่าว ดังนั้นสื่อก็ต้องรู้ว่าแหล่งข่าวคือใคร และถ้ารู้ก็ต้องชี้แจงมา   
 
        ส่วนเป็นเพราะสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจหรือไม่ ทำให้มีกระแสปรับครม.เศรษฐกิจ พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า ปัญหารัฐบาลมีหลายเรื่องที่กำลังพยายามแก้ไข ทุกฝ่ายทำงานกันอย่างเต็มที่ แต่จะทำได้มากน้อยขนาดไหนก็ต้องยอมรับอย่างที่นายกรัฐมนตรีเคยพูดว่าปัญหาต่างๆมันสะสมมาเป็นเวลานาน เราก็แก้ไขแบบมีระบบ เรื่องเศรษฐกิจนั้นเท่าที่ฟังดูก็เห็นว่าทีมเศรษฐกิจได้แก้ปัญหา 2 ประการควบคู่กันไป คือ แก้ปัญหาในส่วนโครงสร้าง ไม่ใช่แค่ลูบหน้าปะจมูกหรือแค่พอให้มีเม็ดเงินหมุนก็ไม่ใช่อย่างนั้นแต่ทำแบบโครงสร้าง ขณะเดียวกันก็ไม่ได้ละเลยที่จะช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยเพื่อให้เม็ดเงินได้หมุนเวียนแต่ไม่ใช่ลักษณะประชานิยม แต่เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะเรื่องเพื่อให้ผู้มีรายไดน้อยสามารถมีชีวิตสามารถได้รับอานิสงค์ของการแก้ปัญหาระยะยาวได้ ทำทั้ง 2 ส่วน
 
 
‘สรรเสริญ’ ยันไทยปลอดเชื้อ ‘เมอร์ส’ เตือนหยุดเผยแพร่ข้อมูลเท็จ
 
 
        พลตรีสรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการส่งต่อ และเผยแพร่ข้อมูลข่าวลืออันเป็นเท็จ ทางโซเชียลมีเดีย ว่า พบผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง หรือ โรคเมอร์ส ในหลายโรงพยาบาล ในหลายจังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ขอยืนยันว่าข้อมูลเหล่านั้นล้วนเป็นเท็จทั้งสิ้น ขอพี่น้องประชาชนอย่าเข้าใจผิด หรือหลงเชื่อกับข่าวที่กุขึ้นเหล่านั้น
 
        “พี่น้องประชาชนสามารถใช้ชีวิตตามปกติ และยืนยันว่า ไม่มีการระบาดของโรคเมอร์สอย่างที่มีการปล่อยข่าวกัน ทั้งนี้กระทรวงสาธารณสุขมีการ คัดกรองและเฝ้าระวังผู้ป่วยที่มีอาการเบื้องต้นว่าอาจจะเข้าข่ายทุกรายและยังไม่พบว่ามีผู้ติดเชื้อรายใด นอกจากผู้ติดเชื้อกลุ่มแรกซึ่งเป็นชาวต่างประเทศ ซึ่งทีมแพทย์รักษาจนหายและเดินทางออกจากประเทศไทยไปนานแล้ว หากพี่น้องประชาชนยังมีข้อสงสัยหรือต้องการติดตามข่าวสารเรื่อง โรคเมอร์ส สามารถรับฟังข้อมูลข่าวสารจากกระทรวงสาธารณสุข ได้ทาง เว็บไซต์ กรมควบคุมโรค เว็บเพจไทยสู้เมอร์สหรือ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 ตลอด 24 ชั่วโมง” รองโฆษก กล่าว 
 
        พลตรีสรรเสริญ กล่าวต่อว่า ขอเตือนผู้ที่มีการเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ ทางสื่อ และสร้างผลกระทบหรือก่อความตระหนกขึ้นในสังคม ขอให้หยุดพฤติกรรมเสีย ส่วนผู้ที่ได้รับข้อมูลที่ไม่สามารถอ้างอิงแหล่งที่มาที่เชื่อถือได้ ก็ขอให้อย่าส่งต่อ เพราะอาจเข้าข่ายความผิด ตามกฏหมายพ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ 2550 มาตรา 14 การนำเข้า/ปลอม/เท็จ/ภัยมั่นคง/ลามก/ซึ่งเนื้อหาของกฎหมายระบุว่าการส่งต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนทำให้ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงข้อมูลนั้นได้โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน ผู้ใดกระทำความผิดที่ระบุไว้ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
 
 
รัฐบาลเตรียม 600 ล้านจ่ายเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด เปิดลงทะเบียน 1 ก.ย.นี้
 
 
        25 ก.ค.58 พลตรีสรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยที่รับผิดชอบต่อการดำเนินโครงการจ่ายเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด เดือนละ 400 บาทเร่งประชาสัมพันธ์ให้คุณแม่ตั้งครรภ์ในครอบครัวฐานะยากจน ได้รับทราบสิทธิ์ของตนเอง และมาเริ่มลงทะเบียนได้ขอใช้สิทธิ์ได้ ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย นี้ ไม่ต้องรอจนคลอดทารก เพราะช่วงเวลาดังกล่าวควรให้คุณแม่ได้ใช้เวลาดูแลเอาใจใส่ลูกน้อยให้เต็มที่  
 
        “นายกฯฝากขอบคุณมายังเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติ ทั้งสำนักงานเขต กทม.อปท. และทีมหมอครอบครัวของกระทรวงสาธารณสุขที่จะเป็นหน่วยแรกในการดูแลคุณแม่และเด็กๆในโครงการนี้ ขอให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยทบทวนขั้นตอนปฏิบัติให้ชัดเจน และให้บริการช่วยเหลือดูแลอย่างเต็มที่ เพราะถือว่านี่คืองานสร้างทรัพยากรมนุษย์ของชาติร่วมกัน เป็นภารกิจที่สำคัญ และมีความหมาย” รองโฆษก กล่าว 
 
        พลตรีสรรเสริญ กล่าวต่อว่า โครงการอุดหนุนเด็กแรกเกิด โดยรัฐจ่ายเป็นสวัสดิการให้จำนวน 400 บาท ต่อเดือนไปจนอายุครบ 1 ขวบ สำหรับเด็กที่เกิดในช่วงวันที่ 1 ต.ค.58 จนถึง 30 ก.ย.59 ในครอบครัวยากจน มีเป้าหมาย เพื่อสนับสนุนส่งเสริมให้เด็กแรกเกิดได้เข้าถึงบริการสุขภาพ ได้รับการตรวจรักษาทางการแพทย์อย่างครบถ้วน และแบ่งเบาภาระทางการเงินของครอบครัวที่มีความพร้อมทางเศรษฐกิจน้อย โดยครม.ได้อนุมัติงบประมาณ ในเบื้องต้น
 
        สำหรับโครงการนี้ อนุมัติงบเบื้องต้นไว้ 600 ล้านบาท เมื่อครบระยะเวลาดำเนินโครงการจะมีการทบทวนประสิทธิภาพ และประสิทธิผลของโครงการต่อไป ว่าสมควรดำเนินการต่อในลักษณะใด หรือ ปรับปรุงเพิ่มเติมในส่วนใดหรือไม่
 
 
‘สรรเสริญ’ ยืนยันสถานการณ์ภัยแล้งดีขึ้น
 
 
        พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ภัยแล้ง ว่า เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานายปราโมทย์ ไม้กลัด สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) และ ประธานกรรมาธิการปฏิรูปทรัพย์ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ของสปช. และประธานอนุกรรมาธิการปฏิรูปการจัดการทรัพยากรน้ำ ของสปช. และอธิบดีกรมมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ชี้แจงแล้วว่าสถานการณ์เริ่มคลี่คลายลง พื้นที่ภาคอีสานก็เริ่มดี ไม่มีปัญหาวิกฤตด้านน้ำแล้ว แต่ยังมีคือในส่วนของภาคเหนือตอนล่างและลุ่มน้ำเจ้าพระยาซึ่งมีการวิเคราะห์ว่าหากมีฝนช่วงใหม่ตกมาประมาณต้น หรือกลางเดือนส.ค.นี้ก็น่าจะแก้ปัญหาตรงนี้ไปได้ แต่ก็ยังต้องคิดถึงต้นทุนน้ำที่จะต้องมีอย่างน้อย 3,500 ล้านลบ.ม.เพื่อรองรับฤดูแล้งปีหน้า ซึ่งรัฐบาลต้องคำนึงถึงเรื่องนี้ด้วย
  
        เพราะฉะนั้นในการที่จะปล่อยน้ำ หรือดึงน้ำฝั่งลุ่มน้ำแม่กรองมาฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาก็ต้องบริหารให้ดี ซึ่งในที่ประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(กนช.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานก็ได้หารือถึงเรื่องนี้เช่นกัน เพราะมีคลองชลประทานอยู่แล้วที่จะระบายน้ำจากฝั่งลุ่มน้ำแม่กรองมาฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งรับได้ 45 ลบ.ม.ต่อวินาที ก็เพียงพอและมีมาตรการต่างๆรองรับ เพราะฉะนั้นจึงไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดความขาดแคลนขนาดหนัก แต่ขณะเดียวกันขอวิงวอนทุกฝ่ายว่า เพื่อเป็นการเตรียมการในเบื้องต้นทุกคนต้องช่วยกันประหยัดการใช้น้ำทั้งคนกรุงเทพ หรือคนในภาคต่างๆ เพราะพี่น้องเกษตรกรนั้นได้ให้ความร่วมมือและช่วยเหลือแล้ว รัฐบาลไม่ได้ทิ้งเกษตรกร เพียงแต่ต้องจัดลำดับความเร่งด่วนว่าน้ำที่ปล่อยลงมานั้นจะต้องช่วยใครเป็นลำดับความเร่งด่วน เพราะพื้นที่นั้นวิกฤต หากไม่ได้รับน้ำใน 1-2 วันแล้วจะเกิดความเสียหาย เมื่อได้รับน้ำพอสมควรก็ต้องหยุดแล้วส่งให้เกษตรกรที่มีลำดับความเร่งด่วนถัดไป ส่วนตรงไหนที่เกินที่จะช่วยเหลือวันข้างหน้ารัฐบาลเคาะเมื่อไหร่ก็จะมีมาตรการดูแลในทุกภาคส่วน
 
        ผู้สื่อข่าวถามว่า ความเสียหายของชาวนาที่เกิดขึ้นจากวิกฤตภัยแล้งนั้นได้มีตัวเลขความเสียหายออกมาหรือยัง พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า ยังสรุปไม่ได้ เนื่องจากถึงวันนี้สถานการณ์ฝนนั้นยังมีความเปลี่ยนแปลงเป็นระยะๆ ขอยืนยันว่าไม่ได้ทอดทิ้ง แต่สรุปตัวเลขไม่ได้ในขณะนี้เพราะว่าถ้าสรุปแล้วสถานการณ์ฝนตกเปลี่ยนแปลงไป ตัวเลขก็ต้องสรุปใหม่ ถ้าสรุปแล้วมาเคาะใหม่ๆอยู่อย่างนี้ก็จะขาดความน่าเชื่อถือ ดังนั้นยืนยันว่าวันนี้ยังเคาะตัวเลขไม่ได้แต่ติดตามประเมินทุกระยะและท้ายที่สุดเมื่อฝนมา เมื่อแก้ปัญหาจบทุกอย่างแล้วก็จะมีการเคาะกันในที่สุด
 
        ต่อข้อถามที่ว่า แสดงว่าขณะนี้ยังไม่มีการหารือถึงกรณีที่เกษตรกรร้องขอให้มีการเยียวยาแก่พื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากผลกระทบวิกฤตแล้ง พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า “ได้รับข้อมูลมาโดยตลอดครับ”