ข่าว

‘ประยุทธ์’ปลื้มขัดแย้งน้อยกว่าเดิม

‘ประยุทธ์’ปลื้มขัดแย้งน้อยกว่าเดิม

24 ก.ค. 2558

‘ประยุทธ์’ปลื้มขัดแย้งน้อยกว่าเดิม หวั่นนำภัยแล้ง-ศก.มาเป็นเหตุเคลื่อน ยันรบ.ไม่ได้มาจากลต.แต่มีธรรมาภิบาล ชวนคนไทยตั้งอธิฐานจิตรักษาศีล5เข้าพรรษา

             24ก.ค.2558 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการคืนความสุขให้กับคนในชาติ กล่าวถึงการแก้ไขความขัดแย้ง ว่าประเทศของเรากำลังก้าวหน้าไปด้วยดีพอสมควร อย่างไรก็ตามยังคงมีเรื่องที่เป็นปัญหาของประเทศในขณะนี้ ก็คือเรื่องของความขัดแย้ง ทั้งในด้านของการเมือง ในด้านของการใช้จ่ายงบประมาณ ที่ดำเนินการต่อไปไม่ได้ ความขัดแย้งเหล่านี้ยังคงมีอยู่ ถึงแม้จะน้อยไปกว่าเดิม ก็ยังคงมีอยู่ ก็ขอให้ทุกพวกนะครับ ที่มีการเคลื่อนไหวทั้งโดยเปิดเผยและไม่เปิดเผย โดยอาจจะต้องอาศัยปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาความเดือนร้อนของประชาชน เช่น ภัยแล้ง รายได้น้อย ค่าแรง ราคาสินค้าการเกษตรตกต่ำ หรือเศรษฐกิจที่ค่อนข้างที่จะชะลอตัว ทั้งหมดนี่ มาใช้ประโยชน์ในการสร้างความขัดแย้งต่อภายในประเทศ ก็ขอให้ประชาชนนั้น ได้ดูว่าความจริงใจของรัฐบาล เจตนารมณ์ของรัฐบาลในการแก้ปัญหา กับการที่รับฟังการปลุกระดมต่าง ๆ เหล่านี้ ว่าเราไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เราก็พยายามทำทุกอย่าง เพียงแต่ว่าไม่เหมือนในช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลทราบและเข้าใจดี เราก็พยายามวางแผนงาน กำหนดมาตรการล่วงหน้า และเตรียมแก้ไขปัญหาให้ดีที่สุด ปัญหาก็คือว่าถูกสร้างความเข้าใจผิดกันมานาน ทำให้การเข้าใจมันยาก ต้องใช้เวลา ผมก็อดทน ทุกคนก็ต้องช่วยกันอดทน

             พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ปัญหาในเชิงโครงสร้าง หลายเรื่องได้มีการแก้ไขไปแล้วนะครับ ได้มีการปรับโครงสร้างใหม่เป็นการชั่วคราวทั้งหมดในเรื่องของเศรษฐกิจ พลังงาน การเกษตร การค้า การลงทุนทั้งในไทย และต่างประเทศ โดยเน้นการดูแลทั้งผู้มีรายได้น้อย รายได้ปานกลางนะครับสำหรับการศึกษาและสังคม กระบวนการยุติธรรม กฎหมาย เหล่านี้ก็มีการแก้ไข เดินหน้าไปตลอด ใน การปฏิรูปและปรองดองนั้น ก็ต้องกำหนดไว้ให้ชัดเจนในการดำเนิน ในระยะต่อไปนะครับ เพราะว่าวันนี้จะต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมก่อนนะครับ การที่เราจะมีมียุทธศาสตร์ชาตินั้นก็เป็นการเดินหน้าประเทศให้เห็นว่าอนาคตประเทศในทุก 5 ปีข้างหน้านั้น จะเป็นอย่างไรประชาชนต้องรู้ถ้าไม่รู้แล้วก็ให้ใครมากำหนดให้เราเอง บางทีมันก็ไม่เป็นไปตามนั้นมันไม่ต่อเนื่องไม่ยังยืน

             “สิ่งเหล่านี้ผมเข้าใจว่าต้องใช้เวลาพอสมควร ก็ผมอยากจะขอเพียงแค่ความเข้าใจ ความอดทน แล้วก็มันจะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่จะมีอนาคตขึ้นมากในวันหน้า ซึ่งแน่นอน การเปลี่ยนแปลงอะไรก็ตามนี่ ถ้าผมไม่อยากจะเปลี่ยนแปลง ไม่อยากทำให้มันดีขึ้น ผมก็ไม่ต้องแก้อะไรทั้งสิ้นนะ ซึ่งวันนี้ผมก็ยอมรับว่ามันมีผลกระทบบ้าง มีการต่อต้านบ้าง มีเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย ผมก็ฟังทุกกลุ่มทุกฝ่าย แต่ก็ต้องหาทางให้เจอกันบ้าง ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

             พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ตนขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนได้เข้าใจในความจำเป็นของประเทศในบางเรื่อง ที่รัฐบาลต้องดำเนินการเพื่อประเทศชาติโดยรวม เช่น เรื่อง พลังงาน ทำยังไงเราจะมีเพียงพอแล้วก็มีความมั่นคง, มีใช้อย่างยั่งยืน , เรื่องขยะ จะทำกันยังไง, โครงการต่าง ๆ ที่ใช้งบลงทุนสูง ทั้งนี้เพื่อผลักดันการใช้จ่ายภาครัฐและเอกชน ให้มีการจ้างาน ให้มีการลงทุน มีการใช้วัสดุอุปกรณ์มากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐาน ถนน รถไฟ รถไฟฟ้า, การบริหารจัดการน้ำ, การลงทุนภาคอุตสาหกรรม หรืออื่นๆ ทั้งนี้ก็เพื่อเรามุ่งหวังจะนำความเจริญไปสู่ทุกพื้นที่ทุกชุมชน การทำการเกษตรอย่างเดียวอาจจะไปไม่ได้ในอนาคต มันต้องมีผสมผสานกันเป็นเศรษฐกิจแนวใหม่ที่ต้องมีทั้งเกษตรกรรมแล้วก็อุตสาหกรรมที่ไม่สร้างมลภาวะนะครับ เป็นเทคโนโลยีสมันใหม่ในกรณีที่มีการต่อต้านหรือไม่เห็นด้วยนั้น รัฐบาลก็จะพยายามหาทางออกให้ดีที่สุด เวลาวันนี้ไม่คอยท่าใคร เพราะวันนี้กำลังเดินหน้าไปสู่การเป็นประชาคมอาเซี่ยน แล้วการลงทุนต่างๆในทุกประเทศก็แข่งขันกันในขณะนี้ ถ้าเราไม่เตรียมเรื่องเหล่านี้ให้พร้อม สิ่งต่างๆ เราเกิดขึ้นไม่ได้ เราก็จะต้องตามหลังเขาไปตลอดไป แล้วเราก็เสียโอกาสในการที่เราก็เป็นศูนย์กลาง หรือว่าเป็นจุดกึ่งกลางในด้านของภูมิรัฐศาสตร์ของอาเซี่ยนด้วย

             “ผมอยากให้มีการพูดคุยกันทุกฝ่าย อย่าเอาปัญหามาพูดกันอย่างเดียว มันต้องดูว่าเออ ถ้าทำแล้วมันเกิดอะไรขึ้นบ้าง หรือมันจะเสียหายอะไรบ้างไหม มันต้องหาทางนะครับ สมมุติว่าเป็นห่วงโน่น ห่วงนี่ ก็กรุณาไปดูนะครับ ว่าที่เขาสร้างไปแล้ว ที่ไหนมีอยู่บ้าง มีปัญหาอะไรหรือเปล่านะครับ เสร็จแล้วก็มามาหาทางว่าจะทำกันยังไงตรงไหนที่มันมีปัญหา อ้าวมันจะมีทางออกกันอย่างไร ถ้าทุกฝ่ายนี่ยังคงเอาความขัดแย้งขึ้นมาทุกเรื่องมันทำอะไรไม่ได้ทั้งสิ้น งบประมาณก็เลยใช้ไม่ได้นะ เพราะงั้นเศรษฐกิจประเทศก็มีปัญหาหมดนะ วันนี้ผมบอกแล้วว่าถ้ามันจัดซื้อจัดจ้างไม่ได้ หรือการทำประชาพิจารณ์ ไม่ผ่านโดยเหตุผลไม่สมควรนี่ มันก็เสียหายประเทศ เวลามันเสียไป งบประมาณใช้จ่ายไม่ได้ เศรษฐกิจอื่นๆก็ชะลอตัวตามไปหมด ผมยืนยันว่ารัฐบาลนั้นพร้อมจะรับฟังทุกปัญหา ทุกความคิดเห็น ท่านก็ต้องฟังเราบ้าง ฟังเหตุฟังผลกัน หาหนทางร่วมมือกัน ไม่อยากให้ต่อต้านทุกเรื่องไป บางเรื่องมันก็มีเรื่องที่น่าจะทำได้บ้าง มันก็ต้องทำไปก่อนนะ ถ้าตรงไหนที่มีปัญหาก็ชะลอไป ถ้าทุกโครงการทำได้แบบนี้ มันก็เกิดได้ทุกเรื่อง เพราะงั้นถ้าหากว่าขัดขวางไปทุกอย่าง ไม่ฟังเหตุฟังผลกันเลย ก็ต้องฟังเหตุผลในทางวิทยาศาสตร์ด้วย อย่าใช้คำบอกเล่าหรือใช้คำที่ ปลุกระดมกันมาโดยตลอด มันก็ทำทุกอย่างเลวร้ายไปกว่าเดิม ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

             พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อไปว่า ตนเรียนว่าการแก้ปัญหาต่าง ๆ นั้นเราจะทำไม่ได้เลยถ้าหากว่าความรัก ความสามัคคีไม่เกิดขึ้น ไม่รับฟังซึ่งกันและกัน ไม่เข้าใจกัน เราก็จะกลับไปอยู่ในวังวนของความขัดแย้งกัน ติดกับดักตัวเองอีกเหมือนเดิม หากมันมีเหตุการณ์เกิดขึ้น ไม่สงบไม่เรียบร้อย รัฐก็ต้องบังคับใช้กฎหมาย ประชาชนก็เดือดร้อนนะครับ อันนี้ประชาชนก็ต้องรับรู้รับทราบต้องฟังกัน แล้วก็คิดอย่างมีสติ ด้วยตัวของตัวเอง อย่าให้ใครมาชี้นำ เพราะงั้นก็ต้องฟังคนนำ คนชี้แจงทั้งสองฝ่ายด้วยแล้วกัน ฝ่ายรัฐก็ต้องฟังนะ ถ้าฝ่ายต่อต้าน คนนำก็ต้องฟังเขา ว่าเอ๊ะ เหตุผลสองอย่างนี่มันน่าจะเชื่ออันไหนมากกว่า ที่เป็นตัวเลข หรือเป็นอะไรเชิงวิทยาศาสตร์ที่จับต้องได้ เพราะงันก็ขอย้ำ ขอความร่วมมือ ขอให้ฟังกันบ้างหาทางออกนะครับ ไม่อยากจะใช้อำนาจ ใช้กฎหมายทั้งสิ้น ทำให้เราต้องมาเผชิญหน้ากันทุกเรื่อง ประเทศชาติก็หยุดชะงักไปอีกนะครับ วันนี้เรากำลังก้าวหน้าได้พอสมควร

             "วันนี้เรารู้ดีว่ารัฐบาลไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่เป็นรัฐบาลเพื่อต้องการสร้างระบบธรรมาภิบาลในการบริหารบ้านเมือง รับฟังเสียงประชาชน ปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานเป็นเชิงรุก เพื่อเตรียมมาตรการในการลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตต้องเห็นใจกันนะครับ ข้าราชการเองก็ต้องปรับตัว ประชาชนก็ต้องปรับตัวเช่นกัน ถ้าเราไม่ปรับตัวหากัน ยังคงยืนยันหลักการกันอยู่เหมือนเดิม มันไปไม่ได้แน่นอน ท่านต้องหาว่าอะไรที่จะทำร่วมกันได้บ้าง ตรงไหนติดขัดเป็นปัญหา บางส่วนก็ชะลอไว้ก่อน แต่ถ้าทุกโครงการไปไม่ได้ มันก็เหมือนเดิม ทุกอย่างแย่เหมือนเดิม สิ่งที่ประชาชน และรัฐบาลคาดหวังนั้น เรามีหลายอย่างด้วยกัน เพราะเราบอกไว้แล้วว่าเราจะทำให้ประเทศชาตินั้นมีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนภายใน 5 ปีข้างหน้า เพราะงั้นถ้าเราเริ่มปีนี้ไม่ได้ มันก็ต้องไปนับหนึ่งใหม่ในปีหน้าหรือปีโน้นอะไรต่อไป ก็สรุปว่าไม่เสร็จตามวิสัยทัศน์ หรือตามกำหนดการณ์ แล้วเราก็จะช้ากว่าเขา วันนี้ผมติดตามทุกประเทศ โดยเฉพาะประเทศอาเซี่ยนนี่ เขาไม่มีความขัดแย้ง เขาไม่มีปัญหาเหมือนที่เรามีทั้งหมดนะครับ เขาก็สามารถเดินหน้าได้หมด ประเทศรอบบ้านหลายประเทศ เขาก็เตรียมแผนที่จะทำโรงงานไฟฟ้านิวเคลียแล้ว ประเทศใกล้ๆ เราเองนี่แหละ ประมาณไม่กี่ปีข้างหน้า เขาศึกษาวางแผนแล้ว ของเรายังไปไหนไม่ได้เลยซักอันหนึ่งนะ ผมคิดว่าเอ๊ะจะต้องทบทวนกันหรือเปล่า เพราะงั้นอย่าไปมองแต่ผลเสียอย่างเดียวนะ ผลเสียก็ต้องหาทางแก้ไข ไอ้ผลดีมันมีมากกว่าไหมนะ ขอร้องให้ทุกฝ่ายได้ทบทวนกันดูก่อน ว่าเป็นห่วงพ่อแม่พี่น้องประชาชนจริงๆ นะครับ แล้วก็ประเทศชาติด้วย หากว่าทำไม่ได้วันนี้ รัฐบาลต่อไปก็ทำไม่ได้แน่นอน แล้วเราจะทำยังไงกัน

             พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่ออีกว่า ขอให้ประชาชน ซึ่งเป็นผู้ทีมีส่วนได้ส่วนเสียทั้งประเทศนะครับ มันมีผลกระทบทั้งสิ้น ทำที่นี่ไม่ได้มันก็มีผลกระทบกับที่อื่นนะ มันก็ทำให้ทุกอย่างมันตามกันไปหมดนะครับ ถ้าทุกคนบริหารจัดการกันเองหมด มันก็ ผมว่าลำบากนะ อยู่กันไม่ได้หรอกประเทศนี้ นะครับ ขอให้ได้ใคร่ครวญ ทบทวนสถานการณ์ของประเทศไทย ในห้วงที่ผ่านมา ก่อน 22 พฤษภาคม 2557นะครับ ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง วันนี้อาจจะลืมไปแล้วล่ะ ผมก็ต้องเตือนอีกครั้งนะวันนี้เราทำไปแล้วอะไรบ้าง แน่นอนนะครับการแก้ปัญหาต่างๆ ที่สลับซับซ้อนในเชิงโครงสร้างด้วยอะไรด้วยต้องใช้เวลาแล้วก็เรื่องมันมาก ทำทุกเรื่องนะครับมันก็เลยมองดูเหมือนกับว่า เอ๊ะทำอะไรหรือเปล่า จริงๆ แล้วเราก็เอาปัญหาใหญ่มาดู แล้วก็คลี่เป็นกิจกรรมหลัก กิจกรรมย่อย แล้วเราก็แยกว่าอันไหนกิจกรรมหลักจะทำอะไรบ้าง อันไหนยังไม่ทำ อันไหนที่เป็นกิจกรรมย่อย อันนี้ทำ อันนี้ยังไม่ทำ ก็จะแยกไอ้ที่ยังไม่ทำนี่ ไม่ใช่ไม่ทำ ไปทำตอนปฏิรูปนั่นไปส่งในแผนปฏิรูปวันนี้เราเดินหน้าภายในระยะเวลาที่เราอยู่ในการบริหารราชการแผ่นดินนี่ เดินหน้าให้ได้ทุกเรื่อง ที่มันติดขัดทั้งหมด ขอความร่วมมือท่านเท่านั้นเอง นะครับ เราจำเป็นต้องเริ่มต้นไว้ก่อน แล้วก็สร้างระบบ ระเบียบ สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกันนะครับ แล้ก็เพื่อไม่ให้มีการขัดแย้งกับพวกเรากันเองในสังคม ในอนาคต ทั้งนี้ผมไม่ได้มุ่งหวังอะไรเลย มุ่งหวังแต่เพียงให้เกิดผลประโยชน์ต่อชาติ ประชาชนอย่างยั่งยืน ตามวิสัยทัศน์ ที่เราได้กล่าวไว้แล้ว 2015 -2020 “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน”


ชวนคนไทยตั้งอธิฐานจิตรักษาศีล5เข้าพรรษา

             พล.อ.ประยุทธ์  กล่าว ว่าสำหรับสัปดาห์หน้าจะมีห้วงวันหยุดยาวต่อเนื่อง ซึ่งเป็นวันสำคัญทางศาสนา 2 วัน คือ วันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา นอกจากจะได้หยุดพักผ่อนกันแล้วผมอยากให้พี่น้องชาวไทยที่นับถือพุทธศาสนาได้ใช้โอกาสวันหยุดดังกล่าวรำลึกถึงคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คิดดี ปฏิบัติดี รวมทั้งร่วมกันประกอบพุทธบูชา ได้แก่ ทำบุญ – ตักบาตร – เข้าวัด –รับศีล–ฟังเทศน์ –สนทนาธรรม– สวดมนต์และเวียนเทียน เพื่อสร้างความเป็นมงคลสู่ชีวิตและครอบครัว แล้วก็อย่าลืมทำทานด้วยนะครับ ทำบุญแล้วก็ทำทานด้วยแล้วกัน คนบากลำยากมีอีกเยะแยะ ในห้วงวันหยุดนี้ก็ขอให้ทุกคนมีความสุขนะครับ ในการที่จะไปท่องเที่ยวไปอะไรก็แล้วแต่ ปลอดภัยด้วยนะครับ ขับรถขับลา ระมัดระวังในช่วงโอกาสการเข้าพรรษานี้ ขอให้ทุกคนร่วมกันอธิฐานจิตนะครับตั้งใจปฏิบัตตนตาม “ศีล 5” ซึ่งจริงๆ แล้วศีล 5 ไม่ใช่ข้อห้ามนะครับ แต่เป็น “ข้อฝึกปฏิบัติ” ที่เรียกว่าสิกขาบท ที่ทุกคนไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นชาวพุทธ สามารถนำมาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตประจำวันได้ ทั้งนี้ก็เพื่อพัฒนาชีวิตให้ดีขึ้นในทุกๆ ด้าน สังคมปลอดภัยมีความสุข รัฐบาลได้ประกาศให้วันเข้าพรรษาเป็น “วันงดดื่มสุราแห่งชาติ” โดยมีคำขวัญปีนี้ว่า “พัฒนาเยาวชนและทรัพยากรมนุษย์ ต้องหยุดเป็นทาสสุรา”

             “ผมขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่าน ที่มีจิตใจมุ่งจะทำความดี ลด ละเลิก สุรา ในช่วงเข้าพรรษานี้ ให้ประสบความสำเร็จ และมีสุขภาพร่างกายและจิตใจที่เข้มแข็ง เป็นพลังให้กับประเทศชาติต่อไป สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปต่างจังหวัดก็ดู ฟังข่าวเรื่องการจราจรด้วย แล้วก็กรุณาขับรถอย่าเร็วเกินไปนัก แล้วก็อย่าดื่มสุราในระหว่างขับรถ แล้วการสูญเสียเกิดขึ้น คนที่สูญเสียก็คือครอบครัวทั้งสิ้นแล้วก็ประเทศชาติก็เสียหายไปด้วย ซึ่งเสียทรัพยากรไปไม่รู้เท่าไร อย่าให้มีการสูญเสียอีกเลย ในเรื่องนี้ท่านต้องรักชีวิตท่านเอง ชีวิตท่านไม่ได้มีตัวท่านคนเดียว ท่านต้องมีชีวิตเพื่อคนอื่นเขาด้วย เพื่อจะไปช่วยเหลือ ไป แลครอบครัวของท่าน แล้วก็สร้างสังคมที่เข้มแข็งต่อไปในอนาคตนะครับ ขอให้ทุกคนปลอดภัย ขอให้มีความสุขในวันหยุดราชการ ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว