ข่าว

ยกฟ้อง!'พระสุเทพ'ไม่ได้หมิ่น'หมอมิ้ง'

ยกฟ้อง!'พระสุเทพ'ไม่ได้หมิ่น'หมอมิ้ง'

24 ก.ค. 2558

ศาลฎีกาพิพากษาแก้ให้ยกฟ้อง 'พระสุเทพ' ไม่ผิดหมิ่น 'หมอมิ้ง' ทุจริต ลต.เม.ย.49 ชี้ แสดงความคิดเห็นโดยสุจริต ติชมด้วยความเป็นธรรม พูดตามข้อมูล สุดท้าย ศร.ยุบ ทรท.

 
                      24 ก.ค. 58  เมื่อเวลา 09.30 น.  ที่ห้องพิจารณา 905 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก  ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขดำ อ.908/2549 ที่ นพ.พรหมินทร์ หรือ หมอมิ้ง เลิศสุริย์เดช อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พรรคประชาธิปัตย์ , นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค , นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีต ส.ส.สุราษฎร์ธานี ปัจจุบันบวชเป็นพระ , นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ อดีตโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เป็นจำเลยที่ 1 - 4 ในความผิดฐานดูหมิ่น และหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 , 328 , 332 , 393
 
                      ตามฟ้องโจทก์ บรรยายพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 16 มี.ค. 49 ระหว่างการประกาศพระราชกฤษฎีกาให้ยุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2549 จำเลยทั้งสี่ร่วมกันแถลงข่าวที่พรรคประชาธิปัตย์ โดยจำเลยที่ 3 - 4 แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ว่า ได้ตรวจพบการกระทำและพยานหลักฐานที่ระบุชัดถึงขบวนการทุจริต ในการเลือกตั้งวันที่ 2 เม.ย. 49 ซึ่งเป็นขบวนการที่ทรงอิทธิพล แทรกซึมเข้าไปในหน่วยงานต่างๆ ของรัฐ รวมทั้งองค์กรอิสระ รวมทั้ง กกต.ซึ่งควรเป็นองค์กรอิสระ โดยพบว่าผู้บริหารพรรคไทยรักไทย ในตำแหน่งสำคัญอย่างน้อย 3 คน มีหลักฐานบ่งชี้ว่าเป็นผู้บงการสั่งการ และก็จ่ายเงิน ให้ขบวนการทุจริต ในการเลือกตั้งให้เป็นไปตามเป้าหมายที่พรรคไทยรักไทยกำหนดไว้ ซึ่งการจัดแถลงข่าวของจำเลยทั้งสี่ เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั่วไปเกิดการเข้าใจผิดว่าโจทก์ พรรคไทยรักไทย และพรรคการเมืองอื่นที่ส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง กระทำการทุจริตในการเลือกตั้ง ทำให้ประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ไม่ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง หรืองดลงคะแนนเสียงให้กับผู้สมัครพรรคไทยรักไทย หรือผู้สมัครพรรคการเมืองอื่นๆ จำเลยทั้งสี่ไม่ต้องการให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 2 เม.ย. 49 ขณะที่จำเลยที่ 1 , 2 และ 4 ต่อสู้คดีว่า ไม่ได้มีการกระทำผิดตามฟ้องของโจทก์ ส่วนพระสุเทพ จำเลยที่ 3 ต่อสู้คดีว่า ไม่มีเจตนาใส่ความโจทก์
 
                      โดยศาลชั้นต้น มีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 52 ให้ยกฟ้องจำเลยทั้งสี่ เนื่องจากเห็นว่า การแถลงข่าวของจำเลยที่ 3 ไม่ได้แต่งเรื่องราวอันเป็นเท็จ แต่ได้รับฟังมาจากนายชวการ โตสวัสดิ์ หนึ่งในผู้เดินทางมาพบผู้บริหารพรรคไทยรักไทย โดยนายชวการ อ้างว่าได้ยินคำว่า “หมอมิ้ง” และ “ให้เงินจ้างพรรคเล็กเข้าเลือกตั้ง” กับคำว่า “เป็นคนสายตรงกับหมอมิ้ง” ซึ่งนายชวการ ยอมให้จำเลยที่ 3 อัดภาพวีซีดีการให้ข้อมูลดังกล่าวไว้ด้วย
 
                      ต่อมา นพ.พรหมินทร์ โจทก์ ยื่นอุทธรณ์ ซึ่งศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 24 ก.ค. 55 แก้เป็น ให้จำคุกพระสุเทพ จำเลยที่ 3 เป็นเวลา 4 เดือน และปรับ 2,000 บาท แต่โทษจำคุกให้รอลงอาญา 1 ปี ส่วนจำเลยที่ 1 , 2 และ 4 พิพากษายืนให้ยกฟ้องตามศาลชั้นต้น แต่ นพ.พรหมินทร์ โจทก์ ยังได้ยื่นฎีกา ขณะที่ พระสุเทพ จำเลยที่ 3 ก็ได้ยื่นฎีกาด้วย ซึ่งนายอภิสิทธิ์ พระสุเทพ นายองอาจ ได้เดินทางมา ฟังคำพิพากษาฎีกา พร้อมทีมทนายความ
 
                      ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว เห็นว่า พระสุเทพ จำเลยที่ 3 ได้แถลงข่าวที่พรรคประชาธิปัตย์ ทำนองว่า นพ.พรหมินทร์ โจทก์ กระทำการทุจริต ว่าจ้างพรรคเล็ก ลงสมัครเลือกตั้ง และมีการแก้ไขข้อมูล คอมพิวเตอร์ กกต. ซึ่งภายหลังการแถลงข่าว จำเลยที่ 3 นำเรื่องดังกล่าวและหลักฐานเป็นเอกสารการจ่ายเงินร้องเรียนต่อ กกต. กระทั่งศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยให้ยุบพรรคไทยรักไทย ซึ่งคำวินิจฉัยศาล มีถ้อยคำที่จำเลยที่ 3 ได้เข้าร้องเรียนรวมอยู่ด้วย ดังนั้นข้อความ ซึ่งจำเลยที่ 3 แถลงข่าวพาดพิงโจทก์ จึงเป็นไปตามข้อเท็จจริงที่จำเลยได้ข้อมูลมา ไม่ได้เป็นการเสริมแต่งขึ้นเองเพื่อให้ร้ายโจทก์แต่อย่างใด
 
                      ซึ่งจำเลยที่ 3 ในฐานะ ส.ส.มีสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญที่สามารถเปิดเผย แสดงความคิดเห็นเพื่อเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน และประเทศชาติ จึงเป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต ติชมด้วยความเป็นธรรม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 (1) (3) ไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท ดังนั้น จำเลยที่ 1 , 2 และ 4 ย่อมไม่มีความผิดฐานดังกล่าวด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 3 ฟังขึ้น ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย
 
                      จึงพิพากษาแก้ เป็นว่า ให้ยกฟ้อง พระสุเทพ อดีต ส.ส.สุราษฎร์ธานี จำเลยที่ 3 ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ , นายอภิสิทธิ์ หัวหน้าพรรค และนายองอาจ อดีตโฆษกพรรค จำเลยที่ 1 , 2 และ 4 พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ยกฟ้อง
 
                      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังฟังคำพิพากษาแล้ว นายอภิสิทธิ์ พระสุเทพ นายองอาจ ได้เดินทางกลับพร้อมทนายความโดยทันที และไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใดๆ