
แอลวีจี หมดทางแก้ตัว
25 ก.ค. 2558
สปอร์ต คม วีกเอนด์ : แอลวีจี หมดทางแก้ตัว
เมื่อฤดูกาลที่แล้วอาจจะพอบอกได้ว่า "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ภายใต้การนำทัพของ "แอลวีจี" หลุยส์ ฟาน กัล เจอกับความไม่พร้อมในการเตรียมทีมสำหรับฤดูกาลที่ผ่านมา เพราะไหนจะติดที่ตัวกุนซือต้องทำทีมชาติฮอลแลนด์ถึงเกมนัดชิงที่ 3 และนักเตะหลายๆ คนที่ย้ายเข้ามาใหม่ไม่ได้ผ่านช่วงปรีซีซั่น ทำให้กว่าจะตั้งหลักได้ใช้เวลาไปมาก แต่สำหรับฤดูกาลนี้สถานการณ์เหล่านั้นได้เปลี่ยนไปแล้ว
หลังจากที่คุมทีมมา 1 ฤดูกาลเต็ม และในช่วงปิดฤดูกาลนี้ไม่มีเรื่องของฟุตบอลโลก หรือว่าฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป เข้ามากวนใจ ทำให้ หลุยส์ ฟาน กัล สามารถมุ่งสมาธิไปกับการสร้างทีมได้อย่างเต็มที่ ซึ่งถือว่าผิดไปจากเมื่อฤดูกาลที่แล้ว จากการที่กุนซือชาวดัตช์มีโอกาสวางแผนเลือกซื้อนักเตะเข้ามาเสริมทีมด้วยตัวเอง พิจารณาในแต่ละตำแหน่งที่คิดว่าเป็นจุดบอดเมื่อฤดูกาลที่แล้วด้วยตัวเอง ที่สำคัญคือตัวที่เข้ามาเสริมทุกคนในช่วงนี้ต่างก็เข้าแคมป์ปรีซีซั่นด้วยกันทั้งหมด
ในส่วนของการเลือกผู้เล่นเข้ามาเสริม ฤดูกาลนี้เห็นได้ชัดว่า ฟาน กัล ได้นักเตะที่ต้องการจริงๆ โดยรายแรกที่กุนซือรายนี้ต้องการจริงๆ แล้วคือ บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ โดยแม้ว่าการดำเนินการอาจจะช้ากว่าคนอื่นๆ แต่ ชไวนี คือเป้าหมายที่ ฟาน กัล ได้แจ้งกับสโมสรมานานแล้ว หลังจากที่เคยร่วมงานกับกัปตันทีมชาติเยอรมนีชุดปัจจุบันมาสมัยที่อยู่กับบาเยิร์น มิวนิค ซึ่งในท้ายที่สุดแล้ว ฟาน กัล ก็ชักจูงเอาลูกน้องเก่ามาจนได้
นอกจาก ชไวนี ที่อายุ 30 ปีแล้ว กุนซือวัย 63 ปี ยังเล็งเห็นถึงความยั่งยืนในแดนกลาง เพราะหากจะใช้ ชไวน์สไตเกอร์ กับ ไมเคิล คาร์ริค ยืนเป็นหลักกันตลอดฤดูกาล หรือว่า อันเดร์ เอร์เรรา ลงมาเสริมบ้าง คงไม่เพียงพอ จึงจัดการเอา มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน เข้ามาอีกคน เรียกได้ว่าเป็นกองหน้าวัยหนุ่มที่ยังพัฒนาฝีเท้าไปได้อีก รวมไปถึงตำแหน่งฟูลแบ็กอย่าง มัตเตโอ ดาร์เมียน และที่มาก่อนหน้านี้แล้วคือ เมมฟิส เดปาย ที่คาดว่าจะแจ้งเกิดเป็นซูเปอร์สตาร์คนใหม่ในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด
แน่นอนว่านักเตะใหม่ทั้ง 4 คน เข้าแคมป์ซ้อมในช่วงปรีซีซั่นทั้งหมด และแม้จะยังมีเป้าหมายอื่นๆ ที่ยังเล็งมาเสริมทีมโดยเฉพาะในแดนหน้า แต่ก็ถือว่าปรีซีซั่นของแมนฯ ยูไนเต็ด มีความพร้อมกว่าเมื่อฤดูกาลที่แล้วเอามากๆ
ผ่านเกมอุ่นเครื่องแบบจริงๆ จังๆ ในการทัวร์อเมริกาไปใน 2 นัดแรก นักเตะใหม่ทั้ง 4 คนมี ชไนเดอร์ลิน, ดาร์เมียน และเดปาย ที่ได้ลงสนามเป็นตัวหลักทุกนัด และทั้ง 3 คนก็น่าจะเป็นตัวหลักสำหรับการสู้ศึกพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลใหม่แน่นอน
ทีมชุดใหญ่ของยูไนเต็ด ได้เล่นเกมละ 45 นาทีในเกมกับคลับ อเมริกา และซานโฮเซ เอิร์ธเควกส์ และทุกคนถือว่าสอบผ่านในจุดนี้ แม้ว่าสองเกมแรกจะไม่ได้เจอกับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งอะไรมากมายก็ตาม
หลังจากกลับจากการทัวร์อเมริกาแล้ว เป็นไปตามประเพณีที่ แมนฯ ยูไนเต็ด จะอุ่นเครื่องเกมสุดท้ายที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด อีก 1 นัด เกมดังกล่าวคงจะได้เห็นหน้าตาทีมชุดใหญ่ของแมนฯ ยูไนเต็ด สำหรับฤดูกาลใหม่อย่างแท้จริง
ความคาดหวังในช่วงนี้อย่างน้อยก็ต้องทำให้ดีกว่าเกมเปิดฤดูกาลพรีเมียร์ลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้วที่แพ้ สวอนซี คาบ้างตัวเอง
อย่างที่รู้กันอยู่ว่าถึงจะได้นักเตะใหม่เข้ามาเสริมทีมแล้ว 4 ราย แต่เมื่อตลาดซื้อขายนักเตะยังไม่ปิดตัวลง ฟาน กัล จะยังไม่ปิดตลาดของตัวเองง่ายๆ และยังมีความเป็นไปได้ที่ปีศาจแดงจะได้นักเตะใหม่อีกอย่างน้อย 2 ราย ทั้งในแนวรับและแนวรุก
จากความพร้อมที่ผ่านมา อีกทั้งยังน่าจะได้ตัวเสริมเพิ่มขึ้นมาอีก ฤดูกาลนี้เป้าหมายคงไม่ใช่เพียงแค่การทำอันดับติด 1 ใน 4 ไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เหมือนฤดูกาลที่ผ่านมา และวงในที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ว่ากันว่าเป้าหมายที่แท้จริงคือการกลับมาเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกให้ได้ หลังจากที่ห่างหายไป 2 ฤดูกาลนับตั้งแต่ที่ "เฟอร์กี" เซอร์อเลกซ์ เฟอร์กูสัน วางมือไป
ความพร้อมที่ว่าบวกกับนักเตะใหม่ที่กำลังจะเข้ามาอีกคนสองคน เป็นเหมือนดาบสองคมสำหรับ ฟาน กัล เช่นกัน เนื่องจากเมื่อทุ่มเงินไปมาก ความคาดหวังก็ต้องมากขึ้น และความคาดหวังที่ว่าคือความคาดหวังที่อย่างน้อยต้องได้ลุ้นแชมป์
ผลงานเมื่อฤดูกาลที่แล้วเมื่อจบฤดูกาลตามหลัง "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ถึง 17 แต้ม เป็นเรื่องที่รับไม่ได้ในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ซึ่งตัวของ ฟาน กัล ก็รู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี
"เราได้นักเตะใหม่ที่เข้ามาซ้อมและทัวร์กับพวกเราไปแล้ว แต่สิ่งที่แตกต่างที่สุดคือสมดุลในทีม เมื่อปีที่แล้วเรามาทัวร์สหรัฐเช่นกัน แต่ผมต้องใช้ผู้เล่นในตำแหน่งที่แตกต่างจากที่พวกเขาเคยเล่น ซึ่งมันไม่ดี ดังนั้นตอนนี้ทุกตำแหน่งผมจึงมีผู้เล่นเอาไว้ 2 คน"
"ผมคิดว่านั่นเป็นเรื่องปกติของฟุตบอลในโลกนี้ คุณมีการปรับปรุงตัวเลือกในทุกๆ ปี และเก็บความสดของพวกเขาไว้เช่นเดียวกัน ส่วนผู้เล่นใหม่ๆ ก็สามารถเป็นตัวกระตุ้นได้อย่างยอดเยี่ยม" ฟาน กัล เผย
จากคำพูดของหลุยส์ ฟาน กัล ในระหว่างทัวร์อุ่นเครื่องที่สหรัฐ ก็เห็นได้ชัดว่าตัวกุนซือรายนี้เองก็มีความคาดหวังสูงเช่นกันจากการที่นักเตะที่หวังทุกคนต่างผ่านช่วงปรีซีซั่นอย่างเต็มที่
ดังนั้นหากว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ไปไม่ถึงการลุ้นแชมป์ในฤดูกาลนี้ กุนซือรายนี้คงหมดข้อแก้ตัวใดๆ แล้ว



