
ปฏิรูปการศึกษา
ปฏิรูปการศึกษา : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ สำนักข่าวเนชั่น
"คุณภาพการศึกษาไทย" อยู่ในภาวะตกต่ำ โดยอยู่อันดับ 7 ของอาเซียน ขณะที่อันดับโลกอยู่ในอันดับที่ 86
เรื่องการศึกษาไทยที่ไม่ได้คุณภาพนี้ “ชูชัย ศุภวงศ์” รองประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญที่รับผิดชอบหมวดปฏิรูป บอกว่า ความล้มเหลวในการจัดการศึกษา มีสาเหตุมาจากการบริหารแบบรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ส่วนกลาง ทั้งด้านงบประมาณ บุคคล และหลักสูตรการเรียนการสอน จนสถานศึกษาไม่สามารถบริหารจัดการให้บรรลุถึงคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนได้ และยังเป็นเหตุที่มาของการทุจริตในระบบการศึกษาจนยากที่จะแก้ไข นอกจากนี้แล้วระบบการศึกษาในปัจจุบันยังรองรับกลุ่มเป้าหมายที่จำกัดอยู่เพียงผู้เรียนในระบบประมาณ 9 ล้านคนเท่านั้น ซึ่งไม่สอดคล้องต่อการพัฒนาความรู้ความสามารถ และสมรรถนะของพลเมืองอีกจำนวนมากที่อยู่นอกระบบการศึกษา
“ด้วยเหตุนี้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปหมวดที่ว่าด้วยเรื่องการศึกษา จึงได้พิจารณารับรองสิทธิของบุคคล (ชนชาวไทย) ทางการศึกษาที่มีคุณภาพและหลากหลายอย่างทั่วถึง สอดคล้องกับวัฒนธรรมท้องถิ่น ความถนัดและศักยภาพของแต่ละบุคคล ตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงระดับมัธยมสายสามัญและสายอาชีพ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และในส่วนของผู้พิการหรือทุพพลภาพ ผู้ยากไร้หรือผู้อยู่ในสภาวะยากลำบาก ต้องได้รับสิทธิดังกล่าวข้างต้น ตลอดจนรัฐมีหน้าที่ต้องจัดการศึกษาอบรมและส่งเสริมการจัดการศึกษาขององค์กรวิชาชีพหรือเอกชนเพื่อให้ประชาชนเรียนรู้ตลอดชีวิต การศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเอง การศึกษาทางเลือกและการศึกษาประเภทอื่นที่หลากหลาย สำหรับสิทธิของบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทยและมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยจะได้รับสิทธิทางการศึกษาเช่นกันตามที่รัฐจัดให้ตามความเหมาะสมซึ่งจะต้องไปออกกฎหมายรองรับต่อไป โดยสิทธิทางการศึกษาในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จะนำไปพิจารณาเชื่อมโยงกับแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ตลอดจนหมวดปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมต่อไปอีกด้วย”
ทั้งนี้สำหรับแนวทางการปฏิรูปที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญให้ความเห็นชอบ มีสาระสำคัญ ดังนี้
(1) จัดให้มีคณะกรรมการระดับชาติ คือ “คณะกรรมการนโยบายการศึกษาและพัฒนามนุษย์แห่งชาติ” เป็นองค์กรภายใต้กำกับนายกรัฐมนตรี ซึ่งต้องตั้งขึ้นภายใน 1 ปีนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญเพื่อทำหน้าที่ปฏิรูปการศึกษาและพัฒนามนุษย์อย่างรอบด้าน ตลอดชีวิต และกำหนดนโยบาย แผนยุทธศาสตร์ กลั่นกรองการจัดสรรงบประมาณ ตลอดจนปรับปรุงบรรดากฎหมาย ที่จำเป็นเพื่อขจัดปัญหาต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการปฏิรูปการศึกษา โดยเฉพาะการกระจายอำนาจการจัดการศึกษาให้เป็นจริง
(2) จัดให้มีกลไกเพื่อการนำเสนอเชิงนโยบายอย่างมีข้อมูลหลักฐานอ้างอิงที่จะช่วยให้ถูกทิศทางการพัฒนา ทั้งระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ ได้แก่ สถาบันวิจัยระบบการศึกษา และสมัชชาเครือข่ายการศึกษา
(3) จัดให้มีสำนักงานบริหารการเงินเพื่อการศึกษาเป็นหน่วยงานอิสระ เพื่อทำหน้าที่วางแผนปรับระบบการใช้งบประมาณเพื่อการศึกษาของรัฐ ให้มีสัดส่วนตรงสู่ผู้เรียนหรือที่หน้างานปฏิบัติมากขึ้น รวมทั้งการกระตุ้น เปิดโอกาสให้มีการระดมทุนทางการศึกษาจากภาคส่วนต่างๆ ให้มากขึ้นเพื่อให้ผู้เรียนหรือผู้ปกครองมีอำนาจการตัดสินใจเลือกการศึกษาที่มีคุณภาพ และเพื่อเสริมให้สถานศึกษามีความเป็นนิติบุคคลที่สมบูรณ์และสามารถบริหารจัดการให้เกิดคุณภาพการศึกษาได้โดยตรง ตลอดจนการจัดให้มีกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมคุณภาพการเรียนรู้
ต้องรอดูกันต่อไปว่า แนวทางการปฏิรูปการศึกษาที่ว่านี้ จะสามารถตอบโจทย์ในการแก้ไขปัญหาและเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะทำให้ระบบการศึกษาของไทยถูกยกระดับไปสู่เป้าหมายได้สำเร็จหรือไม่



