
เล่าเรื่องท้องถิ่น อ่างหิน อ่างศิลา
ต.อ่างศิลา เป็นตำบลหนึ่งในเขตการปกครองของ อ.เมือง จ.ชลบุรี
อ่างศิลา หรือที่คนพื้นที่ดั้งเดิมเรียกกันว่า “อ่างหิน” เนื่องจากสมัยรัชกาลที่ 3 ชาวตะวันตก และคนบางกอกมาพักตากอากาศกันมาก ชื่ออ่างหินจึงเปลี่ยนเป็น “อ่างศิลา” เพื่อให้ดูสากลมากขึ้น
เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสชายทะเลตะวันออก พ.ศ.2419 สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ ได้กราบบังคมทูลรายงานเกี่ยวกับอ่างศิลา ลงวันที่ 9 มกราคม ว่า
“...ที่เรียกว่าอ่างศิลานั้น เพราะมีแผ่นดินสูงเป็นลูกเนินศิลาก้อนใหญ่ๆ เป็นศิลาดาด และเป็นสระยาวรีอยู่ 2 แห่ง แห่งหนึ่งลึก 7 ศอก กว้าง 2 ศอก ยาว 10 วา แห่งหนึ่งลึก 6 ศอก กว้าง 3 วา 2 ศอก ยาว 7 วา เป็นที่ขังน้ำฝน น้ำฝนไม่รั่วซึมไปได้ ท่านเจ้าพระยาทิพากรวงษ์มหาโกษาธิบดี เห็นว่าเป็นประโยชน์กับคนทั้งปวงจึงให้หลวงฤทธิ์ศักดิ์ชลเขตร ปลัดเมืองชลบุรี เป็นนายงานก่อเสริมปากบ่อกั้นน้ำ มิให้น้ำที่โสโครกไหลกลับลงไปในบ่อได้ ราษฎรชาวบ้าน และชาวเรือไปมาได้อาศัยใช้น้ำฝนในอ่างศิลานั้น บางปีถ้าฝนตกมาก ถ้าใช้น้ำแต่ลำพังชาวบ้านก็ได้ใช้น้ำทั้ง 2 แห่งและบ่ออื่นๆ บ้างพอตลอดปีไปได้ บางปีฝนตกน้อย ราษฎรได้อาศัยใช้แต่เพียง 5 เดือน 6 เดือน ก็พอหมดน้ำในอ่างศิลา แต่น้ำในบ่อแห่งอื่นๆ ที่ราษฎรขุดขังน้ำฝนไว้ใช้นั้น มีอยู่หลายแห่งหลายตำบล ถึงน้ำในอ่างศิลา สองแห่งนี้จะแห้งไปแล้ว ราษฎรใช้น้ำในบ่อแห่งอื่นได้ จึงเรียกว่า บ้านอ่างศิลา...”
ช่วงต้นรัชกาลนี้ ราษฎร ต.อ่างศิลา โดยมากเป็นคนเชื้อสายจีน ยึดอาชีพทำประมง ค้าขาย รับจ้าง (ขนถ่ายสินค้า)
ปัจจุบัน ชาวอ่างศิลามีอาชีพผลิตครกหิน และผลิตภัณฑ์จากหิน ด้วยโครงสร้างทางธรณีวิทยาของพื้นที่บริเวณนี้มีหินแกรนิตคุณภาพดีจำนวนมาก
อ่างศิลา มีความสำคัญขึ้นเมื่อใดไม่ทราบแน่ชัด แต่สมัยรัชกาลที่ 3 เป็นที่รู้จักของชาวตะวันตกที่เข้ามาในประเทศไทยแล้ว
สมัยรัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาส และประทับแรมอ่างศิลาหลายครั้ง เพราะโปรดว่าอากาศดี รวมทั้งชาวตะวันตกยังนิยมมาตากอากาศ และส่งผู้ป่วยมาพักที่ “อาศัยสถานอ่างศิลา” ที่เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ สมุหกลาโหม ได้สร้างขึ้นสำหรับเป็นที่พักฟื้นของคนป่วย
เรือนอินทร์ หน้าพระลา



