
ฟ้อง'ประยุทธ์'ใช้อำนาจตามอำเภอใจ
23 ก.ค. 2558
'วัฒนา เมืองสุข' วิจารณ์นายกฯ ถูกห้ามไปสิงคโปร์ โร่ฟ้องศาลปกครองกลาง เพิกถอนประกาศ คสช. 21/2557 ห้าม 155 ชื่อออกนอกประเทศ ชี้เลือกปฏิบัติ หวังผลต่อรองการเมือง
23 ก.ค. 58 นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย เดินทางพร้อมกับ นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ฐานะผู้รับมอบอำนาจ ยื่นฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นผู้ถูกฟ้อง เรื่องกระทำการโดยมิชอบด้วยกฎหมาย จากกรณีที่มีการออกประกาศ คสช.ฉบับที่ 21/2557 ลงวันที่ 23 พ.ค. 57 ห้ามบุคคลที่มีชื่อ 155 ราย เดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาต ซึ่งนายวัฒนา ผู้ฟ้อง เป็น 1 ใน 155 รายชื่อดังกล่าวด้วย
โดยคำฟ้อง ระบุว่า ประกาศดังกล่าว เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากประกาศ คสช.ห้ามบุคคล มีชื่อ 155 ราย เดินทางออกนอกราชอาณาจักร มีผลบังคับทางบริหาร จึงถือเป็นคำสั่งทางปกครอง ซึ่งสภาพของประกาศใช้บังคับกับบุคคลที่ระบุไว้โดยเฉพาะเจาะจง 155 ราย ด้วยเหตุผลทางการเมืองของ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะหัวหน้า คสช. ผู้ถูกฟ้อง ไม่ได้เป็นการใช้บังคับกับประชาชนเป็นการทั่วไป และการระบุชื่อก็เกิดจากดุลพินิจของผู้ถูกฟ้องเพียงฝ่ายเดียวโดยคำนึงถึงผลทางการเมืองเช่นเดียวกัน โดยไม่มีหลักเกณฑ์ใดให้ยึดถือปฏิบัติ ซึ่งการแจ้งผลว่าจะอนุญาตให้เดินทางออกนอกราชอาณาจักรได้หรือไม่ ก็จะแจ้งด้วยวาจาผ่านทางโทรศัพท์ ไม่มีเอกสารหลักฐานใดแสดงการอนุญาต ประกาศนั้นจึงไม่ได้มีผลในทางนิติบัญญัติที่สามารถนำไปใช้บังคับกับบุคคลเป็นการทั่วไปที่จะถือว่าเป็นกฎหมายได้ นอกจากนี้การออกประกาศดังกล่าวยังมีลักษณะ เลือกปฏิบัติ เพราะการกำหนดรายชื่อบุคคลที่ห้ามเดินทางและการใช้ดุลพินิจอนุญาตให้เดินทางได้หรือไม่ เกิดขึ้นตามอำเภอใจของผู้มีคำสั่ง มีขึ้นเพื่อประโยชน์ทางการเมืองและถูกใช้เป็นเครื่องมือต่อรองทางการเมือง ขัดต่อประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รวมทั้งจำกัดสิทธิและเสรีภาพในการเดินทางที่เป็นเสรีภาพของบุคคล ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ และยังขัดต่อรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ที่ใช้บังคับอยู่ปัจจุบันด้วย ซึ่งก่อนยื่นฟ้องคดี ผู้ฟ้องได้แจ้งขออนุญาต ในวันที่ 22 มิ.ย. เพื่อขอเดินทางไป-กลับประเทศสิงคโปร์ วันเดียวที่ 17 ก.ค. 58 เพื่อดูสถานศึกษาให้บุตร กระทั่งวันที่ 15 ก.ค.ที่ผ่านมา คณะทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์ ผู้ถูกฟ้อง แจ้งผลว่าไม่อนุญาตให้ผู้ฟ้อง เดินทางออกนอกราชอาณาจักรตามคำขอ เนื่องจากผู้ฟ้องแสดงความเห็นผ่านสื่อวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์ ผู้ถูกฟ้อง จึงให้ชะลอการยื่นเรื่องขอเดินทางไว้ 3 เดือนก่อน หรือให้ยื่นเรื่องใหม่หลังวันที่ 18 ก.ย. การกระทำจึงส่งให้ผู้ฟ้องไม่สามารถเดินทางไปประเทศสิงคโปร์ และจากนี้ไปจะไม่สามารถเดินทางไปกิจธุระต่างประเทศได้อีกด้วย
ผู้ฟ้อง จึงขอให้ศาลปกครองกลาง มีคำพิพากษาเพิกถอนประกาศ คสช.ฉบับที่ 21/2557 ดังกล่าว รวมทั้งขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวด้วย เพื่อให้ผู้ฟ้องเดินทางออกนอกราชอาณาจักรได้โดยไม่ต้องขออนุญาตตามประกาศ คสช.ได้เหมือนบุคคลทั่วไป
ทั้งนี้ศาลปกครองกลาง ได้รับคำฟ้องไว้ในสารบบความ เพื่อมีคำสั่งว่าจะรับฟ้องหรือไม่ หรือมีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดต่อไป
ขณะที่นายวัฒนา อดีต รมว.พัฒนาสังคม ฯ กล่าวว่า การออกกฎเกณฑ์ต่างๆ จะขัดรัฐธรรมนูญ ฯ ไม่ได้ ต้องมีความชอบธรรมไม่ขัดกฎหมายระหว่างประเทศ ไม่ขัดสิทธิ์พื้นฐานความเป็นมนุษย์ วันนี้ตนจึงใช้สิทธิ์ทางศาล เพราะคำสั่งที่ออกมาไม่ชอบด้วยกฎหมาย การขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งเรื่องการขออนุญาตเดินทางออกนอกประเทศ เพราะเป็นสิทธิ์ขั้นพื้นฐานของทุกคนในการเดินทาง ถือเป็นสิทธิ์ส่วนตัวที่สหประชาชาติเองก็รับรองไว้ การที่จะจำกัดสิทธิ์ได้ต้องเป็นกรณีภัยต่อความมั่นคง แต่คำสั่ง คสช.หวังผลทางการเมือง ซึ่งตนถูกนำมาใช้ต่อรองทางการเมือง ถูกสั่งห้ามตนเดินทางไปต่างประเทศเพราะวิจารณ์นายกรัฐมนตรี
นายวัฒนา กล่าวอีกว่า ศาลจะพิจารณาอย่างไรอยู่ที่ดุลพินิจของศาล ขณะที่การฟ้องตนไม่ได้ขอให้ศาลไต่สวนฉุกเฉิน เพราะยังไม่มีภารกิจที่ต้องการเดินทาง จึงขอผ่านช่องทางปกติ แต่ก็ขอให้ศาลคุ้มครองชั่วคราว
"ผมไม่มีกำหนดการเดินทางไปงานวันเกิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในวันที่ 26 ก.ค.นี้ แต่เดินทางไปสิงคโปร์เพราะไปติดต่อที่เรียนให้บุตร"
ด้านนายนรินท์พงศ์ ทนายความ กล่าวว่า ในการยื่นฟ้องนี้ที่ขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองนั้น เป็นการขอไว้ในอนาคตว่าหากเรามีความจำเป็นต้องเดินทางออกนอกประเทศ ขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองที่จะไม่ต้องขออนุญาต คสช. แต่การขอนี้เราไม่ได้เห็นว่าเป็นกรณีฉุกเฉิน จึงไม่ได้ขอให้ศาลไต่สวนโดยฉุกเฉินเร่งด่วน ซึ่งหลังจากยื่นฟ้องศาลก็ยังไม่ได้มีคำสั่งนัดใดๆ



