ข่าว

กกต.จี้ทบทวนอำนาจ'ใบแดง'

กกต.จี้ทบทวนอำนาจ'ใบแดง'

23 ก.ค. 2558

กกต.ยังขออำนาจแจกใบเหลือง-แดง เชื่อศาลกำจัดคนโกงไม่ทัน ติง 'กมธ.ยกร่างฯ' สอบตก ปล่อยไปรบแต่ไม่ให้อาวุธ ถ้าแพ้ 'คนคิดแผน' ต้องโดนโทษประหาร

 
                      23 ก.ค. 58  เมื่อเวลา 10.00 น.  ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)  นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง แถลงเรื่องมาตรการแก้ไขปัญหาการทุจริตการเลือกตั้งของกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ว่า มาตรการที่กำหนดขึ้นยังไม่ตอบโจทย์การแก้ปัญหาซื้อสิทธิ์ขายเสียง เป็นการคิดในเชิงอุดมคติ แต่ไม่สามารถเกิดผลในทางปฏิบัติ ท้ายที่สุดการออกแบบก็จะเสียของ กกต.เห็นว่า ขณะนี้อยู่ในช่วงขยายเวลา 30 วัน ในการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ กกต.จึงขอเสนอว่า กมธ.ยกร่างฯ ควรให้อำนาจในการเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง (ใบแดง) ก่อนวันเลือกตั้ง และก่อนประกาศรับรองผลการเลือกตั้งแก่ กกต. เพื่อเป็นมาตรการในการไล่คนที่มีหลักฐานว่าทุจริตออกจากการเลือกตั้ง ถือเป็นการตัดสิทธิ์ชั่วคราวเพียง 1 ปี จึงไม่จำเป็นต้องเป็นอำนาจของศาล เพราะถ้าส่งไปที่ศาล ก็เชื่อว่าจะไม่สามารถพิจารณาคดีได้ทันตามเวลาที่กฎหมายกำหนด
 
                      นายสมชัย กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ที่ กมธ.ยกร่างฯ ขานรับข้อเสนอว่า หากมีการกระทำเข้าข่ายให้การเลือกตั้งไม่สุจริต แม้จะยังเชื่อมโยงไม่ถึงตัวผู้สมัคร และมีหลักฐานว่าเป็นการกระทำที่มาจากคนกลุ่มเดิมจนทำให้ต้องมีการสั่งเลือกตั้งใหม่ (ใบเหลือง) ถึง 2 ครั้ง ก็จะถือเป็นใบส้ม คือ การตัดสิทธิ์การเลือกตั้งผู้สมัครรายนั้นเป็นเวลา 1 ปี แต่ให้ไปใส่ในกฎหมายลูก หรือ พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง แต่ตนเห็นว่า หากนำมาใช้จะเกิดปัญหาในเรื่องของการตีความว่าไม่บันทึกเป็นเจตนารมณ์ไว้ในรัฐธรรมนูญ ดังนั้นจึงควรจะใส่ไว้ในรัฐธรรมนูญให้ชัดเจน และเชื่อว่าหาก กมธ.ยกร่างฯ ให้อำนาจใบเหลืองแดงแก่ กกต.ก่อนประกาศรับรองผล ระยะเวลาการพิจารณา 30 วัน ก็เชื่อว่าจะทำได้ทัน กกต.ก็จะมีการปรับกระบวนการภายใน ถ้าทำไม่ได้ก็ต้องพิจารณาตัวเอง ส่วนหลังประกาศรับรองผลอำนาจให้ใบเหลืองใบแดงเป็นอำนาจของศาล โดยเฉพาะใบแดงที่เป็นการตัดสิทธิ์ทางการเมืองตลอดชีวิต
 
                      "ที่ กมธ.ยกร่างฯ ได้ข้อมูลว่า ถ้าให้ กกต.มีอำนาจใบเหลืองใบแดงก่อนประกาศรับรองผล จะมีการวิ่งเต้นในระดับจังหวัด จนทำให้ไม่ไว้วางใจที่จะให้อำนาจ กกต. ยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง เพราะสำนวนการให้ใบเหลืองแดง ในช่วงเวลาดังกล่าวจะยิงตรงถึง กกต.กลาง ไม่ผ่าน กกต.จังหวัด ที่เกรงว่าจะเรียกรับผลประโยชน์ เป็นสิ่งที่จะไม่เกิดขึ้น จึงถือเป็นข้อกังวลของ กมธ.ยกร่างฯ บนพื้นฐานของความไม่รู้ทำให้กังวลเกินเหตุ"
 
                      นายสมชัย กล่าวอีกว่า รวมทั้ง ยังเรียกร้องให้ กมธ.ยกร่างฯ บัญญัติว่า หลังประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง เมื่อศาลอุทธรณ์ได้รับคำร้องใบเหลืองใบแดงไว้พิจารณา ให้ผู้ที่ถูกร้อง ซึ่งเป็น ส.ส. - ส.ว. และขอให้เพิ่มเติมถึงรัฐมนตรีต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งรัฐมนตรีดังกล่าวส่วนใหญ่จะเป็น ส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อ แต่ถ้าเป็นรัฐมนตรีที่มาจากคนนอกกระทำความผิดก็เป็นเรื่องคดีอาญา ซึ่งหลักการนี้เคยบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ 2550 แต่รัฐธรรมนูญใหม่ไม่ได้บัญญัติไว้ ถ้าไม่มีบทบัญญัตินี้ ส.ส. ส.ว. และรัฐมนตรี เมื่อถูกร้องต่อศาลก็สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ต่อไป และการให้สู้ถึง 2 ศาล คนเป็น ส.ส. ส.ว. ก็ลอยนวลอยู่ในสภา คนเป็นรัฐมนตรีที่ทำผิด ก็อยู่ได้จนครบวาระ ถอนทุน ท่านพายเรือให้ใครนั่ง ตนว่าไม่ได้พาายเรือให้ประชาชน เพราะฉะนั้นการออกแบบแก้ไขปัญหาทุจริตจะต้องมองใบเหลืองใบแดงให้ครบทุกใบ
 
                      "ผมพูดมาทั้งหมด 7 ใบ แต่ท่านเขียนในรัฐธรรมนูญให้เราแค่ 3 ใบ คือ ใบเหลืองก่อนประกาศรับรองผล และเหลืองกับแดงหลังประกาศรับรองผลที่ต้องไปศาล หายไปครึ่ง 7 ข้อ ตอบได้ 3 ข้อ ถือว่าสอบตกไปลงทะเบียนใหม่ ที่พูดไม่ได้บอกให้เชื่อ แต่อยากให้ กมธ.ยกร่างฯ ไปคิดว่าจะทำอย่างไรกับกลไกเหล่านี้ถ้ามีการทุจริตก่อนการรับรองผล ถ้าส่งไปศาลแล้วศาลจะทำทันหรือไม่ ถ้าไม่ทัน เขียนไปก็ไร้ประโยชน์ กมธ.ยกร่างฯ จึงต้องสร้างกลไกที่ทำได้จริง"
 
                      เมื่อถามว่า หาก กมธ.ยกร่างฯ ไม่มีการแก้ไขตามข้อเสนอ กกต.จะทำอย่างไร นายสมชัย กล่าวว่า แม้ไม่มีกฎหมายใดให้อำนาจ กกต. กกต.ก็ต้องจัดการเลือกตั้งให้สุจริตมากเท่าที่ทำได้ แต่ถ้ามีไม้กระบองก็ดีกว่าสู้ด้วยมือเปล่า อย่างไรก็ตาม เหมือนเวลาจะออกรบ คนเป็นเสนาธิการต้องรู้ว่าส่งทหารไปสู้กับอะไร ก็ต้องให้ยุทโธปกรณ์พอสมควร จะให้เราเป็นยักษ์ก็ต้องมีกระบอง เป็นนักรบก็ต้องมีดาบ ไม่ใช่ไปมือเปล่า ถ้าไปรบแล้วแพ้คนที่คิดวางแผนก็สมควรโดนโทษประหาร
 
                      นายสมชัย ยังกล่าวด้วยว่า ที่มีอดีต กกต.ให้ความเห็นว่า อำนาจการให้ใบแดงควรเป็นของศาล เพราะที่ผ่านมา กกต.ไม่สามารถ ขออนุญาตตอบกลับสั้นๆ ว่า ท่านอยู่ที่นี่มา 7 ปี สามารถช่วยให้ระบบต่างๆ ดีขึ้นได้ แต่ 7 ปีที่ผ่านมา ท่านได้ทำอะไร ขอให้ทบทวนด้วย อีกทั้งได้มีการตกลงกันใน กกต.ว่า วันที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มีมติเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ กกต.จะไม่มีการให้ความเห็นเชิงวิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญอีก เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า กระบวนการจัดทำประชามติที่ กกต.เป็นผู้ดำเนินการนั้น จะต้องกระทำด้วยความเป็นกลาง แต่ในขณะนี้ยังถือว่ายังอยู่ในช่วงเวลาปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญ กกต.ในฐานะผู้ปฏิบัติ ขอวิพากษ์วิจารณ์เพื่อให้ร่างรัฐธรรมนูญเกิดประโยชน์