
สอบพริตตี้นาน8ชม.รับคบหาชูวงษ์
23 ก.ค. 2558
"พริตตี้สาว"รับหุ้น"ชูวงษ์"เข้าให้ปากคำ ตร.กองปราบ นาน8ชม.รับคบหาชูวงษ์ เผยให้หุ้นเพื่อความมั่นคงของลูก
วันที่ 23 กรกฎาคม 2558 จากกรณีพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) ได้ออกหมายเรียกและประสานให้ น.ส.กัญฐณา ศิวาธนพล แคดดี้และพริตตี้สาว รวมทั้ง น.ส.อุรชา วชิรกุลฑล พริตตี้สาว และโบรกเกอร์ โดยเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัท หลักทรัพย์ เออีซี จำกัด(มหาชน) พร้อมด้วย น.ส.ศรีธรา พรหมา ซึ่งเป็นแม่ของ น.ส.อุรชา โดยบุคคลเหล่านี้ได้รับการโอนหุ้นจาก นายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง อายุ 50 ปี นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างหมื่นล้าน ที่เกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตแต่ทางญาติเกิดข้อสงสัยหลายอย่างจนมีการร้องให้รื้อคดีในประเด็นการเสียชีวิต และพิรุธการโอนหุ้น เพื่อให้เข้าปากคำ แต่มีการส่งทนายมาเลื่อนวันนัดหมาย โดยชี้แจงว่ายังไม่สะดวก แต่เจ้าหน้าที่ได้เร่งรัดและกำชับให้มาพบเพื่อสอบปากคำไม่เกิดวันที่ 24 กรกฎาคม หากไม่มาจะต้องถูกออกหมายจับฐานขัดหมายเรียก
ล่าสุดเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 23 กรกฎาคม น.ส.กัญฐณา เดินทางมาพร้อม นายเสกสรรค์ เสนาชู ทนายความ เพื่อเข้าพบพนักงานสอบสวน บก.ป. โดยมี พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รรท.ผบก.ป. และ พ.ต.ท.ณัฐพงษ์ เกิดเอี่ยม พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ กก.1 บก.ป. ร่วมกันสอบสวน เนื่องจากพบว่านายชูวงษ์มีการโอนหุ้นให้ น.ส.กัญฐณา เป็นจำนวน 9.5 ล้านหุ้น มูลค่ากว่า 228 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนของ น.ส.กัญฐณา ได้สวมหมวกแก๊ป และใช้หน้ากากอนามัยเพื่ออำพรางใบหน้า ซึ่งยังไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆสื่อมวลชนที่เฝ้ารอบันทึกภาพทำข่าว ก่อนจะเดินเข้าห้องเพื่อให้ พล.ต.ท.ประวุฒิ และคณะทำการสอบปากคำ
ด้านนายเสกสรรค์ กล่าวกับสื่อมวลชนก่อนเข้ารับฟังการสอบปากคำว่า น.ส.กัญฐณา และ นายชูวงษ์ รู้จักกันมาประมาณ 2 ปีแล้ว ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่าง น.ส.กัญฐณากับนายชูวงษ์ นั้น ก็ขอให้เป็นเรื่องส่วนตัวของบุคคลทั้งสอง ซึ่ง น.ส.กัญฐณา เป็นคนหน้าตาดี และนายชูวงษ์ ก็เป็นคนมีเงิน ทุกคนน่าจะทราบว่าทั้งคู่เป็นอะไรกัน โดยตอนนี้ น.ส.กัญฐณา ได้ตั้งครรค์ 7 เดือน และยืนยันว่าการรับโอนหุ้นถูกต้องตามกฎหมาย
“ก่อนหน้านี้ทั้งคู่มีการพูดคุยกัน โดยนายชูวงษ์ขอสำเนาบัตรประจำตัวประมาชน ของ น.ส กัญฐณา เพื่อมาทำธุรกรรม ซึ่ง น.ส.กัญฐณาไม่รู้ขั้นตอนการโอน แต่มารู้อีกทีก็พบว่าได้รับการโอนหุ้นมาแล้ว รวมทรัพย์สินกว่า 228 ล้านบาท ส่วนสาเหตุที่ไม่ได้ไปร่วมงานศพนายชูวงษ์ เพราะไม่กล้า และยืนยันว่าไม่รู้จัก น.ส.อุรชา วชิรกุลฑล เจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัท หลักทรัพย์เออีซี จำกัด และ น.ส.ศรีธรา พรหมา ที่เป็นแม่ของ น.ส.อุรชา ซึ่งเป็นอีกคนได้รับการโอนหุ้น จากนายชูวงษ์” นายเสกสรรค์ กล่าวยืนยัน
ขณะที่ พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวก่อนทำการสอบปากคำว่า เจ้าหน้าที่ได้เรียก น.ส.กัญฐณา มาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน กองปราบปราม เพื่อให้สอบปากคำในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการรับโอนหุ้น รวมทั้งข้อสงสัยต่างๆ ที่ญาติของผู้เสียชีวิตยังคงติดใจสงสัยอยู่ เช่นเดียวกับกรณีของ น.ส.อุรชา และมารดา ที่จะเข้าให้ปากคำในวันที่ 24 กรกฎาคมนี้
ต่อมาเมื่อเวลา 11.50 น. พล.ต.ท. ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. ได้เปิดเผยหลังจากสอบปากคำ น.ส. กัญฐณา ศิวาธนพล อายุ 26ปี พริตตี้สาว พร้อมด้วยนายเสกสรรค์ เสนาชู ทนายความ กรณีพบว่านายชูวงษ์มีการโอนหุ้นให้ น.ส.กัญฐณาเป็นจำนวน 9.5 ล้านหุ้น มูลค่ากว่า 228 ล้านบาท โดยใช้เวลาในการสอบปากคำนานกว่า 3 ชั่วโมง ว่าจากการสอบปากคำ น.ส.กัญฐณา พนักงานสอบสวนได้ตั้งข้อสังเกตถึงประเด็นที่ น.ส.กัญฐณา ได้รับการโอนหุ้นจากนายชูวงษ์ มูลค่ากว่า 228 ล้านบาท โดยสาเหตุที่นายชูวงษ์โอนหุ้นให้เพราะว่าต้องการให้ น.ส.กัญฐณาได้ศึกษาวิธีการเล่นหุ้นเพียงเท่านั้น และคาดว่าจะได้รับความกระจ่างภายใน 2 อาทิตย์นี้ ทั้งนี้ยังไม่พบความผิดปกติของเอกสารของการโอนหุ้นดังกล่าว
หลังจากนี้จะเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนเพิ่มเติม ทั้งนี้ทางพนักงานมีความกังวลในเรื่องของบุคคลที่เข้าให้ปากคำอาจจะยังพูดไม่หมดจึงต้องมีการสอบถามข้อสงสัยเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง ส่วนทางด้านของ น.ส.อุรชา วชิรกุลฑล อายุ 25 ปี ถือว่าเป็นบุคคลสำคัญเพราะมีความเกี่ยวข้องกับผู้ตายมากพอสมควรจึงต้องเชิญตัวมาสอบปากคำในวันที่ 24 กรกฎาคมนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างที่พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำน.ส.กัญฐณา ภายในห้องประชุมชั้น 1 น.ส.กัญฐณา มีท่าทางเคร่งเครียดอยู่ตลอดเวลา หลังจากได้มีการสอบปากคำน.ส.กัญฐณาครั้งที่ 1 เสร็จก็ได้มีการนำตัวน.ส.กัญฐณา ขึ้นไปสอบปากคำที่กองกำกับการ 1 ชั้น 2 โดยหลบผู้สื่อข่าวขึ้นไปบริเวณประตูทางด้านข้าง
“โฆษก ตร.”เผย พริตตี้สาวยอมรับชอบพอกับ “เสี่ยชูวงษ์”
พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผช.ผบ.ตร. ในฐานะโฆษก ตร. กล่าวภายหลังสอบปากคำ น.ส.กัญฐณาว่า จากการสอบปากคำในเบื้องต้น น.ส.กัญฐณา ยอมรับว่ามีความชอบพอกันกับนายชูวงษ์จริง แต่ไม่ขอเปิดเผยว่าอยู่ในสถานะใด โดย น.ส.กัญฐณา รู้จักกับนายชูวงษ์ และ พ.ต.ท.บรรยิน ในงานเลี้ยงแห่งหนึ่ง และยืนยันว่านายชูวงษ์ ได้โอนหุ้นให้ด้วยความเต็มใจ เพราะต้องการให้ศึกษาวิธีการซื้อขายหุ้น โดยมีการโอนหุ้นให้เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2558 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบว่า นายชูวงษ์มอบทรัพย์สินอื่นๆ ให้ น.ส.กัญฐณา แต่อย่างใด ในส่วนที่ว่า น.ส.กัญฐนา จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการปลอมลายเซ็นในการโอนหุ้นด้วยหรือไม่นั้น ขั้นตอนนี้กำลังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบรายละเอียดอยู่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก พล.ต.ท.ประวุฒิ ให้สัมภาษณ์เสร็จ ได้รีบเดินทางออกไปจากกองบังคับการปราบปรามทันที ขณะที่พนักงานสอบสวน ยังคงสอบปากคำ น.ส.กัญฐณา อยู่นั้น ก็ได้เชิญให้ทนายความของพริตตี้สาวรายนี้ออกจากห้องสอบสวน
“ผบ.ตร.” การันตี “มือปราบจรัมพร” ชี้ใช้หลักวิทยาศาสตร์พิสูจน์ความจริง
พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ออกมาระบุว่า พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษาผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งมาช่วยดูแลงานพิสูจน์หลักฐานคดีการเสียชีวิตของ นายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง นักธุรกิจก่อสร้าง มีความสนิทสนมกับพี่สาวของ นายชูวงษ์ ทำให้เกรงว่า จะไม่ได้รับความเป็นธรรมนั้น
พล.ต.อ.สมยศ ระบุว่า ได้รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้วและพบว่า พล.ต.อ.จรัมพร รู้จักกับพี่สาว นายชูวงษ์ จริง แต่ขอให้ พ.ต.ท.บรรยิน อย่าเพิ่งกังวลใจจนเกินไป เพราะถ้าผลตรวจพิสูจน์ออกมายืนยันว่า เหตุที่เกิดขึ้นเป็นอุบัติเหตุจริง จะทำให้สังคมคลายความสงสัย และเป็นผลดีกับตัว พ.ต.ท.บรรยิน
พล.ต.อ.สมยศ ยังได้กล่าวยืนยันด้วยว่า สำหรับ พล.ต.อ.จรัมพร ถือว่าเป็นนายตำรวจที่มีความรู้ ความสามารถ มีจรรยาบรรณ และมีมาตรฐานในการทำงานเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงที่ผ่านมาได้คลี่คลายคดีสำคัญๆ ไปแล้วหลายคดี ซึ่งล้วนแต่ใช้หลักการทำงานที่เป็นวิทยาศาสตร์ ซึ่งสามารถพิสูจน์ และอธิบายบนหลักการของความจริงได้ทุกประการ
สอบ‘พริตตี้’นาน8ชม.รับคบหา‘ชูวงษ์’
ต่อมาเวลา 17.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังพนักงานสอบสวน บก.ป. ได้สอบปากคำ น.ส. กัญฐณานานร่วม 8 ชั่วโมง จึงเสร็จสิ้น จากนั้นได้เดินทางออกจากห้องสอบปากคำ ก่อนที่ขึ้นรถตู้เดินทางกลับ โดยที่ไม่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนใดๆ ขณะที่ด้านนาย เสกสรรค์ เสนาชู ทนายความเผยเพียงสั้นๆว่า ในวันนี้(23 ก.ค.)ทางลูกความได้ให้ถ้อยคำกับพนักงานสอบสวนไปทั้งหมดแล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างขั้นตอนของพนักงานสอบสวนดำเนินการ รายละเอียดไม่สามารถเปิดเผยได้
ด้าน พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รรท.ผบก.ป. กล่าวว่า พนักงานสอบสวนได้ทำการสอบปากคำ น.ส.กัญฐณา ในฐานะพยาน เกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ การรู้จักใกล้ชิดกับนายชูวงษ์ รวมทั้งเรื่องหุ้นต่างๆที่ได้รับโอนไปจากนายชูวงษ์ ซึ่งจากการสอบปากคำดังกล่าวยังไม่พบพิรุธหรือข้อสงสัยอะไร เพียงแต่ทราบว่า น.ส.กัญฐณาเป็นคนรู้ใจกับนายชูวงษ์ มีความสัมพันธ์กันเมื่อประมาณ 2 ปี ที่ผ่านมาแล้ว ก่อนจะแจ้งให้นายชูวงษ์ทราบว่าตั้งครรภ์ โดยก่อนหน้านี้เมื่อพบกับนายชูวงษ์ก็มักจะให้เป็นเงินสดไม่เคยโอนเงินผ่านบัญชีกัน กระทั่งก่อนที่นายชูวงษ์จะเสียชีวิต ก็มีการพูดคุยกันถึงเรื่องความมั่นคงของชีวิต ซึ่งการพูดคุยครั้งนั้นนายชูวงษ์ได้เปรยว่าเดี๋ยวจะโอนหุ้นให้ กระทั่งมีการดำเนินการโอนหุ้นให้จำนวนดังกล่าว
"น้องผู้หญิงคนนี้ได้รู้จักนายชูวงษ์ผ่านงานเลี้ยงของสถาบันการศึกษาแห่งหนึ่ง ก่อนที่จะคบหาดูใจ เป็นเวลากว่า 2 ปี มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งทำนองสามีภรรยา ตั้งครรภ์กับนายชูวงษ์เป็นเวลา 7 เดือน เมื่อรู้ว่าตั้งครรภ์ก็มีการพูดคุยถึงเรื่องความมั่นคงของชีวิต กระทั่งมีการพูดเปรยๆว่าจะโอนหุ้นให้ จากนั้นวันที่22มิ.ย.ที่ผ่านมา มีการโอนหุ้นให้ และน้องผู้หญิงได้นำเงินที่ขายหุ้นจากที่โอนมาบางส่วนจำนวน 30 ล้านบาท แล้วไปซื้อบ้านหรูแห่งหนึ่งในราคา 10 ล้านบาท รวมทั้งนำเงินส่วนหนึ่งไปมอบให้บุพการี" พ.ต.อ.อัคราเดช กล่าว
พ.ต.อ.อัคราเดช กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา ทางพนักงานสอบสวน บก.ป. ได้ทำหนังสือไปยังกองพิสูจน์หลักฐานในเรื่องของการตรวจสอบลายเซ็น การขูดขีดฆ่า ในเอกสาร ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบเพื่อความชัดเจนโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ขอยืนยันว่าน.ส. กัญฐณา เข้ามาให้ปากคำในฐานะพยาน ยังไม่ได้มีการแจ้งข้อหาใดๆ ซึ่งขอดูผลตรวจเอกสาร จากทางกองพิสูจน์หลักฐานว่าเอกสารในการโอนหุ้นมีพิรุธ หรือการปลอมแปลงหรือไม่
พ.ต.อ.อัคราเดช กล่าวด้วยว่า เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวขณะนี้พบตัวละครที่เกี่ยวข้องกับการโอนหุ้นผู้หญิงเพียง 3 คนเท่านี้ และอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่า บุคคลทั้ง 3 คนนี้มีความสนิทสนมกับนายชูวงษ์มากน้อยเพียงใด รวมทั้งหากสอบปากคำเชื่อมโยงไปถึงใครก็จะเรียกมาสอบปากคำ นอกจากนี้ในส่วนของการโอนหุ้นมูลค่า 228 ล้านบาท นั้น พบว่ามี น.ส.โบว์ เป็นโบร์กเกอร์ในการดูแลให้ ซึ่งต้องเชิญตัว น.ส.โบว์มาให้ปากคำต่อไป
ขณะที่ นายเอนก คำชุ่ม ทนายความของญาตินายชูวงษ์ กล่าวว่า การที่น.ส.กัญฐณาให้การว่า มีความสัมพันธ์กับนายชูวงษ์จนตั้งครรภ์นั้น ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ทาง น.ส.กัญฐณา สามารถที่จะให้การต่อพนักงานสอบสวนได้ รวมทั้งให้การว่านายชูวงษ์โอนหุ้นมูลค่า 228 ล้านบาท ให้ด้วยความเสน่หา เกี่ยวกับเรื่องนี้ทางฝั่งครอบครัวนายชูวงษ์เองก็ยังคงต้องรอให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งรอผลตรวจพิสูจน์ลายเซ็นต์ในเอกสารการโอนหุ้น รวมทั้งคลิปเสียง เพื่อความชัดเจน
“ในขณะที่คุณชูวงษ์ยังมีชีวิตอยู่นั้น ได้มีการแต่งงานกับภรรยารวมทั้งจดทะเบียนสมรสกัน ซึ่งในกรณีนี้การโอนหุ้นตามกฎหมายถือว่าเป็นสินสมรส และต้องตรวจสอบว่าเป็นการโอนให้โดยชอบธรรรมหรือไม่” นายเอนก กล่าว



